สายลมหนาวที่เคยโหมกระหน่ำจนราวกับจะพรากทุกสิ่งไปจากเมืองทัตสึโนะ บัดนี้ได้แผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าธรรมชาติเองก็เหนื่อยล้าจากการพยายามจะชะล้างความเจ็บปวดที่กัดกินอยู่ในใจของเพชรจนเกือบจะสิ้นลม แต่สำหรับเขา ความหนาวเหน็บนั้นยังคงประทับแน่นไม่คลาย เหมือนน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจจนไม่สามารถรู้สึกถึงความอบอุ่นใดๆ ได้อีกต่อไป ภาพของย่านชุมชนแออัดที่เคยเป็นที่พำนักของเขา ภาพของใบหน้าที่คุ้นเคยที่บัดนี้อาจไม่เหลือแม้แต่เงา... สิ่งเหล่านั้นยังคงตามหลอกหลอนทุกช่วงเวลา
เพชรยืนนิ่งอยู่บนดาดฟ้าของอาคารร้างแห่งหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือย่านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของเขา ลมเย็นประปรายพัดผ่านเสื้อผ้าที่สวมใส่ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ยังคงมีอยู่ประปรายบนแผงอกของเขา แม้จะผ่านกาลเวลามานาน แต่บางร่องรอยก็ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่เขาเคยเผชิญหน้ามา ยิ่งไปกว่านั้นคือรอยแผลที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า บาดแผลที่ฝังลึกในจิตใจ ยากจะเยียวยา
“ยังไม่เลิกคิดถึงมันอีกเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เพชรสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หันกลับไปมอง เพราะเขารู้ดีว่าใครคือเจ้าของเสียงนั้น
“ไม่เคยเลิกคิดถึงเลยสักเสี้ยววินาทีเดียว” เพชรตอบกลับเสียงเรียบ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งแสงไฟระยิบระยับของเมืองทัตสึโนะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นภาพที่สวยงาม แต่ในสายตาของเพชร มันกลับเต็มไปด้วยเงามืดที่มองไม่เห็น
“มันผ่านมานานแล้วนะเพชร” เสียงนั้นพยายามปลอบประโลม แต่ก็เหมือนจะยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดที่เพชรแบกรับไว้
“นานพอที่จะให้ความยุติธรรมมาถึงไหม?” เพชรเงยหน้ามองดวงดาวที่เริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ราวกับจะหาคำตอบจากเบื้องบน “นานพอที่จะให้พวกมันชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปไหม?”
“เราจะหาคำตอบนั้นด้วยกัน” ชายผู้นั้นพูดพลางเดินเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างเพชร “แกจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังอีกต่อไป”
เขาคือ ‘วิหค’ ชายผู้ลึกลับที่เพชรได้พบเจอหลังจากเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตของเขาพลิกผัน วิหคเป็นเหมือนเงาของเพชร คอยจับตาดู คอยช่วยเหลือ และคอยให้คำแนะนำในยามที่เพชรหลงทาง วิหคไม่เคยเปิดเผยอดีตของตนเอง แต่มีบางอย่างในดวงตาของเขาที่ทำให้เพชรรู้สึกไว้วางใจ
“แล้วพวก ‘เงามายา’ ล่ะ?” เพชรเอ่ยถาม ใบหน้าของเขาเริ่มฉายแววของความมุ่งมั่น “พวกมันยังคงปั่นหัวคนทั้งเมืองอยู่เหมือนเดิมใช่ไหม?”
“ใช่” วิหคตอบสั้นๆ “แผนการของพวกมันกำลังจะเข้มข้นขึ้น และเราต้องหยุดมันให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
“ฉันพร้อมเสมอ” เพชรตอบ ดวงตาของเขาฉายแววของความมุ่งมั่นที่ร้อนแรง ราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง “บอกมาเลยว่าต้องทำอะไร”
วิหคพยักหน้า เขาหยิบเอาอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากกระเป๋าหนังใบเก่า เป็นอุปกรณ์ที่ดูแปลกตา มีลักษณะเหมือนเครื่องสแกนขนาดเล็ก และมีหน้าจอแสดงผลเป็นตัวอักษรและสัญลักษณ์ที่ไม่คุ้นเคย
“นี่คือข้อมูลล่าสุดที่เราสืบมาได้” วิหคกล่าวพลางยื่นอุปกรณ์นั้นให้เพชร “พวกเงามายามีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในหลายพื้นที่ของเมือง โดยเฉพาะในย่านการค้าเก่าที่ถูกทิ้งร้างมานาน”
เพชรรับอุปกรณ์มาดู หน้าจอแสดงแผนที่ของเมืองทัตสึโนะ พร้อมกับจุดสีแดงหลายจุดที่กะพริบอยู่ตามสถานที่ต่างๆ “ย่านการค้าเก่า? ที่นั่นมันมีอะไรที่น่าสนใจขนาดนั้น?”
“เราคาดว่านั่นอาจเป็นหนึ่งในฐานปฏิบัติการลับของพวกมัน” วิหคอธิบาย “ที่นั่นมีอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อน ซึ่งพวกมันใช้เป็นเส้นทางในการขนส่งสิ่งของ และหลบเลี่ยงการตรวจตรา”
“แล้วสิ่งที่พวกมันขนส่งคืออะไร?” เพชรเลิกคิ้วถาม
“นั่นคือสิ่งที่เรายังไม่รู้แน่ชัด” วิหคถอนหายใจ “แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลของเรา เชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับแผนการของพวกมัน”
เพชรเลื่อนนิ้วไปบนหน้าจอ สัมผัสกับจุดสีแดงต่างๆ ที่ปรากฏขึ้น “มีที่ไหนที่น่าสงสัยเป็นพิเศษอีกบ้าง?”
“มีอีกแห่งหนึ่ง” วิหคชี้ไปยังจุดสีแดงที่อยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือของเมือง “ที่นั่นคือตึกระฟ้าที่ถูกปิดร้างไปหลายปีแล้ว ชื่อว่า ‘อาคารเงาสะท้อน’ เราเชื่อว่าที่นั่นอาจเป็นศูนย์บัญชาการหลักของพวกมัน”
“อาคารเงาสะท้อน…” เพชรทวนคำชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “ฟังดูเหมือนชื่อที่พวกมันตั้งขึ้นเอง”
“อาจจะเป็นอย่างนั้น” วิหคยอมรับ “แต่ไม่ว่าอย่างไร เราต้องเข้าไปตรวจสอบให้แน่ใจ”
“แล้วเราจะเข้าไปยังไง? ตึกนั่นเต็มไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด” เพชรซักถาม
“นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องการความช่วยเหลือจากแก” วิหคยิ้มมุมปาก “แกมีความสามารถพิเศษที่ไม่มีใครเหมือน และฉันเชื่อว่าแกจะหาทางเข้าไปได้”
เพชรหลับตาลง เขาจินตนาการถึงภาพของอาคารเงาสะท้อน ภาพของย่านการค้าเก่าที่ถูกทิ้งร้าง ความรู้สึกหนาวเหน็บที่เคยประทับในใจกลับมาอีกครั้ง แต่มันก็ถูกเจือจางด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
“ฉันจะไปดูที่ย่านการค้าเก่าก่อน” เพชรตัดสินใจ “ส่วนอาคารเงาสะท้อน… เราค่อยว่ากันอีกที”
“ดี” วิหคพยักหน้า “ฉันจะคอยสนับสนุนแกอยู่ห่างๆ ไม่ต้องกังวล”
เช้าวันต่อมา เพชรปลีกตัวออกจากที่พัก เขาเลือกสวมเสื้อผ้าที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมากที่สุด เป็นเสื้อผ้าสีเข้มที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยประสิทธิภาพในการปกปิดตัวตน ดวงตาของเขาดูคมกริบราวกับเหยี่ยวที่กำลังมองหาเหยื่อ
เขาเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยแคบๆ ของเมืองทัตสึโนะ เสียงผู้คนจอแจดังสะท้อนไปมา ผู้คนเร่งรีบใช้ชีวิตประจำวันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับว่าความลับดำมืดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเจริญของเมืองนี้ไม่มีอยู่จริง
ย่านการค้าเก่าที่วิหคกล่าวถึงนั้น อยู่ห่างออกไปจากย่านที่เพชรเคยอาศัยอยู่ไม่มากนัก แต่กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ที่นั่นเป็นเหมือนโลกอีกใบที่ถูกลืมเลือน อาคารเก่าแก่ทรุดโทรมเรียงราย บางหลังดูเหมือนจะพร้อมพังลงมาได้ทุกเมื่อ กลิ่นอับชื้นและฝุ่นคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
เพชรเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับสายลม เขาใช้ทักษะที่ฝึกฝนมาอย่างช่ำชองในการปีนป่ายและหลบหลีกสายตาของผู้คน สภาพแวดล้อมที่รกร้างนี้กลับเป็นที่ที่เขาถนัด เพราะมันเอื้อต่อการซ่อนตัวของเขา
เขามาถึงอาคารแห่งหนึ่งที่ดูทรุดโทรมที่สุดในบรรดาอาคารทั้งหมด มันมีลักษณะเป็นโกดังเก่าขนาดใหญ่ ที่เคยใช้เก็บสินค้าในสมัยก่อน ประตูเหล็กสนิมเกรอะกรัง ดูเหมือนจะถูกปิดตายมานานหลายปี
เพชรใช้เวลาสักครู่ในการสำรวจบริเวณรอบๆ เขาพบร่องรอยของการเข้าออกที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนัก เป็นรอยเท้าที่ทับถมกันอยู่บนฝุ่นหนา และมีเศษวัสดุบางอย่างที่ดูเหมือนจะถูกลากผ่าน
“ไม่พลาดแน่” เพชรพึมพำกับตัวเอง เขาตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจภายใน
การเปิดประตูเหล็กบานใหญ่ที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับเพชร มันก็เป็นเพียงการใช้แรงเพียงเล็กน้อย บวกกับเทคนิคพิเศษที่ทำให้ประตูเลื่อนเปิดออกได้อย่างเงียบเชียบ
ภายในโกดังนั้นมืดมิดและเย็นเยียบยิ่งกว่าภายนอก กลิ่นอับชื้นยิ่งรุนแรงขึ้น ฝุ่นละอองลอยฟุ้งในอากาศเมื่อเพชรเดินเข้าไป แสงสลัวจากภายนอกลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ บนหลังคา ทำให้พอจะมองเห็นเค้าโครงของสิ่งของต่างๆ ที่ถูกทิ้งร้างไว้
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเพชรมากที่สุด คือช่องว่างขนาดใหญ่บริเวณพื้น ที่มีลักษณะเหมือนทางลงสู่ใต้ดิน
“เจอแล้ว” เพชรเดินเข้าไปใกล้ ช่องว่างนั้นถูกปิดไว้ด้วยแผ่นไม้เก่าๆ ที่ดูไม่แข็งแรงนัก เมื่อเพชรใช้เท้าเหยียบลงไป แผ่นไม้ก็แตกหักผุพังลงไปทันที เผยให้เห็นบันไดที่ทอดลึกลงไปในความมืด
เพชรไม่ลังเล เขาหยิบเอาอุปกรณ์ส่องสว่างขนาดเล็กที่พกติดตัวออกมา เปิดมันออก แสงสีขาวสว่างจ้าสาดส่องลงไปตามขั้นบันได
“นี่แหละ คือที่ที่พวกมันซ่อนตัว” เพชรกล่าวกับตัวเอง เสียงของเขาดังก้องอยู่ในความเงียบของโกดังร้าง
เขาก้าวลงบันไดไปอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวถูกควบคุมอย่างมีสติ เขาได้ยินเสียงน้ำหยดลงมาจากที่ไหนสักแห่ง เสียงลมพัดหวีดหวิวลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ ราวกับเสียงกระซิบจากโลกใต้ดิน
เมื่อลงมาถึงด้านล่าง เพชรพบว่าตัวเองอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินที่ค่อนข้างกว้างขวาง ผนังอุโมงค์ก่อด้วยอิฐเก่าที่ชื้นแฉะ มีรอยตะไคร่น้ำเกาะอยู่ทั่วไป
“ดูเหมือนว่าจะเป็นระบบอุโมงค์ที่เชื่อมต่อกัน” เพชรสำรวจไปรอบๆ เขาเห็นทางแยกหลายทางที่ทอดตัวไปในทิศทางต่างๆ
ขณะที่เขากำลังจะตัดสินใจว่าจะเลือกเส้นทางใด จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขา!
เพชรหันขวับไปทันที ดวงตาของเขาสาดประกายด้วยความระแวดระวัง เขากระชับหมัดแน่น พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรู
เงาร่างหลายร่างปรากฏขึ้นจากความมืด พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และมีท่าทีที่แข็งกร้าว
“พวกแกเป็นใคร?” หนึ่งในเงาร่างนั้นตะโกนถาม เสียงของเขาแฝงไปด้วยความก้าวร้าว
เพชรยืนนิ่ง เขาไม่ตอบคำถามใดๆ เขากำลังประเมินสถานการณ์ และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้น
ใครคือเงาร่างเหล่านั้น? พวกมันเป็นลูกน้องของเงามายา หรือเป็นใครกันแน่? และเพชรจะสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่อันตรายนี้ไปได้หรือไม่? เขาจะสามารถไขปริศนาของเงามายาได้หรือไม่? การผจญภัยของเพชรในเมืองทัตสึโนะกำลังจะเข้มข้นขึ้นกว่าที่เคย…

เพชรลวงราตรี
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก