แสงสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอโฮโลแกรมยังคงสาดส่องไปทั่วห้องทดลองอันกว้างขวาง ขับเน้นความขัดแย้งอันน่าทึ่งระหว่างความโบราณของโลหะขัดเงากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ อคินยังคงยืนนิ่ง จ้องมองภาพจำลองสามมิติของกาแล็กซีตรงหน้า ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงสีฟ้าเป็นประกายระยิบระยับ มันไม่ใช่เพียงภาพแผนที่ดวงดาวที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไป แต่มันคือการเชื่อมโยงอันซับซ้อนของพลังงาน ความเคลื่อนไหว และ "บางสิ่ง" ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
"นี่คือแกนหลักของเครือข่ายการสื่อสารระหว่างดาวเคราะห์ใช่หรือไม่" เสียงทุ้มต่ำของอคินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงัน แววตาจับจ้องไปยังจุดศูนย์กลางของภาพจำลอง ที่มีกลุ่มก้อนพลังงานสีม่วงเข้มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับหัวใจอันเต้นระรัวของจักรวาล
"ใช่แล้ว ท่านอคิน" เสียงหวานใสของดร.เอรินดังตอบกลับมาจากมุมห้อง เธอสวมชุดนักวิทยาศาสตร์สีขาวสะอาดที่ตัดกับเรือนผมสีดำยาวสลวย ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขณะที่เธอปรับเปลี่ยนพารามิเตอร์บนแผงควบคุมที่ลอยอยู่เบื้องหน้า "นี่คือสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า 'แก่นมิติ' เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อข้อมูลและพลังงานที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่เผ่าพันธุ์โบราณเคยสร้างขึ้น"
อคินพยักหน้าช้าๆ เขายกมือข้างหนึ่งขึ้น ประหนึ่งจะสัมผัสกับภาพจำลองนั้น "แต่ทำไมมันถึงถูกซ่อนเร้นไว้ในห้วงอวกาศอันห่างไกลเช่นนี้? การมีอยู่ของมันย่อมมีความหมายมากกว่าเพียงแค่เครือข่ายการสื่อสาร"
"ท่านมองได้ถูกต้องแล้ว" ดร.เอรินเดินเข้ามาใกล้ภาพจำลองมากขึ้น "ข้อมูลที่รวบรวมมาได้ บ่งชี้ว่า 'แก่นมิติ' ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างดาวเคราะห์ แต่ยังเป็นแหล่งพลังงานที่สามารถส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของมิติได้ การค้นพบนี้อาจเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่เราเคยเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาลนี้"
"หมายความว่าอย่างไร?" อคินหันมาเผชิญหน้ากับดร.เอริน แววตาฉายแววสงสัยและคาดหวัง
"พวกเขาค้นพบ 'แก่นมิติ' นี้เมื่อหลายพันปีที่แล้ว" ดร.เอรินอธิบาย "และพยายามที่จะควบคุมมัน แต่ดูเหมือนว่าพลังงานของมันจะเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือได้ ผลลัพธ์คือการสูญสลายของอารยธรรมพวกเขาไปพร้อมๆ กับการเปิดประตูมิติที่นำมาซึ่งภัยพิบัติ"
"ภัยพิบัติ?"
"ใช่" ดร.เอรินพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด "การเปิดประตูมิตินั้น ไม่ได้เปิดเพียงแค่ช่องทางเชื่อมต่อ แต่ยังปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นเข้ามา พวกมันแข็งแกร่ง ดุร้าย และไร้ซึ่งความปรานี เผ่าพันธุ์โบราณเรียกพวกมันว่า 'ผู้กลืนกิน' และการโจมตีของพวกมันคือจุดจบของพวกเขา"
อคินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ เขากำหมัดแน่น พลางนึกถึงข่าวลือเกี่ยวกับ "ผู้กลืนกิน" ที่เขาเคยได้ยินมาตลอดชีวิตในฐานะผู้นำของกองทัพดาราจักร มันเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานเพื่อปลุกขวัญกำลังใจ หรือเป็นความจริงที่รอวันปะทุ?
"แล้วทำไม 'แก่นมิติ' นี้ถึงยังคงอยู่ที่นี่? ทำไมมันถึงไม่ถูกทำลายไปพร้อมกับอารยธรรมผู้สร้าง?" อคินถามต่อ
"นั่นคือสิ่งที่ยังเป็นปริศนา" ดร.เอรินถอนหายใจ "ข้อมูลที่เหลืออยู่บอกเพียงว่า พวกเขาพยายามสร้างระบบป้องกันบางอย่างขึ้นมาเพื่อกักเก็บพลังงานของ 'แก่นมิติ' และปิดกั้นการเปิดประตูมิติอีกครั้ง แต่มันก็ไม่ได้สมบูรณ์นัก ระบบป้องกันนั้นอ่อนแอลงทุกวัน"
"ระบบป้องกันนั้นอยู่ที่ไหน?" อคินถามอย่างรวดเร็ว
"มันกระจายตัวอยู่รอบๆ 'แก่นมิติ' เป็นเหมือนกำแพงพลังงานที่มองไม่เห็น" ดร.เอรินชี้ไปยังขอบนอกของภาพจำลอง "แต่จากการประเมินของเรา มันไม่สามารถต้านทานพลังงานมหาศาลของ 'แก่นมิติ' ได้นานไปกว่านี้อีกแล้ว"
"หมายความว่า... ภัยพิบัติกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง?" น้ำเสียงของอคินแฝงไปด้วยความกังวล
"มีความเป็นไปได้สูงมาก" ดร.เอรินตอบ "หาก 'แก่นมิติ' เกิดทำงานผิดปกติ หรือหากระบบป้องกันล้มเหลวโดยสมบูรณ์ ประตูมิติอาจจะเปิดออกอีกครั้ง และครั้งนี้... อาจไม่มีใครสามารถหยุดยั้ง 'ผู้กลืนกิน' ได้อีกแล้ว"
อคินหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนในใจ เขาเคยเผชิญหน้ากับศัตรูมากมาย เคยผ่านสงครามที่โหดร้ายนับครั้งไม่ถ้วน แต่การเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากมิติอื่น มันคือระดับที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
"เราต้องหาทางแก้ไข" อคินกล่าวเสียงหนักแน่น "เราไม่สามารถปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้"
"แต่เราจะทำอย่างไร ท่านอคิน?" ดร.เอรินมองหน้าเขาด้วยความหวัง "ข้อมูลเกี่ยวกับ 'แก่นมิติ' มีน้อยมาก และเทคโนโลยีของเผ่าพันธุ์โบราณนั้นล้ำสมัยเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้"
"เราจะศึกษา" อคินตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "เราจะใช้ทุกสิ่งที่เรามี เพื่อทำความเข้าใจ 'แก่นมิติ' และหาทางยับยั้งภัยพิบัตินี้"
เขากลับมาจ้องมองภาพจำลองกาแล็กซีอีกครั้ง ดวงตาของเขาไม่ได้มองเห็นเพียงแค่ดาวเคราะห์และกลุ่มดาวอีกต่อไป แต่เขากำลังมองเห็นความเชื่อมโยงที่มองไม่เห็น ความเป็นไปได้ที่ซ่อนเร้น และภาระอันหนักอึ้งที่กำลังจะตกอยู่บนบ่าของเขา
"ดร.เอริน" อคินหันมาสั่งการ "รวบรวมทีมวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดของเรา ส่งพวกเขามาที่นี่ทันที เราจะเริ่มต้นการวิเคราะห์อย่างละเอียด ตรวจสอบทุกความเป็นไปได้ ทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอาจมองข้ามไป"
"รับทราบค่ะ ท่านอคิน" ดร.เอรินตอบรับด้วยความกระตือรือร้น
"และอีกอย่าง" อคินกล่าวต่อ "เตรียมกองยานรบของเราให้พร้อม ไม่ว่า 'ผู้กลืนกิน' จะเป็นอย่างไร เราจะต้องพร้อมรับมือกับการเผชิญหน้า"
"แต่... เรายังไม่แน่ใจว่าพวกมันจะมาหรือไม่" ดร.เอรินเอ่ยขึ้น
"ความไม่แน่นอน คือสาเหตุที่ทำให้เราต้องเตรียมพร้อม" อคินตอบ พลางยกมือขึ้นอีกครั้ง ประหนึ่งจะควบคุมแกนพลังงานที่กำลังหมุนวนอยู่ตรงหน้า "หากเราไม่เตรียมตัว เราก็จะพ่ายแพ้ก่อนที่จะได้ต่อสู้"
ขณะที่ดร.เอรินกำลังออกคำสั่งผ่านอุปกรณ์สื่อสาร อคินก็ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าจอโฮโลแกรม เขาเพ่งสมาธิไปที่กลุ่มก้อนพลังงานสีม่วงเข้มนั้น ราวกับจะสื่อสารกับมันโดยตรง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
"แก่นมิติ..." อคินพึมพำกับตัวเอง "เจ้ากำลังจะบอกอะไรกับข้ากันแน่?"
แสงสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอโฮโลแกรมยังคงสาดส่องไปทั่วห้องทดลอง บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นของการค้นพบ กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดและความมุ่งมั่นในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากเบื้องลึกของจักรวาล
อคินรู้ดีว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่อันตรายที่สุดในชีวิตของเขา และเขาจะต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับ "แก่นมิติ" ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
ทันใดนั้นเอง ภาพจำลองของกาแล็กซีบนหน้าจอโฮโลแกรมก็เกิดการกระพริบอย่างรุนแรง กลุ่มก้อนพลังงานสีม่วงเข้มหมุนวนเร็วขึ้นกว่าเดิม สีสันของมันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดที่กำลังเดือดพล่าน
"เกิดอะไรขึ้น?" ดร.เอรินอุทานด้วยความตกใจ
"สัญญาณพลังงานผิดปกติ" เสียงสังเคราะห์จากระบบคอมพิวเตอร์ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ "ระดับพลังงานของ 'แก่นมิติ' กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว! ระบบป้องกัน... กำลังล้มเหลว!"
อคินเบิกตากว้าง หัวใจของเขากระตุกวูบ เขาไม่เคยเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงเช่นนี้มาก่อน
"เตรียมพร้อมรบ!" อคินตะโกนสั่ง "ทุกหน่วย... เตรียมพร้อมรับมือ!"
บนหน้าจอโฮโลแกรม กลุ่มก้อนพลังงานสีแดงฉานนั้นเริ่มขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว เกิดรอยแตกเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของมัน ราวกับกำลังจะปริออก ท่ามกลางความสับสนอลหม่านนั้น อคินสัมผัสได้ถึง "บางสิ่ง" ที่กำลังก่อตัวขึ้น... พลังงานที่แผ่ซ่านออกมานั้นเยือกเย็น ชั่วร้าย และไม่สามารถคาดเดาได้
มันคือจุดเริ่มต้นของหายนะ หรือคือการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่? อคินไม่รู้ แต่เขารู้เพียงว่าการตัดสินใจของเขาต่อจากนี้ จะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของจักรวาลทั้งหมด.

จอมทัพดาราจักร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก