เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในโถงทางเดินใต้ดินที่มืดมิด วายุซัดตัวหลบหลังเสาคอนกรีตหักๆ ทันทีที่กระสุนเฉียดศีรษะไปอย่างหวุดหวิด ความเย็นยะเยือกของคอนกรีตแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าหยาบของเสื้อแจ็คเก็ต เขาไม่รอช้า บัดดี้คู่ใจอย่าง "พายุ" ปืนพกคู่ใจ ถูกยกขึ้นประทับ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม ฉายแววเด็ดเดี่ยว ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว ลอบมองผ่านช่องว่างระหว่างเศษซากอาคารที่พังทลาย
"กะจะเซอร์ไพรส์กันแบบนี้เลยเหรอวะ" วายุพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าเจือไปด้วยความหงุดหงิด กลิ่นอายของความอันตรายที่คุ้นเคยโชยมาแตะจมูก เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาได้ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของศัตรูอย่างสมบูรณ์แล้ว
เขารู้ดีว่าการตัดสินใจบุกเข้ามาในฐานลับแห่งนี้โดยปราศจากข้อมูลที่ครบถ้วน เป็นการกระทำที่เสี่ยงอันตรายยิ่งนัก แต่นาทีนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไป การรอคอยอาจหมายถึงการสูญเสียทุกอย่างไปตลอดกาล
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากด้านข้างของโถงทางเดิน วายุรีบหมอบต่ำลงอีก มือข้างหนึ่งประคองปืนพกอย่างมั่นคง มืออีกข้างค่อยๆ เลื่อนไปหยิบระเบิดควันลูกเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าข้างกางเกง
"คิดว่าจะยิงจากที่ไหนวะ" เขาขมวดคิ้ว หูพยายามจับทิศทางของเสียง เมื่อสักครู่เสียงดังมาจากทางขวา แต่ตอนนี้กลับเงียบไป เหมือนนักล่ากำลังซุ่มโจมตี
วายุกลั้นหายใจ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบา ดังมาจากด้านหลังของเขา ไม่สิ...ไม่ใช่ด้านหลังเสียทีเดียว แต่เป็นจากทางที่เขาเดินผ่านมา
"แผนเก่าแต่เก๋า" วายุพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขารู้ว่าพวกนี้คงพยายามตัดทางหนีของเขา
ด้วยความเร็วปานสายฟ้า เขากลิ้งตัวหลบไปอีกด้านของเสาปืนพกยังคงประทับ พร้อมกับขว้างลูกระเบิดควันออกไป ลูกระเบิดกระเด็นไปตกกระทบพื้น ก่อนจะระเบิดออกเป็นกลุ่มควันสีขาวขุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
"อั่ก! ตาข้า!" เสียงตะโกนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น พร้อมกับเสียงไอโขลกๆ ของใครบางคน
วายุอาศัยจังหวะที่ควันบดบังทัศนวิสัย เขาพุ่งตัวทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว วิ่งสวนทางกับกลุ่มควัน
"พวกแกจะหนีไปไหนไม่ได้!" เสียงตะโกนกึกก้องตามมา แต่ควันหนาทึบทำให้เขาไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครเล็งเป้ามาที่เขา
เขาวิ่งลึกเข้าไปในทางเดินที่มืดมิดกว่าเดิม กลิ่นอับชื้นเริ่มจางลง ปะปนด้วยกลิ่นโลหะที่เย็นเยียบและกลิ่นอับของสารเคมีบางอย่าง
"ฐานลับจริงๆ ด้วย" วายุกระตุกยิ้มมุมปาก
ในที่สุด เขาก็มาถึงปากทางเข้าของห้องโถงขนาดใหญ่ แสงไฟสีสลัวๆ ส่องลอดออกมาจากช่องว่างบานประตูเหล็กขนาดมหึมาที่ถูกเปิดแง้มไว้
วายุชะลอฝีเท้าลง เขาย่องเข้าไปใกล้ประตูอย่างระมัดระวัง มือข้างหนึ่งกุมปืนพกไว้แน่น อีกข้างหนึ่งค่อยๆ ดันบานประตูเหล็กให้เปิดออก
ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำให้วายุต้องกลั้นหายใจ
นี่คือห้องโถงขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราผิดกับสภาพภายนอกโดยสิ้นเชิง ผนังบางส่วนกรุด้วยไม้สักขัดเงา บางส่วนประดับด้วยภาพเขียนโบราณ โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้มะฮอกกะนีตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้อง บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารกองโตและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัย
และที่มุมห้องนั้นเอง...
"เจอตัวแล้ว!" วายุตะโกนเสียงดัง
ชายร่างท้วมในชุดสูทสีดำสนิท กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุนวมหนังแท้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว
"ไอ้สารเลว! แกกล้าดียังไงเข้ามาถึงที่นี่!" ชายผู้นั้นตะโกนกลับ เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยโทสะ
"ก็เข้ามานี่ไงล่ะ" วายุตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยาะ "ที่ที่แกคิดว่าจะไม่มีใครตามหาเจอไง"
"แกมันบ้า! คิดว่าแกจะหนีรอดไปได้งั้นหรือ!" ชายผู้นั้นลุกขึ้นยืนทันที แววตาฉายแววอาฆาต
"ผมไม่เคยคิดจะหนี" วายุเดินช้าๆ เข้าไปในห้องโถง ดวงตาจ้องมองไปยังชายผู้นั้นไม่วางตา "ผมมาเพื่อทวงทุกอย่างคืน"
"ทุกอย่างคืนงั้นหรือ! ฮ่าๆๆๆ!" ชายผู้นั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "แกคิดว่าแกเป็นใคร! ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะเป็นของแกได้อีกต่อไป!"
"ผิดแล้ว" วายุหยุดยืนห่างจากชายผู้นั้นประมาณห้าก้าว "มีบางสิ่ง...ที่แกขโมยไปจากผม...และผมจะเอาคืนให้ได้"
"แกกำลังพูดถึงเรื่องอะไร!"
"แกก็รู้ดี" วายุพูดเสียงเรียบ "เรื่องที่แกทำกับครอบครัวของผม"
คำพูดของวายุทำให้ชายผู้นั้นหน้าซีดเผือด ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีพลันจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความหวาดหวั่น
"แก...แกไม่มีทางรู้เรื่องนั้น!"
"ผมรู้ทุกอย่าง" วายุพูดเสียงต่ำ "ผมรู้ว่าแกเป็นใคร ผมรู้ว่าแกทำอะไร...และผมรู้ว่าแกอยู่ที่ไหน"
ขณะที่วายุกำลังเผชิญหน้ากับชายผู้นั้น จู่ๆ ประตูเหล็กด้านหลังของวายุ ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
"วายุ! ระวัง!" เสียงของ "ฟ้า" ดังขึ้น
วายุหันไปมองอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น เขาก็เห็นร่างของ "พยัคฆ์" นักฆ่าเงาคู่แค้นของเขา ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับปืนกลมือในมือ
"วายุ...นายหนีฉันไม่พ้นหรอก!" พยัคฆ์ตะโกน พร้อมกับปลดนิ้วลั่นไก
กระสุนพุ่งเป็นสายเข้าใส่วายุ เขาไม่มีเวลาคิด วายุรีบหมอบลงกับพื้น และกลิ้งตัวหลบไปด้านหลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่
"บ้าเอ้ย!" วายุสบถ เสียงกระสุนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถง
"ดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญนะ" ชายร่างท้วมพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ แต่ก็มีร่องรอยของความพอใจปรากฏบนใบหน้า
"แกมันก็แค่เครื่องมือ" วายุตะโกนกลับไป "แล้วเครื่องมือก็ถึงเวลาต้องถูกทิ้งแล้วไง!"
"แกพูดอะไร!" ชายร่างท้วมหน้าเปลี่ยนสี
"แกคิดว่าแกวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้วงั้นเหรอ" วายุยิ้มเยาะ "แกคิดว่าแกจะใช้คนอื่นกำจัดฉัน แล้วแกก็ลอยตัวสบายไปงั้นเหรอ"
"แก...แกมันหลอกฉัน!"
"ผมไม่ได้หลอกใคร" วายุลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว "ผมแค่รู้ว่าใครเป็นใคร"
ขณะที่วายุและชายร่างท้วมกำลังเผชิญหน้ากัน พยัคฆ์ก็ไม่รอช้า เขาเปิดฉากยิงเข้าใส่กลุ่มเป้าหมาย
"ฟ้า...จัดการพวกมัน!" วายุตะโกนสั่ง
ฟ้าซึ่งเข้ามาพร้อมกับเขา ก็ไม่รอช้า เธอปลดปืนพกคู่ใจออกมา และเริ่มตอบโต้กับพยัคฆ์
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องโถง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและอันตราย
วายุรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดจาโต้เถียง เขาต้องจัดการกับพยัคฆ์ก่อน
"แกมันน่ารำคาญจริงๆ นะพยัคฆ์!" วายุตะโกน พร้อมกับพุ่งตัวเข้าใส่พยัคฆ์
การต่อสู้ระหว่างวายุและพยัคฆ์เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังไม่หยุดหย่อน
วายุพยายามหลบหลีกกระสุนของพยัคฆ์อย่างคล่องแคล่ว เขารู้ว่าพยัคฆ์เป็นนักฆ่าที่เก่งกาจ และอันตรายมาก
"แกหนีไปไหนไม่พ้นหรอกวายุ!" พยัคฆ์ตะโกน "วันนี้คือวันตายของแก!"
"ฝันไปเถอะ!" วายุสวนกลับ พร้อมกับพุ่งเข้าไปประชิดตัวพยัคฆ์
การต่อสู้ด้วยมือเปล่าเริ่มต้นขึ้น ทั้งสองฝ่ายแลกหมัดแลกเข่ากันอย่างดุเดือด
วายุใช้ความเร็วและพละกำลังเข้าสู้ ขณะที่พยัคฆ์ใช้ความเก๋าและเทคนิคการต่อสู้ที่ร้ายกาจ
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรุนแรง เศษของเฟอร์นิเจอร์ในห้องโถงพังกระจัดกระจายไปทั่ว
ในขณะเดียวกัน ฟ้าก็กำลังต่อสู้กับลูกน้องของชายร่างท้วมที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
"แกคิดว่าแกจะสู้พวกฉันได้งั้นเหรอ!" ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนใส่ฟ้า
"ฉันไม่รู้หรอก" ฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "แต่ฉันรู้ว่าฉันจะต้องชนะ"
ฟ้าปลดปล่อยทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างดี เธอเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ปะทะกับลูกน้องของชายร่างท้วมอย่างดุเดือด
กลับมาที่วายุและพยัคฆ์
ทั้งสองฝ่ายยังคงปะทะกันอย่างดุเดือด พยัคฆ์สังเกตเห็นช่องว่างเล็กๆ ของวายุ เขาอาศัยจังหวะนั้น ปล่อยหมัดฮุคขวาเข้าใส่ที่ใบหน้าของวายุอย่างจัง
"อั่ก!" วายุเซถอยหลังไปสองก้าว รู้สึกได้ถึงรสชาติเลือดในปาก
"แกพลาดแล้ววายุ!" พยัคฆ์ยิ้มอย่างผู้ชนะ
แต่แล้ว ทันใดนั้นเอง เสียงปืนกลก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากทางเข้าห้องโถง
วายุและพยัคฆ์ต่างชะงักไป ใบหน้าของทั้งคู่ฉายแววประหลาดใจ
"ใครกัน!" พยัคฆ์ตะโกนถาม
"แก...แกมาที่นี่ทำไม!" ชายร่างท้วมพูดเสียงสั่น
จากทางเข้าห้องโถง ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ในมือของเธอถือปืนกลมือที่เปล่งประกายภายใต้แสงไฟสลัวๆ
"ฉันมาเพื่อยุติเรื่องทั้งหมด" หญิงสาวพูดเสียงเรียบ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่วายุ
"ใครคือแก!" พยัคฆ์ตะโกนถาม
"ฉันคือคนที่แกไม่ควรจะแตะต้อง" หญิงสาวตอบกลับ "และฉันมาเพื่อเอาคืน"
วายุเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวผู้นี้มาก่อน แต่ท่าทางของเธอ บ่งบอกถึงอันตรายที่เขาสัมผัสได้
"แก...แกเป็นใครกันแน่!" วายุถาม
"ฉันคือ...คนที่แกจะไม่มีวันลืม" หญิงสาวตอบกลับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาวายุ
บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ เสียงปืนที่เคยดังสนั่นหวั่นไหวถูกกลืนหายไปด้วยความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้น
วายุรู้สึกถึงคลื่นพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวหญิงสาวผู้นี้ มันเป็นพลังงานที่คุ้นเคย...แต่ก็แปลกใหม่
"แก...แกคือ...?" วายุพยายามเอ่ยถาม แต่คำพูดติดอยู่ที่ลำคอ
หญิงสาวในชุดสีดำ ยืนนิ่งสง่า ท่ามกลางสมรภูมิที่กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง
เรื่องราวของวายุ กำลังจะก้าวไปสู่อีกขั้นที่คาดไม่ถึง...

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก