วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

ตอนที่ 27 — จุดศูนย์กลางของพายุ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 973 คำ

คลื่นความโกลาหลที่ถาโถมเข้าสู่โสตประสาทของวายุนั้นรุนแรงยิ่งกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ มันไม่ใช่แค่เสียงที่บิดเบี้ยว หรือภาพหลอนที่พร่ามัวอีกต่อไป แต่มันคือการรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวที่ถูกบิดเบือน ความรู้สึกเสมือนถูกฉีกกระชากออกจากความเป็นจริง การรับรู้ถึงมิติเวลาที่บิดเบี้ยว ราวกับภาพวาดที่ถูกยืดออกจนผิดรูป เขาสัมผัสได้ถึงโครงสร้างของฐานลับแห่งนี้ที่กำลังเคลื่อนไหว ‌ผนังคอนกรีตเย็นเฉียบที่เคยแน่นหนา บัดนี้กลับรู้สึกราวกับกำลังถูกบีบคั้นจากแรงมหาศาล เสียงโลหะบิดเบี้ยว เสียงกระจกแตกละเอียดดังกระหึ่มไปทั่วทุกอณูของอากาศที่เคยหนาแน่น บัดนี้กลับบางเบาจนน่าขนลุก

“บ้าเอ้ย!” วายุสบถ พยายามยันกายให้ลุกขึ้นยืน แต่ทว่าร่างกายของเขากลับไม่ตอบสนองราวกับถูกพันธนาการด้วยใยแมงมุมที่มองไม่เห็น ​การทรงตัวกลายเป็นเรื่องยากยิ่ง เขายึดจับกับเสาคอนกรีตที่สั่นสะเทือนอย่างแรง สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านจากพื้นดินขึ้นมาสู่ฝ่ามือ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เสียงของเขาแหบแห้ง เขาหันมองรอบตัว พยายามเพ่งมองผ่านม่านหมอกสีดำที่กำลังคืบคลานเข้ามาบดบังทัศนวิสัย ทุกอย่างดูราวกับกำลังถูกดูดกลืนหายเข้าไปในความว่างเปล่า

เขาเหลือบตาไปเห็นภาพแวบหนึ่ง ตรงมุมห้องที่มืดมิดที่สุด ‍แสงสีแดงกะพริบเป็นจังหวะผิดปกติ มันคือสัญลักษณ์บางอย่างที่คุ้นเคย… มันคือสัญลักษณ์ของ “เดเมเทอร์” องค์กรลับที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทั้งหมดนี้!

“แก… แกทำอะไรกับที่นี่!” วายุตะโกน เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้อง ‌เสียงสะท้อนที่บิดเบี้ยวทำให้คำพูดของเขาฟังดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงที่มุมห้องก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแผดร้องที่ไร้ที่มา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความสิ้นหวังที่บิดเบี้ยวราวกับเสียงกรีดร้องของปีศาจร้าย

ร่างเงาขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นจากความมืด ร่างนั้นสูงใหญ่ผิดมนุษย์ ‍มีลักษณะคล้ายมนุษย์ แต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่บิดเบี้ยว เส้นเลือดปูดโปนราวกับกำลังจะระเบิดออกมาจากผิวหนังสีเข้ม ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงก่ำ จ้องมองมาที่วายุอย่างอาฆาตแค้น

“แก… แกมันคนทรยศ!” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากร่างนั้น มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์จริงๆ ​แต่เป็นเสียงที่ผ่านการสังเคราะห์จากเครื่องมือบางอย่าง

“ใคร!” วายุถาม รวบรวมกำลังทั้งหมดที่มี ยันกายยืนขึ้นอย่างโซซัดโซเซ

“แกไม่คู่ควรที่จะรู้!” ร่างนั้นตะโกน พร้อมกับพุ่งเข้าใส่วายุอย่างรวดเร็ว ความเร็วของมันน่าตกใจเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้

วายุเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด สัมผัสได้ถึงแรงลมที่ปะทะใบหน้าของเขาขณะที่ร่างนั้นพุ่งผ่านไป ​กำปั้นขนาดมหึมาของมันกระแทกเข้ากับเสาคอนกรีตด้านหลังวายุอย่างจัง เสียงคอนกรีตแตกกระจาย เศษหินปูนปลิวว่อน

“แกกำลังทำลายทุกอย่าง!” วายุตะโกน เขาเริ่มเข้าใจแล้ว ว่าคลื่นความโกลาหลนี้ไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ใดๆ แต่เกิดจากสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตรงหน้าเขา

“ทุกอย่างที่แกสร้างขึ้น! ทุกอย่างที่แกพรากไป!” ​ร่างนั้นคำราม เสียงของมันสะท้อนก้องไปทั่วฐานลับที่กำลังพังทลาย “แกต้องชดใช้! ชดใช้ด้วยเลือด!”

วายุรู้ว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังขนาดนี้ได้ในสภาพที่ร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ เขาต้องหาทางหลบหนี!

“ฉันไม่ได้พรากอะไรไป! ฉันแค่… ฉันแค่ทำในสิ่งที่ต้องทำ!” วายุพยายามอธิบาย แต่เขารู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นไร้ความหมายสำหรับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า

ร่างนั้นหัวเราะเสียงแหบพร่า “คำโกหก! คำโกหกที่แสนน่าสมเพช!”

มันพุ่งเข้าใส่วายุอีกครั้ง คราวนี้วายุไม่มีเวลาหลบ เขาปล่อยหมัดออกไปเต็มแรง หวังเพียงจะยื้อเวลาให้ตัวเองได้หายใจ

ปัง!

หมัดของวายุปะทะเข้ากับแขนของร่างนั้น แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับต่อยเข้ากับกำแพงเหล็กกล้า แขนของวายุชาไปทั้งแถบ แรงสะท้อนส่งผลให้เขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว

“อ่อนแอ!” ร่างนั้นเยาะเย้ย “แกมันก็แค่มนุษย์เปราะบาง!”

ขณะที่ร่างนั้นกำลังจะเข้าโจมตีอีกครั้ง วายุเหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้น… มันคือปืนพกที่ตกอยู่จากการต่อสู้ก่อนหน้านี้

“ถึงจะอ่อนแอ… แต่ก็ยังสู้ได้!” วายุตะโกน พร้อมกับพุ่งตัวไปคว้าปืนพก

ร่างนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับไม่คาดคิดว่าวายุจะมีความคิดเช่นนั้น

วายุหยิบปืนขึ้นมาขึ้นลำทันที เขาไม่แน่ใจว่ากระสุนจะสามารถทำอันตรายต่อร่างนั้นได้หรือไม่ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

“ตายซะ!” ร่างนั้นคำราม พร้อมกับพุ่งเข้าใส่วายุด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว

วายุไม่รอช้า เขาเล็งปืนไปที่หน้าอกของร่างนั้น และลั่นไก!

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในห้องที่กำลังสั่นสะเทือน กระสุนพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ร่างนั้นอย่างต่อเนื่อง

แต่… กระสุนเหล่านั้นกลับไม่สามารถทะลุผ่านผิวหนังที่หนาและแข็งแกร่งของมันได้ มันเพียงแต่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

“ไร้ประโยชน์!” ร่างนั้นคำรามด้วยความโกรธ

วายุรู้ว่าแผนของเขาล้มเหลว เขาถูกบีบให้ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าทุกด้าน

ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงที่สะท้อนจากดวงตาของร่างนั้นก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่แสงธรรมดา แต่มันคือแสงที่เต็มไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์

“นี่คือจุดจบของแก!” ร่างนั้นประกาศ

วายุรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานมหาศาลที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขา มันไม่ใช่แค่แรง แต่เป็นพลังงานที่บิดเบือนทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว

เขาปิดตาลงอย่างแน่นหนา เตรียมพร้อมรับชะตากรรม

แต่แล้ว… สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมาจากร่างนั้น!

วายุค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาแทบไม่เชื่อสายตา

ร่างนั้นกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันกำลังบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับกำลังถูกพลังงานบางอย่างกลืนกิน

“ไม่! เป็นไปไม่ได้!” มันตะโกน

วายุสังเกตเห็นว่าที่หน้าอกของร่างนั้น ซึ่งเป็นจุดที่เขาเคยยิงกระสุนเข้าไป ปรากฏรอยแผลขนาดใหญ่ขึ้น กำลังมีแสงสีขาวสว่างจ้าพวยพุ่งออกมาจากรอยแผลนั้น

“นี่มัน… นี่มันอะไรกัน?” วายุพึมพำ

ร่างนั้นพยายามที่จะต่อสู้ พยายามที่จะต้านทานพลังงานที่กำลังกลืนกินมัน แต่มันก็ไร้ผล

“แก… แกทำอะไร…” มันกระซิบเสียงแผ่วเบา ก่อนที่ร่างทั้งหมดของมันจะสลายกลายเป็นแสงสีขาวสว่างวาบ แล้วก็หายไปในอากาศ

ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งฐานลับที่กำลังจะพังทลาย

คลื่นความโกลาหลที่เคยถาโถมเข้าสู่โสตประสาทของวายุ บัดนี้ค่อยๆ จางหายไป ความรู้สึกพร่ามัวเริ่มคลี่คลายลง

วายุหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เขามองไปยังจุดที่ร่างนั้นเคยยืนอยู่ ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย นอกจากเศษฝุ่นที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ

“นี่… นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เขาถามตัวเองอีกครั้ง

เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่พื้น… มันคือแผ่นโลหะบางๆ สลักด้วยสัญลักษณ์ของ “เดเมเทอร์” มันคงเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ที่ทำให้ร่างนั้นมีพลังมหาศาล หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ควบคุมมัน

ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันแตกต่างจากเดิม มันไม่ใช่เสียงสัญญาณเตือนภัยของฐานลับ แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังมาจากภายนอก

“สัญญาณเตือนภัย? ใคร… ใครกำลังบุก?” วายุคิด

เขาหันมองไปทางทางออกของฐานลับที่อยู่ไกลออกไป แสงไฟสีแดงกะพริบเป็นจังหวะรุนแรง

วายุรู้ว่าเขาไม่มีเวลาเหลือแล้ว เขาต้องรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงไปทั้งหมด

เขาตัดสินใจไม่เก็บแผ่นโลหะชิ้นนั้น เขาหยิบเพียงปืนพกที่ยังคงอยู่ในมือ แล้วรีบวิ่งตรงไปยังทางออก

ขณะที่เขากำลังวิ่งไป เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง… เสียงฝีเท้าของใครบางคน

“ใครน่ะ!” วายุตะโกน

แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

วายุหันกลับไปมองด้วยความระแวง

เขามองเห็นเงาตะคุ่มๆ กำลังวิ่งตามมา เขาไม่แน่ใจว่าเป็นใคร แต่เขารู้สึกได้ถึงอันตราย

เขาต้องรีบออกไปให้พ้นจากที่นี่!

วายุเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เขาเหลือบมองตัวเลขบนข้อมืออีกครั้ง… ตัวเลขที่เคยกระพริบเป็นสีแดง บัดนี้กลับเป็นสีขาวนวล แสดงถึงเวลาที่เหลืออยู่…

เขาต้องรีบไป! ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป…

บทต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น? ใครคือคนที่กำลังตามวายุมา? และวายุจะสามารถเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่กำลังจะบานปลายนี้ได้หรือไม่?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!