โลกของวายุหมุนคว้างราวกับถูกเหวี่ยงเข้าไปในเครื่องปั่นมหึมา ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวแยกออกเป็นเสี่ยงๆ เสียงรอบกายกลายเป็นเพียงเสียงหวีดหวิวที่ดังขึ้นและจางหายไปอย่างรวดเร็ว เขาพยายามขยับตัว แต่แขนขาหนักอึ้้ง ราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ภาพสุดท้ายที่เขาจำได้คือแสงสีฟ้าสว่างวาบที่พุ่งเข้ามาจากด้านหน้า และสัมผัสเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“วายุ! เจ้าเป็นอะไรไป!” เสียงของริต้าดังแว่วมา ราวกับลอยมาจากที่ไกลแสนไกล เธอพยายามเขย่าตัวเขา แต่แรงสั่นสะเทือนเหล่านั้นก็ยิ่งทำให้โลกของเขาวนเวียนหนักขึ้นไปอีก
“ฉัน… ฉัน…” วายุพยายามจะเอ่ยปากตอบ แต่คำพูดกลับติดขัดอยู่ที่ลำคอ เขาเห็นภาพมัวๆ ของใบหน้ากังวลของริต้า ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกสิ่งไป
เมื่อวายุรู้สึกตัวอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ กลิ่นยาอ่อนๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เขามองไปรอบๆ เป็นห้องที่ดูสะอาดและเรียบร้อยกว่าฐานลับที่เขาคุ้นเคย แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านหน้าต่างสาดเข้ามาเป็นลำ
“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มนุ่มของริต้าดังขึ้น เธอเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับแก้วน้ำในมือ
วายุพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่รู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วทั้งร่าง “เกิดอะไรขึ้น?”
“เจ้าโดนพลังจิตของมันเล่นงาน จนทรุดไปเลย” ริต้าตอบพลางยื่นแก้วน้ำให้ “โชคดีที่ฉันรีบเข้ามาช่วยไว้ทัน ไม่เช่นนั้น… เจ้าอาจจะแย่กว่านี้”
วายุรับน้ำมาดื่ม รสชาติจืดชืดแต่ก็ช่วยให้ชุ่มคอ “พลังจิต… นั่นมันอะไรกันแน่?”
“ฉันไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แค่การโจมตีทางกายภาพอีกต่อไป มันสามารถเล่นงานจิตใจของเราได้ด้วย” ริต้าบอก ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด “เจ้าเห็นอะไรบ้างตอนที่โดนมันโจมตี?”
วายุพยายามนึกย้อนกลับไป ภาพเหล่านั้นยังคงติดตาเขาอยู่ “เหมือน… เหมือนทุกอย่างมันบิดเบี้ยวไปหมด เสียงก็แปลกๆ ภาพก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันกลัว” ริต้าถอนหายใจ “เราต้องรีบหาทางหยุดมันก่อนที่มันจะใช้พลังนี้กับคนอื่นๆ อีก”
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาคาร!
“เกิดอะไรขึ้น?” วายุถามอย่างตื่นตกใจ
“คงเป็นพวกมันตามมาเจอเราจนได้” ริต้าตอบอย่างรวดเร็ว เธอรีบหยิบปืนพกที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมา “เจ้าพักผ่อนก่อน ฉันจะออกไปจัดการเอง”
“ไม่ได้!” วายุคัดค้านทันที แม้จะยังรู้สึกอ่อนเพลีย แต่สัญชาตญาณนักสู้ของเขาก็ปลุกเร้าขึ้นมา “ฉันจะไปด้วย! เราต้องสู้ไปด้วยกัน!”
ริต้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของวายุ เธอก็พยักหน้า “ก็ได้ แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มากๆ”
ทั้งสองรีบออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังจุดที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้น เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังก้องไปตามโถงทางเดินที่มืดสลัว เมื่อไปถึง พวกเขาก็พบกับภาพที่น่าตกใจ
หน่วยคอมมานโดติดอาวุธครบครันกว่าสิบคน กำลังบุกเข้ามาจากทางด้านหน้า พวกมันสวมชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าปิดบังด้วยหน้ากาก ท่าทางราวกับหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก
“หยุดอยู่ตรงนั้น!” หัวหน้าหน่วยตะโกนสั่ง เสียงที่ลอดออกมาจากหน้ากากฟังดูแข็งกระด้าง “ส่งตัว ‘วัตถุ’ มาให้พวกเรา!”
“วัตถุอะไร? พวกแกเป็นใคร?” วายุถาม
“ไม่ต้องรู้มาก แค่ส่ง ‘กุญแจ’ มา!” ชายอีกคนเสริม
“กุญแจ? พวกแกกำลังพูดถึงอะไรกันแน่?” ริต้าถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่ต้องเสียเวลา!” หัวหน้าหน่วยตะโกนสั่ง ก่อนจะชูแขนขึ้นเป็นสัญญาณ
ทันใดนั้น กระสุนปืนกลก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
วายุและริต้าต้องหมอบหลบกระสุนที่สาดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาพยายามหาที่กำบัง ขณะเดียวกันก็ยิงตอบโต้กลับไป
“พวกมันไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ” วายุพึมพำขณะหลบกระสุน “ชุดเกราะของพวกมันแข็งแกร่งมาก”
“ฉันว่าพวกมันกำลังตามหา ‘สิ่งที่’ นายโดนโจมตี” ริต้าตอบ เธอระดมยิงสกัดกั้นอย่างไม่ลดละ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด วายุและริต้าต่อสู้ด้วยความชำนาญ แต่จำนวนของศัตรูก็มีมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“ต้องหาทางหนีทีไล่!” วายุตะโกน “เราไม่สามารถสู้กับพวกมันตรงๆ ได้แบบนี้!”
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และสังเกตเห็นช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือศีรษะ “ริต้า! ไปทางนั้น!”
วายุชี้ไปยังช่องระบายอากาศ ริต้าพยักหน้าเข้าใจ พวกเขารีบวิ่งเข้าไปหาช่องระบายอากาศนั้น ขณะที่หน่วยคอมมานโดกำลังจะตามเข้ามา
วายุใช้แรงทั้งหมดที่มี กระโดดขึ้นไปคว้าขอบช่องระบายอากาศ และดึงตัวเองขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ริต้าตามขึ้นไปทันที พวกเขาคลานเข้าไปในช่องแคบๆ นั้นอย่างเงียบเชียบ
เสียงฝีเท้าของหน่วยคอมมานโดดังใกล้เข้ามา พวกมันพยายามจะตามเข้ามา แต่ช่องระบายอากาศนั้นแคบเกินกว่าที่ชุดเกราะของพวกมันจะผ่านเข้าไปได้
“พวกมันหนีไปแล้ว!” เสียงตะโกนอย่างหัวเสียดังมาจากด้านล่าง
วายุและริต้าคลานไปตามช่องระบายอากาศอย่างระมัดระวัง พวกเขาไม่รู้ว่าช่องทางนี้จะนำไปสู่ที่ใด แต่ก็ดีกว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด
“เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” วายุถามขณะที่คลานไปเรื่อยๆ
“ฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นทางลับที่สร้างขึ้นมา” ริต้าตอบ “พวกมันคงไม่คาดคิดว่าเราจะหนีมาทางนี้”
พวกเขาคลานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงเครื่องจักรดังมาจากด้านหน้า เมื่อเข้าไปใกล้ขึ้น ก็พบกับโครงสร้างที่ซับซ้อน เป็นเหมือนกับเครือข่ายของท่อและสายไฟ
“ที่นี่มัน…เหมือนโรงงานใต้ดินเลย” วายุพึมพำ
“น่าจะเป็นฐานลับของพวกมัน” ริต้าวิเคราะห์ “เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
ในขณะเดียวกัน ด้านนอกฐานลับ ที่มีกลุ่ม “พายุทมิฬ” ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมที่วายุกำลังตามล่า กำลังระดมกำลังบุกเข้ามายึดพื้นที่
“เราต้องตามหา ‘กุญแจ’ ให้เจอ!” เสียงของหัวหน้ากลุ่ม “พายุทมิฬ” ดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด “มันคือทุกสิ่งทุกอย่างของเรา!”
“แต่นายท่าน… เรายังไม่พบร่องรอยของ ‘วัตถุ’ เลย” ลูกน้องคนหนึ่งรายงาน
“หา! ต้องหาให้เจอ! ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!”
การบุกรุกครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ของ “พายุทมิฬ” ที่ต้องการครอบครอง “กุญแจ” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีลึกลับที่สามารถควบคุมพลังจิตได้ โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า “วัตถุ” ที่พวกเขาตามหาก็คือ “วายุ” นั่นเอง
วายุและริต้าคลานไปตามทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยสายไฟและท่อต่างๆ พวกเขาพบว่าที่นี่เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนราวกับเขาวงกต
“ฉันว่าเรากำลังเดินเข้าไปในรังผึ้ง” วายุกล่าวอย่างกังวล
“ไม่ต้องห่วง เราจะผ่านมันไปได้” ริต้าปลอบใจ แต่สีหน้าของเธอก็ฉายแววเคร่งเครียดเช่นกัน
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากทิศทางที่พวกเขาอยู่!
“แย่แล้ว! พวกมันรู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่!” ริต้าอุทาน
“ต้องรีบหาทางออก!” วายุบอก
พวกเขาเร่งความเร็วในการคลาน ท่ามกลางเสียงเตือนภัยที่ดังระงมไปทั่ว ราวกับว่าทั้งฐานลับกำลังจะถล่มลงมา
ทันใดนั้นเอง ประตูเหล็กบานใหญ่ก็เปิดผัวะออก!
ร่างสูงใหญ่ของ “อัสนี” หัวหน้ากลุ่ม “พายุทมิฬ” ปรากฏตัวขึ้น เขามาพร้อมกับลูกน้องที่ติดอาวุธครบครัน
“ในที่สุด… เจ้าก็หนีไม่พ้น!” อัสนีแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “คิดว่าจะรอดไปได้สักกี่น้ำ!”
“แก!” วายุตะโกนอย่างเดือดดาลเมื่อเห็นหน้าของศัตรูตัวฉกาจ
“เจ้ามันก็แค่ ‘วัตถุ’ ที่ไร้ประโยชน์” อัสนีพูดพลางเดินเข้ามาใกล้ “แต่ ‘กุญแจ’ ที่อยู่ในตัวเจ้า… นั่นแหละ คือสิ่งที่ข้าต้องการ!”
“แกพูดเรื่องอะไร? ฉันไม่เข้าใจ!” วายุถาม
“ไม่ต้องเข้าใจหรอก! เพราะเจ้ากำลังจะกลายเป็นของข้า!” อัสนีตะโกนสั่ง “จับตัวมันมา! เอา ‘กุญแจ’ ให้ข้า!”
ลูกน้องของอัสนีพุ่งเข้าหาวายุและริต้าทันที การต่อสู้ครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางฐานลับใต้ดินที่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิเดือด! วายุรู้ดีว่านี่คือการต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุด เขาต้องเอาชนะอัสนีให้ได้ เพื่อปกป้องริต้า และเพื่อหยุดยั้งแผนการอันชั่วร้ายของ “พายุทมิฬ” ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างวายุและอัสนีเริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีริต้าคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่ม “พายุทมิฬ” ที่บุกเข้ามาจากด้านนอก ก็กำลังพุ่งเป้ามายังตำแหน่งของพวกเขาเช่นกัน รังผึ้งแห่งความแค้นกำลังจะแตกรัง และพายุลูกใหญ่กำลังจะโหมกระหน่ำเข้าใส่!

วายุอาฆาต: หนี้แค้นพายุทมิฬ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก