ตอนที่ 4 — เสียงกระซิบแห่งอนาคต
จอมทัพดาราจักร · 30 ตอน
แสงสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอโฮโลแกรมยังคงสาดส่องไปทั่วห้องทดลองอันกว้างขวาง ขับเน้นความขัดแย้งอันน่าทึ่งระหว่างความโบราณของโลหะขัดเงากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ อคินยังคงยืนนิ่ง จ้องมองภาพโฮโลแกรมที่กำลังแสดงผลการจำลองอันซับซ้อน ภาพนั้นคือแผนที่ดวงดาวที่บิดเบี้ยว แสดงถึงเส้นทางที่ยังไม่ถูกสำรวจ และความเป็นไปได้ของภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากห้วงอวกาศอันมืดมิด
"ยังอีกนานแค่ไหนกว่าเราจะประมวลผลข้อมูลทั้งหมดได้?" เสียงของอคินขาดห้วง ราวกับว่าคำถามนั้นถูกปล่อยลอยไปในความว่างเปล่าของห้อง เขาไม่ได้คาดหวังคำตอบจากใคร เพราะในฐานทัพลับแห่งนี้ มีเพียงเขาและเครื่องจักรที่คอยรับใช้
“กำลังประมวลผล 98.7%” เสียงสังเคราะห์ที่ไร้ซึ่งอารมณ์ตอบกลับมาจากลำโพงที่ฝังอยู่ตามผนัง “คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในอีก 3.2 นาโนวินาที”
อคินพยักหน้าอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องไปยังภาพโฮโลแกรมอย่างไม่วางตา 3.2 นาโนวินาที เป็นเวลาที่สั้นมากจนแทบจะไม่มีความหมายสำหรับมนุษย์ทั่วไป แต่สำหรับเขา ผู้ที่ดำรงอยู่เหนือกาลเวลาและความเร็วแสง มันคือช่วงเวลาแห่งการรอคอยที่แสนยาวนาน
“มีสัญญาณอะไรผิดปกติเข้ามาหรือไม่?” เขาถามต่อ
“ไม่พบสัญญาณที่ผิดปกติ หรือการเปลี่ยนแปลงของสสารมืดในรัศมี 500 ปีแสง” เสียงสังเคราะห์ตอบอย่างราบเรียบ
อคินหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับกำลังสูดเอาความหนาวเย็นของอวกาศเข้ามาในปอด พลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวเขายิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับดวงดาวที่กำลังจะระเบิด การจำลองครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด มันคือการไขความลับของปรากฏการณ์ที่เริ่มแพร่กระจายไปทั่วกาแล็กซี ปรากฏการณ์ที่ทำให้ดวงดาวบางดวงค่อยๆ จางหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว
“ครบถ้วน” เสียงสังเคราะห์ประกาศ
ภาพโฮโลแกรมสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นภาพใหม่ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น มันคือแผนผังของกลุ่มดาวที่แตกต่างออกไป ดวงดาวต่างๆ ถูกเชื่อมโยงกันด้วยเส้นสีแดงสด ราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดโลหิตแห่งหายนะ
“สิ่งนี้คืออะไร?” อคินถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
“จากการประมวลผลข้อมูลล่าสุด พบว่ากลุ่มดาวที่ปรากฏบนหน้าจอ กำลังแสดงถึงการกระจายตัวของ ‘เงามรณะ’ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ดวงดาวสูญเสียพลังงานและสสารไปทั้งหมด” เสียงสังเคราะห์อธิบาย “อัตราการแพร่กระจายปัจจุบัน อยู่ในระดับสีแดงเข้ม บ่งชี้ถึงอันตรายระดับสูง”
อคินขมวดคิ้ว เส้นสีแดงบนหน้าจอขยับตัวช้าๆ ราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังเคลื่อนไหว “เงามรณะ…ชื่อฟังดูอันตราย”
“ตามบันทึกโบราณของเผ่าพันธุ์ ‘ซิลาน’ ซึ่งสูญสิ้นไปเมื่อกว่าล้านปีก่อน ‘เงามรณะ’ คือปรากฏการณ์ที่เกิดจาก ‘ความว่างอันไร้รูป’ ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากมิติที่สี่” เสียงสังเคราะห์ให้ข้อมูล “แต่ข้อมูลดังกล่าว ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ”
“มิติที่สี่?” อคินพึมพำ เขาเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน แต่ก็ไม่เคยมีใครสามารถพิสูจน์การมีอยู่จริงได้ “แล้ว ‘ความว่างอันไร้รูป’ ล่ะ?”
“ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ความว่างอันไร้รูป’ ยังคงเป็นปริศนา” เสียงสังเคราะห์ตอบ “แต่จากการวิเคราะห์โครงสร้างของ ‘เงามรณะ’ พบว่ามีคุณสมบัติบางประการที่คล้ายคลึงกับ ‘เงามืด’ ที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของกาแล็กซีเมื่อครั้งโบราณกาล”
อคินยกมือขึ้นลูบคาง แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนเป็นเงาบนใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขา “เงามืด…นั่นมันนานมากแล้วนะ”
“ใช่” เสียงสังเคราะห์ตอบ “แต่บางทฤษฎีกล่าวว่า ‘เงามืด’ อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ‘ความว่างอันไร้รูป’ ที่ยังไม่สมบูรณ์”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทดลองอีกครั้ง มีเพียงเสียงทำงานเบาๆ ของเครื่องจักรที่ดังเป็นระยะๆ อคินเดินเข้าไปใกล้หน้าจอโฮโลแกรมมากขึ้น เขาใช้ปลายนิ้วลากไปตามเส้นสีแดง ราวกับกำลังสัมผัสกับภัยอันตรายที่มองไม่เห็น
“ถ้าสิ่งนี้แพร่กระจายออกไปเรื่อยๆ…แล้วจุดสิ้นสุดของมันอยู่ที่ไหน?” เขาถาม
“ไม่สามารถคาดการณ์ได้” เสียงสังเคราะห์ตอบ “หากอัตราการแพร่กระจายยังคงเป็นเช่นนี้ ระบบสุริยะที่อยู่ภายในขอบเขตของ ‘เงามรณะ’ จะสูญสลายไปภายใน 500 ปีแสง”
500 ปีแสง…อคินนิ่งไปชั่วครู่ เขาเดินทางข้ามกาแล็กซีมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ผ่านระบบสุริยะที่สวยงามนับพันนับหมื่นแห่ง เขาเห็นชีวิตกำลังผลิบาน เห็นอารยธรรมรุ่งเรือง และเห็นความตายที่พรากทุกสิ่งไป แต่ครั้งนี้ มันแตกต่างออกไป นี่ไม่ใช่การทำลายล้างโดยธรรมชาติ หรือสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ แต่มันคือการสูญสิ้นที่ไร้ซึ่งตัวตน
“เราต้องหยุดยั้งมัน” อคินตัดสินใจ เสียงของเขาหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“คำสั่ง” เสียงสังเคราะห์รอคอย
“สืบค้นข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ ‘เงามรณะ’ ‘ความว่างอันไร้รูป’ และ ‘เผ่าพันธุ์ซิลาน’ ที่มีอยู่” อคินออกคำสั่ง “หาความเชื่อมโยงระหว่างปรากฏการณ์เหล่านี้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยเฉพาะ ‘เงามืด’ หาจุดกำเนิดที่เป็นไปได้ของ ‘ความว่างอันไร้รูป’ และวิธีในการต่อกรกับมัน”
“กำลังดำเนินการ” เสียงสังเคราะห์ตอบ
อคินหันกลับไปมองหน้าจอโฮโลแกรมอีกครั้ง กลุ่มดาวที่ถูกเชื่อมโยงด้วยเส้นสีแดงนั้นดูเหมือนกำลังเต้นรำอยู่ในความมืดมิด เป็นการเต้นรำแห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“แล้วถ้ามันมาจากมิติอื่น…เราจะเข้าถึงมันได้อย่างไร?” เขาถามตัวเองมากกว่าถามเสียงสังเคราะห์
“ตามทฤษฎี ‘มิติที่สี่’ อธิบายว่า มิติที่สูงกว่าสามารถส่งผลกระทบต่อมิติที่ต่ำกว่าได้” เสียงสังเคราะห์ตอบ “หาก ‘ความว่างอันไร้รูป’ มาจากมิติที่สี่ เราอาจจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถ ‘สัมผัส’ หรือ ‘เข้าถึง’ มิติที่สี่ได้”
“พัฒนาเทคโนโลยี…ใช้เวลานานแค่ไหน?”
“จากการคำนวณเบื้องต้น หากใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ และไม่มีอุปสรรคใดๆ อาจใช้เวลาอย่างน้อย 50 ปี”
50 ปี…สำหรับอคินแล้ว 50 ปีเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับกาแล็กซีที่กำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่อาจทำให้ทุกสิ่งสูญสลายไปภายในเวลาอันสั้น มันคือความล่าช้าที่อาจหมายถึงจุดจบ
“เวลาของเราไม่มีมากนัก” อคินพูด เสียงของเขาเบาลง แต่ก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยพลัง “เราต้องหาทางลัด”
เขากลับไปนั่งที่เก้าอี้ควบคุม มองดูแผนผังดวงดาวที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละนิด ความรู้โบราณที่เขาค้นพบในอดีตเริ่มผุดขึ้นมาในความทรงจำ ราวกับว่ามันกำลังรอคอยเวลาที่จะถูกนำมาใช้
“ข้อมูลโบราณ…มีบางอย่างเกี่ยวกับ ‘ประตูแห่งจักรวาล’ ที่ถูกกล่าวถึงในตำนานของเผ่าพันธุ์ ‘เอเลนเดีย’ ” อคินพึมพำ “พวกเขาอ้างว่ามันสามารถเชื่อมต่อไปยังมิติอื่นได้”
“กำลังตรวจสอบฐานข้อมูล ‘เอเลนเดีย’ ” เสียงสังเคราะห์ตอบ
อคินหลับตาลงอีกครั้ง ภาพของดวงดาวที่กำลังมอดไหม้ ปรากฏขึ้นในห้วงนึก ภาพของเหล่าผู้คนที่เขารู้จักและรักกำลังเผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง
“ประตูแห่งจักรวาล…” เขาเอ่ยชื่อนั้นซ้ำอีกครั้ง “ถ้ามันมีอยู่จริง…มันอาจจะเป็นทางออกของเรา”
หน้าจอโฮโลแกรมยังคงแสดงแผนผังของ ‘เงามรณะ’ ที่กำลังแผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ เส้นสีแดงเริ่มขยับเข้ามาใกล้จุดที่ตั้งของฐานทัพลับแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ อคินรู้สึกถึงแรงกดดันที่ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น
“พบข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ประตูแห่งจักรวาล’ ในตำนานของเผ่าพันธุ์ ‘เอเลนเดีย’ ” เสียงสังเคราะห์รายงาน “บันทึกกล่าวว่า ‘ประตู’ นี้จะปรากฏขึ้นเมื่อมีพลังงานมหาศาลจาก ‘ดาวฤกษ์ที่หลับใหล’ ถูกปลุกให้ตื่น และต้องใช้ ‘กุญแจแห่งดวงดาว’ ในการเปิด”
“ดาวฤกษ์ที่หลับใหล? กุญแจแห่งดวงดาว?” อคินเอ่ยชื่อเหล่านั้นด้วยความสงสัย “ข้อมูลเพิ่มเติม?”
“ ‘ดาวฤกษ์ที่หลับใหล’ ถูกระบุว่าเป็นดวงดาวที่มีพลังงานแฝงมหาศาล แต่ยังไม่ถูกปลุกให้ตื่น หรือถูกปิดกั้นด้วยพลังงานบางอย่าง” เสียงสังเคราะห์อธิบาย “ส่วน ‘กุญแจแห่งดวงดาว’ นั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสิ่งใด หรือมีลักษณะอย่างไร”
อคินลุกขึ้นยืน เขาเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ของห้องทดลอง มองออกไปยังห้วงอวกาศอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับล้าน
“นี่คือจุดเริ่มต้น” เขาพูดกับตัวเอง “การเดินทางของเรา…เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”
เขารู้ดีว่าการค้นหา ‘ดาวฤกษ์ที่หลับใหล’ และ ‘กุญแจแห่งดวงดาว’ จะไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจนำพาเขาไปสู่ภยันตรายที่คาดไม่ถึง แต่ในเมื่อชะตากรรมของกาแล็กซีแขวนอยู่บนเส้นด้าย เขาจะไม่ยอมให้ความกลัวมาหยุดยั้งการกระทำของเขา
“เตรียมยานสำรวจ ‘แสงดาว’ ให้พร้อม” อคินสั่ง “เรากำลังจะออกเดินทาง”
ยานสำรวจ ‘แสงดาว’ เป็นยานที่ทรงพลังที่สุดในฐานทัพลับแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อภารกิจที่ยากลำบากที่สุด และไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน
“รับทราบ” เสียงสังเคราะห์ตอบ
อคินมองไปยังแผนผังของ ‘เงามรณะ’ ที่ยังคงขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง เขาต้องรีบทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
“เราจะหาทางหยุดยั้งพวกมันให้ได้” เขาให้สัญญากับตัวเอง
แต่ในใจลึกๆ เขาก็ยังคงมีความกังวล ‘เงามรณะ’ ที่กำลังคืบคลานเข้ามานี้ ช่างดูเหมือนกับบางสิ่งบางอย่างที่เขาเคยเผชิญหน้ามาแล้วในอดีต…บางสิ่งที่มืดมิดและทรงพลังเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
แล้ว ‘ความว่างอันไร้รูป’ นี้…มันกำลังจะนำพาเขาไปสู่สิ่งใดกันแน่?
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก