แสงจันทร์สีนวลยังคงทาบทาผืนฟ้าให้ระบายสีเงินยวง ทว่าภายใต้ความงามสงบนั้น จิตใจของขุนฤทธิ์กลับร้อนระอุราวกับจะลุกเป็นไฟ สิ้นเสียงประกาศของทูตชาวตะวันตกที่ยืนกรานจะยึดครองดินแดนบางส่วนของอยุธยา ยิ่งกว่าเปลวเพลิงที่ลามเลียมาจากแดนไกล เสียงกระซิบกระซาบดังอื้ออึงไปทั่วท้องพระโรง ผสานกับเสียงทุบโต๊ะของเหล่าขุนนางที่แสดงความเดือดดาล ท่ามกลางความอลหม่านนั้น ขุนฤทธิ์ยังคงยืนสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องไปยังทูตต่างชาติผู้มีใบหน้าซีดเผือด แต่แววตาซ่อนประกายแห่งความเย่อหยิ่งเอาไว้
“ท่านทูต!” เสียงของพระยาพิชัยดังขึ้น ข่มเสียงอึกทึกทั้งหลาย “ท่านจะกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร! ดินแดนนี้คือผืนแผ่นดินของพระมหากษัตริย์สยาม มิใช่สนามเด็กเล่นของชาติอื่น!”
ทูตชาวตะวันตก ชายร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบที่ดูประหลาดตาสำหรับชาวสยาม ยิ้มเยาะอย่างเย็นชา “ข้าฯ มิได้กล่าวเล่น ท่านพระยา เหตุผลนั้นชัดเจน ยามนี้อาณาจักรของท่านอ่อนแอลงมาก เราเพียงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อให้แน่ใจว่าสันติภาพและความมั่นคงจะดำรงอยู่”
“ช่วยเหลือหรือ!” ขุนฤทธิ์ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้น “หรือท่านหมายถึง การยึดครอง! แผ่นดินนี้มีเลือดเนื้อของบรรพบุรุษเราหล่อเลี้ยงมาหลายชั่วอายุคน เราไม่เคยขอความช่วยเหลือจากชาติใด และเราก็ไม่ต้องการ! การกระทำของท่านคือการดูหมิ่นเกียรติยศของอาณาจักรสยาม!”
ทูตผู้นั้นยักไหล่ “หากท่านขุนฤทธิ์คิดเช่นนั้น ข้าฯ ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงความคิดของท่านได้ เพียงแต่... หากการเจรจาไม่เป็นผล การใช้กำลังก็ย่อมเป็นทางเลือกอันสมควร”
คำพูดนั้นดุจดั่งคมดาบที่เสียดแทงเข้ากลางใจของทุกคนในท้องพระโรง ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะระเบิด ฝ่าพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่วางอยู่บนพระแท่นสั่นระริก แม้พระองค์จะพยายามรักษามาดอันสง่างามไว้ แต่สีพระพักตร์ก็ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านจะข่มขู่สยามหรือ!” สมเด็จพระมหาอุปราชา ทรงกริ้วอย่างยิ่ง ทรงลุกขึ้นยืนเต็มพระองค์ “พวกท่านคิดว่าสยามคืออะไร! พวกท่านคิดว่าเราอ่อนแอเพียงนั้นหรือ!”
“เราเพียงเสนอทางเลือกที่ดีที่สุด” ทูตผู้นั้นกล่าวอย่างเยือกเย็น “ทางเลือกที่ท่านไม่สามารถปฏิเสธได้”
“เราปฏิเสธ!” ขุนฤทธิ์ตะโกนสุดเสียง ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งความแค้น “เราขอปฏิเสธข้อเสนออันไร้เกียรติของท่าน! และขอประกาศให้โลกรู้ว่า หากพวกท่านคิดจะก้าวเท้าเข้ามาบนผืนแผ่นดินของเรา ก็ขอให้เตรียมพร้อมรับมือกับคมดาบของชาวสยาม!”
เสียงโห่ร้องด้วยความชื่นชมดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางต่างลุกขึ้นยืน ปลดอาวุธที่พกมาประดับกาย แสดงความพร้อมที่จะต่อสู้ แม้ทัพใหญ่ของอยุธยาจะยังคงติดศึกอยู่กับข้าศึกทางเหนือ แต่พวกเขาก็เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีและจิตวิญญาณของนักรบสยาม
ทูตชาวตะวันตกมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เย็นชาลง เขาพยักหน้าให้กับทหารที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก ทันใดนั้น เสียงปืนใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอกพระราชวัง!
เสียงปืนนั้นดังสะท้อนไปทั่วอาณาจักรอยุธยา เป็นสัญญาณแห่งการประกาศสงครามที่มิได้คาดฝัน!
“เป็นไปไม่ได้!” พระยาพิชัยอุทาน “พวกมันกล้าขนาดนี้เชียวหรือ!”
“ข้าฯ บอกแล้วว่านี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด” ทูตผู้นั้นกล่าว พลางชี้ไปยังนอกหน้าต่าง “และดูเหมือนว่า การรบทางเหนือของท่าน ก็คงจะหนักหนาสาหัสไม่น้อย”
ขุนฤทธิ์รีบวิ่งไปยังหน้าต่าง มองออกไปนอกพระราชวัง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ! กองทัพของชาติตะวันตกที่แอบแฝงมากับคณะทูต ได้เปิดฉากโจมตีป้อมปราการรอบนอกของพระนครแล้ว! เปลวเพลิงเริ่มลามไหม้บ้านเรือนบางส่วน เสียงกรีดร้องดังแว่วมาแต่ไกล
“แผนการของพวกมัน!” ขุนฤทธิ์พึมพำ “พวกมันวางแผนมานานแล้ว!”
“ใช่” ทูตผู้นั้นกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “แผนการที่สมบูรณ์แบบ การเจรจาเป็นเพียงฉากหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้กองกำลังของเราเข้าประชิด และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม การโจมตีก็ย่อมบังเกิด”
ความอับอาย ความโกรธ และความรู้สึกถูกหักหลังตีรวนอยู่ในใจของขุนฤทธิ์ เขาหันกลับมามองทูตผู้นั้นด้วยสายตาที่เดือดดาล “ท่านหลอกลวงเรา!”
“มิใช่การหลอกลวง แต่เป็นการช่วงชิงในยามที่ท่านอ่อนแอ” ทูตผู้นั้นยืดอกขึ้น “ตอนนี้ ท่านมีสองทางเลือก หนึ่ง คือยอมรับข้อเสนอของเรา และสูญเสียดินแดนเพียงเล็กน้อย สอง คือต่อสู้ และเสี่ยงต่อการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง”
“เราจะสู้!” เสียงของขุนฤทธิ์หนักแน่นยิ่งกว่าเดิม “แม้เราจะเสียเปรียบ แต่เลือดนักสู้ของชาวสยามนั้นมิเคยจืดจาง!”
“ความคิดที่น่าชมเชย” ทูตผู้นั้นพยักหน้า “แต่ท่านลืมสิ่งหนึ่งไป ขุนฤทธิ์”
“สิ่งใด?”
“การทรยศ” ทูตผู้นั้นยิ้มมุมปาก “ภายในกำแพงวังอันโอ่อ่าแห่งนี้ อาจมีผู้ที่พร้อมจะเปิดประตูต้อนรับเราอย่างเต็มใจ”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในท้องพระโรงยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก ดวงตาของเหล่าขุนนางต่างมองกันไปมาด้วยความหวาดระแวง ท่ามกลางเสียงปืนใหญ่ที่ดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอก ขุนฤทธิ์รู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจ
“ใคร?” สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสถาม เสียงสั่นเครือ “ใครคือคนทรยศ?”
ทูตผู้นั้นหัวเราะเบาๆ “ท่านไม่จำเป็นต้องรู้ในตอนนี้ เพียงแต่... จงระวังคนใกล้ตัวของท่านให้ดี”
กล่าวจบ ทูตผู้นั้นก็เดินเชิดหน้าออกไปจากท้องพระโรง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหล ความหวาดกลัว และความไม่ไว้วางใจที่กำลังกัดกินจิตใจของทุกคน
ขุนฤทธิ์มองตามหลังทูตผู้นั้นไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน การโจมตีจากภายนอกก็หนักหนาอยู่แล้ว แต่การที่อาจมีคนทรยศอยู่ภายในกำแพงวัง ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
“พวกเจ้า!” ขุนฤทธิ์หันไปสั่งทหารที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ “รีบแจ้งข่าวไปยังเหล่าแม่ทัพทางเหนือ! แจ้งให้เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีจากทั้งสองด้าน! ส่วนพวกเรา จะต้องรีบไปวางแผนการป้องกันพระนคร!”
พระยาพิชัยพยักหน้า เห็นด้วย “หากแต่เรื่องคนทรยศ... เราจะสืบให้ถึงที่สุด!”
“แน่นอน” ขุนฤทธิ์กล่าว “หากมีผู้ใดกล้าคิดทรยศต่อแผ่นดินสยาม ข้าฯ จะไม่ปล่อยไว้แน่!”
เขาหันไปมองสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความห่วงใย “ฝ่าบาท โปรดทรงรักษาพระองค์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพยักหน้าอย่างอ่อนแรง “ข้ารู้แล้ว ขุนฤทธิ์ จงไปทำหน้าที่ของเจ้าเถิด”
ขุนฤทธิ์ก้มลงกราบทูลลา ก่อนจะรีบพาทหารฝีมือดีจำนวนหนึ่งออกไปจากท้องพระโรง มุ่งหน้าไปยังที่บัญชาการยามศึก การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด ไม่เพียงแต่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจากแดนไกล แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับเงาแห่งการทรยศที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากภายใน
เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องแผ่นดินนี้ เอาไว้ให้ได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
ขณะที่ขุนฤทธิ์กำลังเร่งฝีเท้าออกไปจากพระราชวัง เขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ บุรุษผู้หนึ่งซึ่งปกติจะยืนสงบนิ่งอยู่ตามมุมมืดของท้องพระโรง บัดนี้กลับมีท่าทีลุกลนผิดวิสัย ใบหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม และเมื่อสบตากับขุนฤทธิ์ ดวงตาคู่นั้นกลับหลบเลี่ยงไปอย่างรวดเร็ว
ใครกันแน่คือคนทรยศ? ความเคลือบแคลงใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของขุนฤทธิ์ เขาจะปล่อยให้เงาแห่งการทรยศนี้กัดกินอาณาจักรสยามไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร?
การต่อสู้ครั้งใหม่ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น มิใช่เพียงการต่อสู้ด้วยอาวุธ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อความไว้เนื้อเชื่อใจ และเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินจากเงาแห่งการทรยศที่มองไม่เห็น…

บุปผาในม่านกาลเวลา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก