วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

ตอนที่ 19 — กรงทองกลางพายุ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,006 คำ

“01:47” ตัวเลขสีแดงที่กะพริบอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของวายุ ไม่เพียงแต่เป็นเวลาที่เหลืออยู่ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาไม่สามารถยื้อเวลาได้อีกต่อไป ‘สิ่ง’ ที่เขาต้องพาออกไปจากที่นี่ คือ ‌‘กุญแจ’ สำคัญที่จะไขความลับทั้งหมด และแน่นอนว่ามันจะนำพาเขาไปสู่การเผชิญหน้ากับ ‘พายุทมิฬ’ ที่แท้จริง

เสียงปืนกลดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินใต้ดินที่แคบและอับทึบ กลิ่นคาวเลือดฉุนกึกยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อร่างของเหล่าวายร้ายล้มตายลงราวกับใบไม้ร่วง ​วายุเคลื่อนไหวราวกับพายุหมุน หมัดของเขาสามารถทุบทำลายกำแพงคอนกรีตได้ ประกายไฟฟ้าสีน้ำเงินเข้มแลบแปลบปลาบไปทั่วปลายเล็บที่คมกริบของเขา ยามเมื่อเขาปลดปล่อยพลังงานดิบออกมา

“แกมันก็แค่หนูในเขาวงกต!” เสียงตะโกนแหบพร่าดังมาจากเงาด้านในสุดของโถงทางเดิน น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและอำนาจดิบเถื่อน

วายุไม่ตอบ เขาเพียงแค่ตวัดสายตาไปยังทิศทางของเสียง ปลายสายตาของเขาสะท้อนภาพของ ‍‘กุญแจ’ ที่กำลังถูกตรึงอยู่กลางกรงทองขนาดมหึมา ท่ามกลางกลุ่มชายชุดดำที่ยืนล้อมรอบอย่างหนาแน่น ร่างนั้นคือ ‘เอวา’ หญิงสาวผู้กุมความลับอันยิ่งใหญ่ ที่เวลานี้ถูกจับมาเป็นตัวประกัน

“แกคิดว่าแกจะพาเธอไปได้งั้นเหรอ? โง่สิ้นดี!” ‌ชายร่างท้วมใบหน้าบวมปูด เดินออกมาจากเงามืด เขาคือ ‘นายพลทัพ’ หัวหน้าหน่วยลับที่อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายทั้งหมด

“ปล่อยเธอซะ ทัพ” วายุเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่สามารถแช่แข็งอากาศรอบกายได้

“ปล่อย? ‍ฮ่าๆๆๆ! แกมันไร้เดียงสาเหลือเกินวายุ! เธอคือสิ่งเดียวที่จะทำให้ ‘พายุทมิฬ’ ของข้าสมบูรณ์แบบ! พายุที่สามารถกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างได้!” นายพลทัพหัวเราะเสียงดัง ราวกับคนบ้า

“นายไม่เข้าใจ… ​พายุที่นายเรียกหา มันจะย้อนกลับมากลืนกินนายเอง” วายุเตือนด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“พูดมาก! จัดการมัน!” นายพลทัพออกคำสั่ง

ทันใดนั้น กลุ่มชายชุดดำก็กราดยิงเข้าใส่วายุไม่ยั้ง ลำแสงปืนกลสว่างวาบเป็นประกายในความมืด วายุหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วราวกับสายลม ​เขากระโดดขึ้นไปบนผนังด้านข้าง กลิ้งตัวหลบหลีกกระสุนที่เฉี่ยวผ่านไปอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด

“อึ่ก!” เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นจากด้านหลังของวายุ เขาหันกลับไปมอง พบว่า ‘เฟย’ สหายร่วมรบของเขา กำลังถูกกระสุนเฉี่ยวแขน

“เฟย!” ​วายุร้องเรียกด้วยความตกใจ

“ไม่ต้องห่วงข้า! ไปช่วยเอวา!” เฟยตะโกนตอบด้วยความเจ็บปวด แต่สายตายังคงแน่วแน่

วายุรู้ดีว่าเขาไม่มีเวลาลังเล เขามุ่งหน้าไปยังกรงทองทันที ด้วยความเร็วที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจตามทัน เขาพุ่งทะยานผ่านกลุ่มทหารที่รุมล้อม ราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยออกจากคันธนู

‘กริ๊ง!’ เสียงกระสุนกระทบเกราะของวายุ แต่ไม่สามารถเจาะทะลวงได้ พลังงานดิบที่ห่อหุ้มร่างของเขานั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า

“บ้าเอ๊ย! ปืนธรรมดาทำอะไรมันไม่ได้!” ทหารคนหนึ่งตะโกนด้วยความหวาดกลัว

วายุใช้แขนข้างหนึ่งปัดป้องกระสุนที่พุ่งเข้ามา ขณะที่อีกข้างหนึ่งปล่อยคลื่นพลังงานไฟฟ้าสีน้ำเงินเข้ม พุ่งเข้าใส่กลุ่มทหารที่อยู่ใกล้เคียง พวกเขากระเด็นกระดอนไปตามแรงปะทะ ร่างกายไหม้เกรียม

“อย่าให้มันเข้าใกล้กรง!” นายพลทัพตะโกนด้วยความตื่นตระหนก

แต่ก็สายเกินไป วายุพุ่งเข้าไปประชิดกรงทองอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นกำหมัดแน่น แล้วทุบลงไปที่ซี่กรงอย่างแรง

‘ครืนนนน!’ เสียงโลหะบิดเบี้ยวราวกับกระดาษดังขึ้น ซี่กรงทองที่เคยแข็งแกร่ง กลับบิดเบี้ยวผิดรูปไปตามแรงมหาศาลของวายุ

“ไม่จริง! กรงทองนี้สร้างขึ้นด้วยโลหะผสมพิเศษ! ไม่มีอะไรจะทำลายมันได้!” นายพลทัพอุทานด้วยความไม่เชื่อสายตา

“สำหรับแก… อาจจะใช่” วายุพูดพลางกระชากซี่กรงออกอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นร่างของเอวาที่ยืนตัวสั่นอยู่ภายใน

“วายุ! คุณมาแล้ว!” เอวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา

“อยู่ข้างหลังข้า” วายุบอกพลางยื่นมือออกไปจับมือของเอวา

ขณะเดียวกัน นายพลทัพก็ฉวยโอกาสนี้หยิบปืนพกขึ้นมา แล้วเล็งไปที่วายุ

“แกจะไม่ได้พาเธอไปไหนทั้งนั้น!”

‘ปัง!’ เสียงปืนดังขึ้น แต่กระสุนไม่ได้พุ่งเข้าใส่วายุ มันพุ่งเข้าใส่ ‘กุญแจ’ ที่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาจากมือของเอวา

“อ๊าก!” เอวาร้องด้วยความเจ็บปวด มือของเธอคลายออก ‘กุญแจ’ หล่นลงสู่พื้น

“ไม่!!!” วายุตะโกนด้วยความตกใจ

“ฮ่าๆๆๆ! กุญแจสำคัญที่สุด! ถ้าแกไม่ได้มัน ข้าก็จะไม่มีวันปล่อยให้ใครได้มันไป!” นายพลทัพหัวเราะเยาะ

วายุทรุดตัวลงข้างเอวา เขาจับข้อมือของเธอไว้แน่น

“เอวา! เธอเป็นอะไรมากไหม?”

“ฉัน… ฉันไม่เป็นไร… แต่น้อง… น้องของฉัน…” เอวาชี้ไปยัง ‘กุญแจ’ ที่กำลังส่องแสงสีฟ้าจางๆ บนพื้น

วายุหันไปมอง ‘กุญแจ’ นั้นไม่ใช่สิ่งของธรรมดา แต่เป็น ‘แก่นแท้’ ของบางสิ่งบางอย่างที่ถูกผนึกไว้ ยามนี้มันกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“แก! แกมันบ้าไปแล้ว!” วายุตะโกนใส่หน้าของนายพลทัพ

“บ้า? ข้าแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ! เพื่อปลดปล่อย ‘พายุทมิฬ’ ให้เป็นอิสระ!” นายพลทัพพูดพลางยิงปืนใส่วายุอีกครั้ง

วายุผลักเอวาไปข้างหลัง ก่อนจะใช้แขนรับกระสุนที่พุ่งเข้ามา ‘ปัง!’ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“อึ่ก!” วายุกัดฟันแน่น เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นผ่านแขน แต่ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้

“ถึงเวลาที่ข้าจะต้องจากไปแล้ว” นายพลทัพพูดพลางชี้ปืนไปที่ ‘กุญแจ’ อีกครั้ง

“อย่า!” วายุตะโกน

“ถ้าข้าไม่ได้มัน แกก็ไม่มีวันได้มันไป!” นายพลทัพกดไกปืน

‘ปัง!’

แต่คราวนี้ กระสุนไม่ได้พุ่งไปที่ ‘กุญแจ’ มันพุ่งเข้าใส่ ‘กรงทอง’ ที่วายุเพิ่งจะทำลายไป

‘ครืนนนน!’ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ‘กรงทอง’ ที่เคยบิดเบี้ยว ได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์

“อะไรกัน?” นายพลทัพอุทานด้วยความงุนงง

ในขณะเดียวกัน ‘กุญแจ’ ที่อยู่บนพื้น ก็เริ่มส่องแสงสว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง เปลวไฟสีฟ้าพวยพุ่งออกมาจาก ‘แก่นแท้’ นั้น

“ไม่นะ! นี่มัน… นี่มันไม่ใช่แผนของข้า!” นายพลทัพร้องเสียงหลง

“นั่นไม่ใช่ ‘กุญแจ’ ที่นายคิดแน่ๆ” วายุพูดพลางมองไปยัง ‘กุญแจ’ ด้วยสายตาที่แน่วแน่

‘แก่นแท้’ สีฟ้าที่อยู่บนพื้น เริ่มขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว มันแผ่รัศมีพลังงานอันมหาศาลออกมา ลมพายุหมุนวนก่อตัวขึ้นภายในโถงทางเดินใต้ดิน

“เกิดอะไรขึ้น?” ทหารคนหนึ่งตะโกนถามด้วยความหวาดกลัว

“มัน… มันกำลังจะ… เปิดออก!” เอวาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

‘แก่นแท้’ สีฟ้าที่แตกออกเป็นกลีบดอกไม้ขนาดมหึมา เผยให้เห็น ‘ประตู’ สีทองอร่ามเบื้องหลัง ประตูนั้นส่องแสงเจิดจ้า ราวกับประตูสู่สวรรค์

“เป็นไปไม่ได้! มันคือ ‘มิติทมิฬ’!” นายพลทัพร้องด้วยความตกตะลึง

“มิติทมิฬ?” วายุทวนคำ

“ใช่! มันคือมิติที่ซ่อน ‘พายุทมิฬ’ ที่แท้จริงเอาไว้! ถ้ามันเปิดออก… ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบสิ้น!” นายพลทัพพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ลมพายุที่พัดกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เศษฝุ่นและซากปรักหักพังถูกพัดปลิวไปทั่ว ‘ประตู’ สีทองอร่ามนั้นกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

“เราต้องไปจากที่นี่!” วายุคว้ามือเอวา แล้วพยายามดึงเธอให้ลุกขึ้น

แต่ ‘ประตู’ นั้นกำลังดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไป

“วายุ! ข้า… ข้าจะไปด้วย!” เฟยที่แขนได้รับบาดเจ็บ พยายามคลานเข้ามาหา

“ไม่! พวกแกต้องรีบไป!” วายุตะโกน

“แต่…!”

“นี่คือคำสั่ง!” วายุคำราม

ทหารของนายพลทัพเริ่มพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด พวกเขาไม่อาจต้านทานพลังของ ‘มิติทมิฬ’ ได้

“แกมัน… แกมันจะฆ่าพวกเราทั้งหมด!” นายพลทัพตะโกนใส่หน้าวายุ

“ถ้าแกยังยืนกรานที่จะเปิดมัน” วายุตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

‘ประตู’ สีทองอร่ามกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันกำลังจะเปิดออกอย่างสมบูรณ์

“ถ้าข้าไม่ได้มัน… แกก็ไม่มีวันได้มันไป!” นายพลทัพตะโกน ก่อนจะคว้า ‘แก่นแท้’ สีฟ้าที่ใกล้จะสลายไปทั้งหมด เข้ามาในมือ

“ไม่นะ!” วายุร้อง

แต่ก็สายเกินไป ‘แก่นแท้’ นั้นสว่างวาบขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสลายกลายเป็นผงธุลีสีฟ้าในมือของนายพลทัพ

ทันใดนั้น ‘ประตู’ สีทองอร่ามก็ระเบิดออก เปลวไฟสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากภายใน ราวกับปากของอสูรกาย

“พายุทมิฬ…” วายุพึมพำ

“อ๊ากกกกก!” เสียงกรีดร้องของนายพลทัพดังขึ้นก่อนที่จะถูกดูดเข้าไปในเปลวไฟสีดำนั้น

“วายุ!” เอวาตะโกน

“เอวา! รีบหนี!” วายุสั่ง

แต่ ‘ประตู’ นั้นกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปอย่างรวดเร็ว

วายุกระชับมือของเอวาแน่น เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กำลังถูกฉีกขาดด้วยพลังงานอันมหาศาล

“นี่… คือจุดเริ่มต้นของ ‘พายุทมิฬ’ สินะ…” เขาพึมพำ

นาฬิกาข้อมือของวายุยังคงกะพริบเป็นสีแดง “01:47” เวลาที่เหลืออยู่กำลังจะหมดลง… และนี่คือเวลาที่ ‘หายนะ’ ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

หน้านิยาย
หน้านิยาย
วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!