“01:47” ตัวเลขสีแดงที่กะพริบอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของวายุ ไม่เพียงแต่เป็นเวลาที่เหลืออยู่ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาไม่สามารถยื้อเวลาได้อีกต่อไป ‘สิ่ง’ ที่เขาต้องพาออกไปนั้น สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของเขาเอง
เสียงหวีดหวิวของไซเรนตำรวจดังมาจากระยะไกล ยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น ทุกย่างก้าวของวายุเต็มไปด้วยความเร่งรีบ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลและแม่นยำ เขาประคอง ‘สิ่ง’ นั้นไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง ‘สิ่ง’ ที่ห่อหุ้มด้วยผ้าสีดำสนิทจนมองไม่เห็นรูปร่างที่แท้จริง
“ใกล้จะถึงแล้วใช่ไหม” เสียงแหบพร่าดังออกมาจาก ‘สิ่ง’ นั้น ดวงตาที่อ่อนล้าภายใต้ผ้าสีดำนั้นจับจ้องมาที่ใบหน้าของวายุ เขารับรู้ได้ถึงความหวังที่ริบหรี่ แต่เต็มไปด้วยความทรมาน
“อีกไม่ไกล” วายุตอบเสียงทุ้ม พยายามซ่อนความกังวลที่เกาะกุมหัวใจ “อดทนอีกหน่อยนะ”
การฝ่าฝูงชนที่เริ่มแตกตื่นกลางเมืองหลวงที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตไม่ใช่เรื่องง่าย เสียงตะโกนของผู้คน ความโกลาหลที่ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับพายุหมุนลูกหนึ่งกำลังจะพัดพาเมืองทั้งเมืองให้พังพินาศ
“วายุ!” เสียงตะโกนเรียกชื่อของเขาดังมาจากด้านหลัง เป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยดี ใบหน้าของวายุฉายแววตกใจ เขาหันขวับไปมอง
“ชานนท์! มาทำอะไรที่นี่!” วายุถามอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ชานนท์ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับทีมงานบางส่วนที่ยังคงสภาพปกติ “ฉันมารับแกไง! พวกนั้นมาเยอะมาก! แกต้องไปจากที่นี่!”
“ไม่ได้! ฉันต้องทำภารกิจให้สำเร็จก่อน!” วายุตอบเสียงหนักแน่น
“ภารกิจอะไร! ดูสถานการณ์รอบตัวแกสิ! มันบ้าไปแล้ว! พวกนั้นกำลังจะเผาเมืองทิ้ง!” ชานนท์ตะโกนกลับอย่างร้อนรน “แกจะพา ‘สิ่ง’ นั่นไปไหน! อย่าบอกนะว่าแกจะพา ‘มัน’ ไปที่นั่น!”
วายุชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขามองไปยัง ‘สิ่ง’ ในอ้อมแขน แล้วมองไปยังชานนท์ “ถ้าไม่ไปที่นั่น เราก็ไม่รอด!”
“แกแน่ใจเหรอ! ที่นั่นมันไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้าไปได้ง่ายๆ นะ! ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้…” ชานนท์ยังพูดไม่ทันจบ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวอยู่ไม่ไกล
“ไม่มีเวลาแล้ว!” วายุพูดตัดบท “แกพาพวกแกไปหาที่ปลอดภัยก่อน ฉันจะไปจัดการธุระของฉันให้เสร็จ!”
“วายุ! อย่าทำอะไรโง่ๆ นะ!” ชานนท์พยายามจะคว้าแขนวายุ แต่เขาก็หลบหลีกได้อย่างรวดเร็ว
“ไว้เจอกัน” วายุพูดพลางหมุนตัวออกไปทันที ทิ้งให้ชานนท์ยืนอึ้งด้วยความกังวล
วายุเร่งฝีเท้าเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่มืดมิด เสียงไซเรนดังใกล้เข้ามาทุกที เขาต้องพา ‘สิ่ง’ นั้นไปถึงจุดหมายให้ได้ก่อนที่เวลาจะหมดลง ‘สิ่ง’ นั้นคืออะไร? ทำไมมันถึงสำคัญขนาดนี้? และใครคือ ‘พวกนั้น’ ที่ชานนท์พูดถึง? คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของวายุ แต่เขาไม่มีเวลาแม้แต่น้อยที่จะมานั่งคิด
ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยบนนาฬิกาของวายุเริ่มดังขึ้นถี่และแรงขึ้น “01:45” สองนาทีสุดท้าย!
“เราต้องเร็วกว่านี้!” วายุพูดกับตัวเอง เขาเหลือบมองไปยัง ‘สิ่ง’ ในอ้อมแขน
“ฉัน…ไหว” เสียงของ ‘สิ่ง’ นั้นแผ่วเบาลง แต่ก็ยังคงยืนยัน
วายุพุ่งทะยานออกไปอีกครั้ง เขาปีนข้ามกำแพงสูงที่ทอดตัวอยู่ข้างหน้าได้อย่างคล่องแคล่ว ‘สิ่ง’ ในอ้อมแขนของเขาก็ดูเหมือนจะเบาลงอย่างน่าประหลาดใจ หรือเป็นเพราะสัญชาตญาณของวายุที่ถูกปลุกให้ตื่นตัวถึงขีดสุด
เมื่อมาถึงอีกฝั่งของกำแพง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าวายุคือลานกว้างที่เต็มไปด้วยรถยนต์จอดเรียงราย และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ภาพของหน่วยรบพิเศษที่กำลังเข้าล้อมพื้นที่
“แย่แล้ว!” วายุสบถ เขาหันกลับไปมองเส้นทางที่จากมา พลางประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
“ทางไหนดี?” เขาพึมพำ
“ทางนี้!” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากเงามืดของรถบรรทุกคันหนึ่ง
วายุหันไปมอง เขาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ใบหน้าของ “ฟ้า” หญิงสาวผู้มีอดีตอันซับซ้อนกับวายุ
“ฟ้า! เธอมาทำอะไรที่นี่!” วายุอุทานด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง
“ฉันมารับแกไง” ฟ้าตอบพลางผงกศีรษะไปทางด้านหลัง “อย่าเสียเวลา รีบตามมา!”
วายุลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อมองไปที่นาฬิกาข้อมือของเขา “01:44” ตัวเลขสีแดงกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ เขารู้ดีว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น
“ตกลง!” วายุรีบพุ่งเข้าไปหาฟ้า
ฟ้าพาาวายุวิ่งผ่านซอกหลืบที่เธอคุ้นเคย ราวกับว่าเธอรู้เส้นทางทุกอณูของเมืองนี้ พวกเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว หลบหลีกการตรวจจับของหน่วยรบพิเศษได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“พวกนั้นคือใคร?” วายุถามขณะที่วิ่ง
“กลุ่ม ‘เงาอัสนี’ พวกเขาต้องการ ‘สิ่ง’ ที่แกถืออยู่” ฟ้าตอบเสียงหอบ “และพวกเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะได้มันมา”
“เงาอัสนี?” วายุไม่เคยได้ยินชื่อกลุ่มนี้มาก่อน
“แกไม่จำเป็นต้องรู้มากไปกว่านี้ แค่รู้ว่าเราต้องเอา ‘สิ่ง’ นั่นไปให้ถึงมือคนที่ไว้ใจได้” ฟ้าตอบ
เมื่อมาถึงรถยนต์คันหนึ่งที่จอดรออยู่ ฟ้าเปิดประตูให้วายุรีบเข้าไป
“ขึ้นมาเร็ว!”
วายุรีบขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ ‘สิ่ง’ นั้นวางไว้เบาะข้างๆ
“จะไปไหน?” วายุถาม
“ไปที่ที่ปลอดภัยที่สุด” ฟ้าตอบ พลางมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
วายุกดสตาร์ทเครื่องยนต์ รถยนต์คันหรูคำรามขึ้น เสียงเครื่องยนต์ดังสะท้อนในตรอกแคบๆ
“01:43” ตัวเลขบนนาฬิกาของวายุยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง!
“พวกมันมาแล้ว!” ฟ้าตะโกน
วายุหักพวงมาลัยอย่างแรง รถยนต์พุ่งทะยานออกไปจากตรอกอย่างรวดเร็ว เสียงยางบดกับพื้นถนนดังสนั่นหวั่นไหว
“พวกมันตามมาแล้ว!” ฟ้าชี้ไปยังกระจกมองหลัง
รถยนต์สีดำคันหนึ่งกำลังไล่ตามพวกเขามาอย่างกระชั้นชิด!
“แกเคยขับรถเร็วแค่ไหน?” ฟ้าถาม
“เท่าที่จำเป็น” วายุตอบ พลางเหยียบคันเร่งจนมิด
การไล่ล่ากลางเมืองเริ่มต้นขึ้น รถยนต์ของวายุพุ่งทะยานไปตามท้องถนนที่ว่างเปล่า ท่ามกลางเสียงไซเรนและเสียงปืนที่ดังระงม
“01:42”
เวลาเดินไปอย่างเชื่องช้า แต่สำหรับวายุ มันคือทุกสิ่งทุกอย่าง
วายุกระชากพวงมาลัยหลบรถที่จอดขวางถนนได้อย่างฉิวเฉียด เสียงกระสุนดังเฉียดหัวไปอย่างน่าหวาดเสียว
“พวกมันมีอาวุธหนัก!” ฟ้าตะโกน
“ฉันรู้!” วายุตอบ สีหน้าเคร่งเครียด
เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพายุร้ายที่กำลังจะโหมกระหน่ำเข้ามา
การเผชิญหน้าครั้งใหม่กำลังจะอุบัติขึ้น ความลับของ ‘สิ่ง’ ที่วายุกำลังปกป้องจะถูกเปิดเผยหรือไม่? และวายุจะสามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้ทันเวลาหรือไม่?
“01:40”
ตัวเลขสีแดงบนนาฬิกาของวายุกะพริบถี่ขึ้นราวกับหัวใจที่เต้นแรง การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและปกป้อง ‘สิ่ง’ ที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น…

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก