วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

ตอนที่ 23 — ฝ่าวงล้อม สู่สังเวียนนรก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,029 คำ

01:45... สองอึดใจสุดท้ายที่เหลืออยู่บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของวายุ ท่ามกลางอากาศที่บางเบาและอับชื้นของฐานลับใต้ดินแห่งนี้ สัญญาณชีพที่เต้นระรัวของเขาบ่งบอกถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด แขนขวาของเขากำด้ามปืนพกคู่ใจแน่น ผิวหนังที่เย็นชื้นราวกับกำลังจะแตกออก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ‌ทุกเงา ทุกการเคลื่อนไหว ล้วนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

“ใกล้เข้ามาแล้วสินะ” เสียงแหบพร่าของเขาเอ่ยขึ้นเบาๆ เป็นการประกาศกร้าวให้กับตัวเองมากกว่าใคร เสียงเครื่องยนต์ที่ดังอื้ออึงจากเบื้องบนดังลอดลงมาเป็นระยะๆ เหมือนเสียงคำรามของอสูรกายที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

เขาหันไปมอง ‘สิ่ง’ ​ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าใบหนาแน่นที่มุมหนึ่งของห้อง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความรับผิดชอบที่ถาโถมเข้ามา ทำให้หัวใจของเขายิ่งบีบรัดแน่นยิ่งขึ้น เขาจะต้องพา ‘สิ่ง’ นี้ออกไปให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

ทันใดนั้น เสียงปืนกลดังสนั่นหวั่นไหวแหวกอากาศเข้ามาจากทางเข้าหลักของฐาน ‍เสียงระเบิดที่ตามมาทำให้พื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นผงและเศษปูนร่วงกราวลงมา วายุไม่รอช้า เขาพุ่งตัวหลบเข้าที่กำบังหลังแท่งคอนกรีตขนาดใหญ่ ปืนพกคู่ใจถูกยกขึ้น ประจำตำแหน่งเล็งไปยังทิศทางของเสียง

“พวกแกกล้าดียังไง!” เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดดังขึ้น พร้อมกับร่างของเหล่าทหารติดอาวุธหนักที่แห่กันเข้ามา ‌พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับผีเสื้อที่น่าสะพรึงกลัว อาวุธปืนกระบอกยาวสาดกระสุนใส่ทุกสิ่งที่ขวางหน้า

วายุคำรามตอบ เขาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เขาโผล่จากที่กำบัง กราดยิงสวนกลับไปอย่างแม่นยำ กระสุนทุกนัดเจาะทะลุร่างของศัตรู บางคนล้มลงทันที บางคนล้มลงพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน

“อย่าให้มันหนีไปได้!” ‍เสียงตะโกนสั่งการดังขึ้นอีกครั้ง

วายุรู้ดีว่าการปะทะอย่างเปิดเผยในที่แคบเช่นนี้ไม่ใช่ทางออก เขาต้องการพื้นที่ การเคลื่อนไหวที่อิสระ และโอกาสในการหลบหนี

“ต้องไปที่รถ!” เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว

เขาหันกลับไปมอง ‘สิ่ง’ นั้นอีกครั้ง ด้วยความมุ่งมั่นที่เปี่ยมล้น ​เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อมัน

“ไม่เป็นไรนะ... ฉันจะพาเธอไปเอง” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะทะยานออกไป

เขาพุ่งตัวไปยัง ‘สิ่ง’ นั้นอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งคว้ากระเป๋าใบใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าใบไว้ อีกมือหนึ่งประคอง ​‘สิ่ง’ ที่อยู่ข้างในอย่างเบามือ

“พวกมันกำลังมา!” เสียงของวายุตะโกนเตือน

เขาไม่รอช้า รีบวิ่งไปยังอีกทางออกหนึ่งของฐานลับ ซึ่งเป็นอุโมงค์แคบๆ ที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก

เสียงปืนดังไล่หลังมาอย่างต่อเนื่อง กระสุนกระทบผนังจนเกิดประกายไฟ วายุต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีในการหลบหลีก ​เขาพุ่งตัว ล้มกลิ้ง กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ ไปอย่างชำนาญ

เมื่อมาถึงอุโมงค์ที่แคบ วายุลดความเร็วลงเล็กน้อย เขาต้องระวังไม่ให้ ‘สิ่ง’ ในอ้อมแขนกระทบกระเทือน

“อดทนหน่อยนะ” เขากระซิบบอก

เสียงเครื่องยนต์รถดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังวิ่งไล่ตามมาติดๆ

“พวกแกหนีไม่พ้นหรอก!” เสียงตะโกนไล่หลังมา

วายุเร่งความเร็ว เขาเห็นแสงสว่างรำไรอยู่ปลายอุโมงค์ นั่นคือทางออก!

เขาพุ่งทะลุอุโมงค์ออกมา สู่ความมืดมิดของค่ำคืนในเมืองหลวงที่ยังคงคุกรุ่นด้วยชีวิตชีวา

“รถ! อยู่ตรงนั้น!” เสียงเพื่อนร่วมทีมตะโกนมาจากที่อื่น

วายุหันไปมอง เห็นรถยนต์สีดำคันใหญ่จอดรออยู่ไม่ไกล เขาพุ่งตรงไปยังรถคันนั้นทันที

“เร็วเข้า! พวกมันมาแล้ว!” เสียงแว่วมาจากรถ

วายุเปิดประตูหลังอย่างรวดเร็ว เขาค่อยๆ วาง ‘สิ่ง’ นั้นลงอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งข้างๆ

“พร้อมนะ!” เขาถาม

เสียงพยักหน้าตอบรับมาจากด้านหน้า

ทันใดนั้น เสียงล้อบดถนนดังสนั่นหวั่นไหว รถยนต์สีดำคันนั้นพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยออกจากคันธนู

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวตามมาติดๆ กระสุนหลายนัดเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา สร้างความหวาดเสียวให้กับทุกคนภายในรถ

“เปิดทางให้หน่อย!” เสียงคนขับตะโกน

วายุหันไปมอง เห็นรถยนต์ของศัตรูหลายคันกำลังไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด พวกมันติดอาวุธครบมือ และดูเหมือนจะไม่มีความปรานีใดๆ

“จัดการมัน!” เสียงวายุสั่ง

เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบปืนพกคู่ใจออกมา พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอันตรายที่กำลังจะมาถึง

รถยนต์ของพวกศัตรูเริ่มเร่งความเร็วขึ้น เพื่อที่จะประกบรถของวายุ

“พวกมันจะบีบเรา!” เสียงคนขับตะโกน

วายุเล็งปืนไปที่รถคันหน้าสุดของศัตรู “ไม่ต้องห่วง!”

เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขากระโดดออกจากรถที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง!

“อะไรนะ! บ้าไปแล้ว!” เสียงคนขับร้องอุทานด้วยความตกใจ

แต่ทุกคนที่อยู่ในรถก็รู้ดีว่าวายุทำอะไรไม่เคยคิดหน้าคิดหลัง เขาทำเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า

วายุลงสู่พื้นถนนอย่างนุ่มนวล เขาไม่รอช้า รีบวิ่งไปที่รถของศัตรูคันหนึ่งที่กำลังจะเข้ามาประกบ เขาเอามือทุบกระจกข้างอย่างแรง ทำให้คนขับเสียหลัก

“ว้าย!” เสียงร้องดังขึ้น

ก่อนที่รถคันนั้นจะเสียการทรงตัว วายุก็กระโดดขึ้นไปบนฝากระโปรงรถอย่างว่องไว

“นี่แกทำบ้าอะไร!” เสียงคนขับรถตะโกนอย่างหัวเสีย

วายุไม่ตอบ เขาใช้ปืนพกจ่อยิงไปที่ยางรถยนต์อย่างแม่นยำ “ผลัวะ!” เสียงยางแตกดังสนั่น

รถยนต์คันนั้นเสียการทรงตัว เซไปมา ก่อนที่จะหมุนคว้างและพุ่งชนเข้ากับรถของพวกเดียวกันเอง

“ตูม!” เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

วายุไม่เสียเวลา เขาอาศัยจังหวะที่ศัตรูกำลังชุลมุน เขาโดดลงจากรถคันที่กำลังจะระเบิด พุ่งตรงไปยังรถคันอื่น

การต่อสู้บนท้องถนนเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด วายุใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิด ผสานกับการใช้อาวุธปืนอย่างชำนาญ เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับพายุหมุน

เสียงปืนดังไม่หยุด เสียงรถชนกัน เสียงกระจกแตก และเสียงร้องโหยหวนของเหล่าผู้บาดเจ็บ ดังผสมปนเปกันไปหมด

วายุสามารถสอยรถของศัตรูไปได้อีกหลายคัน เขาใช้ทุกอย่างที่มี ทั้งทักษะ ความกล้า และไหวพริบ

“ทำไมมันโหดเหี้ยมขนาดนี้!” เสียงทหารฝ่ายตรงข้ามตะโกนด้วยความหวาดกลัว

แต่สำหรับวายุ นี่คือการต่อสู้ที่เขาต้องชนะ เขาไม่มีทางเลือกอื่น

เขาเห็นว่ารถยนต์ของพวกศัตรูที่เหลือ กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดที่เขาต้องการจะไป

“พวกมันจะไปที่นั่น!” เขาคิดในใจ

วายุรู้ดีว่าเขาไม่สามารถยื้อเวลาได้อีกต่อไป เขาต้องรีบไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด

เขาหันกลับไปมองรถยนต์คันที่เพื่อนร่วมทีมของเขานั่งอยู่ เห็นว่าพวกเขากำลังขับหนีออกไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว

“เสร็จภารกิจแรกแล้ว” เขาพึมพำเบาๆ

เขาไม่รอช้า เขาเริ่มวิ่งไล่ตามรถยนต์ของศัตรูที่เหลือไปอย่างรวดเร็ว

การไล่ล่าบนท้องถนนยังคงดำเนินต่อไป แต่ครั้งนี้ วายุไม่ได้อยู่ในรถ เขาอยู่บนพื้นดิน วิ่งด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์

เขากระโดดข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ หลบหลีกรถยนต์ที่วิ่งสวนมาอย่างเฉียดฉิว

“พวกมันกำลังจะไปที่ฐานลับอีกแห่ง!” เขาคาดเดา

เขารู้ดีว่าศัตรูมีแผนการที่ใหญ่กว่าที่เขาคิด

เมื่อเขามาถึงบริเวณที่ซับซ้อนของตึกระฟ้า เขาเห็นรถยนต์ของศัตรูหลายคันกำลังเลี้ยวเข้าไปในอาคารแห่งหนึ่ง

“ที่นี่สินะ...” วายุพูดเบาๆ

เขาไม่ลังเลใจ เขาพุ่งตรงไปยังอาคารนั้นทันที

เมื่อเขาเข้าไปในอาคาร เขาพบว่ามันเป็นโกดังร้างขนาดใหญ่

“เข้ามาเลย! พวกเราพร้อมแล้ว!” เสียงตะโกนดังมาจากภายใน

วายุรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก

เขาค่อยๆ เดินเข้าไปในโกดังอย่างระมัดระวัง

ทันใดนั้น แสงไฟสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามา ทำให้เขาตาพร่ามัว

“ตกหลุมพรางแล้ว!” เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายดังขึ้น

วายุรู้ตัวว่าเขาถูกล้อมไว้แล้ว

“เอาไงล่ะ ทีนี้!” เขาพูดกับตัวเอง

เขาเห็นร่างของศัตรูจำนวนมากยืนกระจายอยู่รอบๆ

“ทีนี้ก็ถึงเวลาที่เจ้าจะได้ชดใช้ หนี้แค้นที่เจ้าก่อไว้!” เสียงหนึ่งดังขึ้น

วายุหรี่ตาลง เขารู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของบทลงโทษที่แท้จริง

เขาตั้งท่าเตรียมพร้อม การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น

“ข้าไม่เคยกลัวอะไร!” วายุตะโกนกลับไป

เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้า

แต่ในขณะที่เขากำลังจะพุ่งเข้าใส่ศัตรู ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด

เป็นร่างของหญิงสาวนางหนึ่ง ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว

“วายุ! อย่าเข้ามา!” เธอตะโกน

วายุหยุดชะงัก เขาจำใบหน้าของเธอได้

“เธอ!” เขาอุทาน

“พวกเขาจับตัวฉันมา!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

วายุรู้ทันทีว่านี่คือแผนการของศัตรู พวกเขาจับตัวคนสำคัญมาเพื่อบีบบังคับเขา

“ปล่อยเธอไป!” วายุตะโกน

“ถ้าเจ้าต้องการให้เธอปลอดภัย เจ้าต้องยอมจำนน!” เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังขึ้นอีกครั้ง

วายุติดกับดักอย่างสมบูรณ์

เขาจะทำอย่างไรต่อไป? เขาจะยอมจำนน หรือจะต่อสู้เพื่ออิสรภาพของเธอ?

นาฬิกาข้อมือของวายุกะพริบเป็นสีแดงอีกครั้ง... 01:45... ตัวเลขสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!