วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

ตอนที่ 16 — แผนพลิกสถานการณ์: เสียงกระซิบจากความมืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,032 คำ

นาฬิกาข้อมือของวายุฉายตัวเลขสีแดงเรืองรอง “01:47” แสงสีแดงสลัวที่สะท้อนจากหน้าปัด ยามที่เขาเหลือบมองไปนั้น แทบจะกลืนหายไปกับความมืดสลัวของโถงทางเดินใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ เสียงหอบหายใจของเขากระชั้นและถี่ขึ้น การต่อสู้ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับชั่วโมง ได้สูบฉีดอะดรีนาลีนจนร่างกายของเขาเริ่มส่งสัญญาณเตือน ‌แต่สมองของเขายังคงเฉียบคม ความคิดยังคงไหลลื่นราวกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

กระสุนนัดสุดท้ายในแม็กกาซีนของปืนพกคู่ใจถูกยิงออกไป เสียง "แชะ" ที่แห้งผากดังขึ้นเมื่อเขากดไกปืนอีกครั้ง แม็กกาซีนว่างเปล่า เขาโยนมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบแม็กกาซีนสำรองที่เตรียมไว้แล้วขึ้นมา ​บรรจุกระสุนอย่างคล่องแคล่วราวกับนักรบที่ผ่านศึกมานับร้อยครั้ง ทุกการเคลื่อนไหวถูกคำนวณมาแล้วอย่างดี ไม่มีการสูญเสียจังหวะแม้แต่น้อย

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังไล่ตามมาติดๆ เสียงเหล่านั้นไม่ใช่เสียงเดียว แต่เป็นหลายเสียงที่ประสานกันเป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว ศัตรูของเขายังคงมีจำนวนมาก และดูเหมือนว่าจะไม่ยอมหยุดยั้งจนกว่าจะจับเป็นหรือสังหารเขาให้ได้

"ให้ตายสิ... ‍พวกมันตามมาไม่เลิกจริงๆ" วายุพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาถอยร่นเข้าไปในซอกหลืบที่แคบลงอีก ลมหายใจของเขาติดขัดเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านมาจากภายนอก กลิ่นดินปืนยังคงตลบอบอวล ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกของเขาระคายเคือง

“ใครอยู่ข้างใน!” เสียงตะโกนดุดันดังมาแต่ไกล ‌พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาในความมืด แสงเหล่านั้นสั่นไหว ราวกับว่าผู้ที่ถือมันกำลังวิ่งเข้ามาด้วยความเร่งรีบ

วายุหลบเข้าหลังแท่นคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ดูทรุดโทรม ใบหน้าของเขาฉายแววเคร่งเครียด เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว พยายามประเมินสถานการณ์ ความหนาแน่นของฐานลับแห่งนี้ ‍การวางผังทางเดินที่ซับซ้อน มันเป็นเขาวงกตที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการซ่อนเร้น แต่ตอนนี้มันกำลังจะกลายเป็นกับดักมรณะของเขา

“มีทางอื่นอีกไหม?” เขาถามเสียงเบา ลมหายใจของเขาแทบจะขาดห้วงขณะที่เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแผงควบคุมเก่าๆ ที่อยู่บนผนัง เขาเคยสำรวจมันมาแล้วเมื่อครั้งที่เข้ามา แต่ในขณะนั้น ​ภัยคุกคามยังไม่ใกล้ถึงตัวเท่านี้

"เสียงเงียบไปแล้ว... หรือว่าพวกมันมาถึงแล้ว" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เขาหันขวับไปทันที ด้วยสัญชาตญาณนักสู้ที่เฉียบคม

เงาดำทะมึนค่อยๆ เลื่อนออกมาจากมุมมืด ร่างนั้นสูงผอม แต่แฝงไปด้วยพลังอันน่ากลัว ​ใบหน้าของเธอถูกบดบังด้วยเงา แต่ดวงตาคู่หนึ่งของเธอกลับเรืองรองด้วยประกายสีฟ้าอ่อนๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในความมืดมิดของที่นี่

“ใครน่ะ!” วายุตะโกนถาม เสียงของเขาแข็งกร้าวขึ้น แต่ก็แฝงไปด้วยความประหลาดใจ

“ไม่ต้องกลัว... ฉันคือคนที่มาช่วยนาย” เสียงของเธอแผ่วเบา ​นุ่มนวล ทว่าเต็มไปด้วยความหนักแน่น

“ช่วย? ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ?” วายุยังคงระแวง เขากระชับปืนพกในมือแน่น พร้อมที่จะยิงได้ทุกเมื่อ

“ฉันรู้ว่านายกำลังเจออะไร และฉันก็รู้ว่านายต้องการอะไร” หญิงสาวก้าวออกมาจากเงามากขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่อ่อนเยาว์ ดวงตาคมกริบที่สาดประกายฉลาดเฉลียว ริมฝีปากบางเม้มแน่น แสดงถึงความมุ่งมั่น “พวกเขาตามล่านายมาถึงที่นี่ นายกำลังจนมุม”

“แล้วเธอรู้ได้ยังไง?” วายุถาม เสียงของเขายังคงไม่ไว้ใจ

“ฉันเฝ้าดูนายมานานแล้ว วายุ” เธอตอบ ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างไม่กระพริบ “และฉันก็รู้ว่านายกำลังตามหา ‘เหยือกน้ำทิพย์’ ของ ‘มังกรดำ’”

คำพูดนั้นทำให้วายุถึงกับชะงักไป สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความระแวงเป็นความตกตะลึง เขาไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครเลย แม้แต่เพื่อนสนิทที่สุด ก็ไม่มีใครล่วงรู้ถึงภารกิจลับนี้ของเขา

“เธอ... เป็นใครกันแน่?” เขาถาม เสียงของเขาเบาลงอย่างเห็นได้ชัด

“ชื่อของฉัน... คือ ‘เมฆา’ ฉันเป็นคนเดียวที่จะช่วยนายให้รอดไปจากที่นี่ได้” เมฆาตอบ เธอชี้นิ้วไปยังผนังอีกด้านหนึ่ง “ทางนั้น... มีทางลับที่นายไม่เคยรู้”

วายุหันไปมองตามที่เมฆาชี้ มันเป็นเพียงผนังเรียบๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เมื่อเขาเพ่งมองเข้าไป เขาเห็นรอยต่อที่จางมาก ซึ่งแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

“ทางลับ?” เขาถาม

“ใช่... มันเชื่อมต่อไปยังอุโมงค์ใต้ดินเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างมานาน ฉันจะเปิดมันให้นาย” เมฆาพูดพลางเดินเข้าไปใกล้ผนัง เธอวางมือลงบนแผงควบคุมที่วายุเพิ่งจะสัมผัสเมื่อครู่ นิ้วเรียวยาวของเธอร่ายรำไปตามปุ่มต่างๆ อย่างรวดเร็วราวกับนักเปียโนที่กำลังบรรเลงเพลงเอก

เสียงกลไกที่ซับซ้อนดังขึ้นจากภายในผนัง เสียงนั้นดังกว่าเสียงปืนที่เขาเพิ่งจะยิงไปเสียอีก ประตูเหล็กบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นอุโมงค์มืดมิดที่ดูอันตราย

“เร็วเข้า... พวกมันกำลังจะมาถึงที่นี่แล้ว” เมฆากระตุ้น

วายุไม่ลังเลอีกต่อไป เขารีบวิ่งเข้าไปในอุโมงค์นั้น เมฆาตามเขามาติดๆ ประตูเหล็กค่อยๆ เลื่อนปิดลงอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้โถงทางเดินใต้ดินกลับสู่ความมืดมิดอีกครั้ง

ทันใดนั้น เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอกประตูเหล็กที่เพิ่งปิดไป กระสุนเจาะทะลุเกราะเหล็กหนาอย่างง่ายดาย เศษเหล็กกระเด็นว่อน

“แย่แล้ว! พวกมันมีอาวุธหนัก!” เสียงของวายุตะโกน ขณะที่เขากระโดดหลบกระสุนที่พุ่งเข้ามา

“ไม่ต้องห่วง... ฉันเตรียมการไว้แล้ว” เมฆาตอบ เสียงของเธอยังคงสงบ แม้ในสถานการณ์ที่คับขัน

พวกเขาหยุดพักชั่วครู่ในความมืดของอุโมงค์ วายุหันไปมองเมฆาอย่างพิจารณา ผู้หญิงคนนี้มีอะไรมากกว่าที่เขาเห็น เธอรู้เรื่องของเขามากเกินไป และดูเหมือนจะมีความสามารถพิเศษบางอย่าง

“ทำไมนายถึงช่วยฉัน?” วายุถามอีกครั้ง

“เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกัน” เมฆาตอบ “ฉันต้องการกำจัด ‘มังกรดำ’ เช่นเดียวกับนาย และฉันก็รู้ว่า ‘เหยือกน้ำทิพย์’ คือกุญแจสำคัญในการทำลายแผนการชั่วร้ายของมัน”

“แล้วนายรู้ได้อย่างไรว่าฉันกำลังตามหามัน?”

“ฉันได้ยินเสียงกระซิบ... จากความมืด” เมฆาตอบ ดวงตาของเธอทอประกายลึกลับ “บางครั้ง... ความจริงก็ถูกซ่อนอยู่ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิด”

วายุพยักหน้าช้าๆ เขาเริ่มเชื่อใจผู้หญิงคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ การมีเมฆาอยู่เคียงข้างในตอนนี้ ดูเหมือนจะเป็นโอกาสเดียวของเขา

“โอเค... เมฆา เราจะไปที่ไหนกันต่อ?” วายุถาม

“เราต้องรีบออกจากฐานลับแห่งนี้ก่อนที่พวกมันจะบุกเข้ามาได้” เมฆาตอบ “อุโมงค์นี้จะพาเราไปยังอีกด้านหนึ่งของเมือง แต่เส้นทางนั้นอันตรายมาก เราต้องผ่าน ‘โซนอันตราย’ ที่เต็มไปด้วยกับดักและกองกำลังของ ‘มังกรดำ’”

“โซนอันตราย?” วายุเลิกคิ้ว

“ใช่... มันคือศูนย์กลางของการดำเนินงานของพวกมัน เป็นที่ที่พวกมันกักขังนักโทษและทดลองอะไรบางอย่างที่น่ากลัว” เมฆาอธิบาย

“ฟังดูไม่ง่ายเลย” วายุกล่าว

“แน่นอน... แต่นายคือนักสู้ที่เก่งที่สุดที่ฉันเคยเจอ และฉันก็มีแผนบางอย่างที่จะช่วยเรา” เมฆาพูดพลางยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ

“แผนอะไร?” วายุถามอย่างสนใจ

“เราจะใช้ ‘พายุ’ ของเรา... พายุที่มาจากเบื้องบน” เมฆาตอบ

ขณะนั้นเอง เสียงปืนที่ดังมาจากด้านหลังประตูเหล็กก็ดังขึ้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าพวกมันกำลังจะพังประตูเข้ามาได้ทุกเมื่อ

“ถึงเวลาต้องเคลื่อนไหวแล้ว” เมฆาพูด “ตามฉันมา!”

เธอเริ่มเดินนำเข้าไปในอุโมงค์ที่มืดสนิท วายุเดินตามเธอไปติดๆ เสียงปืนที่ดังไล่หลังมา ทำให้เขากระตุ้นฝีเท้าให้เร็วขึ้น พวกเขากำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการต่อสู้ ที่ซึ่งความมืดมิดของอุโมงค์ใต้ดินกำลังจะนำพาพวกเขาไปสู่สมรภูมิที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม

“เราต้องระวังตัวให้มาก” วายุเตือน “ฉันรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติไปจากเดิม”

“ไม่ต้องห่วง... ฉันรู้สึกได้เหมือนกัน” เมฆาตอบ “แต่บางครั้ง... ความผิดปกติก็อาจเป็นโอกาสของเราก็ได้”

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังสะท้อนไปมาในความมืด ชวนให้ขนลุก ความลึกลับของ ‘เมฆา’ และความจริงเบื้องหลัง ‘เหยือกน้ำทิพย์’ กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่ช้า แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้คำตอบ พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับ “พายุทมิฬ” ที่กำลังจะโหมกระหน่ำใส่พวกเขาอย่างแน่นอน

เสียงประหลาดดังมาจากด้านหน้าของอุโมงค์ เป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนเสียงลมหวีดหวิว แต่แฝงไปด้วยความเย็นยะเยือก วายุชะงักเท้า ก่อนจะหรี่ตาลงมองเข้าไปในความมืด

“นั่นเสียงอะไร?” เขาถาม

“เรากำลังจะเข้าสู่ ‘โซนอันตราย’ แล้ว” เมฆาตอบ “และดูเหมือนว่า... ‘พายุ’ ที่ฉันพูดถึง... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว”

ความมืดที่รายล้อมตัวพวกเขาอยู่ ดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นกว่าเดิม ราวกับมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในนั้น รอคอยที่จะโผเข้ามาเล่นงานพวกเขา

วายุกระชับปืนในมือแน่น หัวใจของเขาเต้นรัวแรงขึ้น การเผชิญหน้าครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเขาไม่รู้เลยว่า “พายุ” ที่เมฆาพูดถึงนั้น จะนำพาพวกเขาไปสู่ความหวัง หรือความสิ้นหวัง…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!