ตอนที่ 21 — เงาของศัตรู
จอมทัพดาราจักร · 30 ตอน
แสงสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอโฮโลแกรมยังคงสาดส่องไปทั่วห้องทดลองอันกว้างขวาง ขับเน้นความขัดแย้งอันน่าทึ่งระหว่างความโบราณของโลหะขัดเงากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ อคินยังคงยืนนิ่ง จ้องมองภาพที่ปรากฏบนจออย่างพิจารณา แม้ภาพนั้นจะซ้ำเดิมจากเมื่อครู่หลายครั้ง แต่สมองของเขากลับประมวลผลข้อมูลไม่หยุดหย่อน
“นี่มัน… ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่” เสียงทุ้มของอคินดังขึ้น ก้องกังวานในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมเย็นที่พัดผ่านช่องระบายอากาศเท่านั้นที่ตอบรับ
ภาพตรงหน้าคือแผนที่ดวงดาวที่ซับซ้อน แสดงถึงการเคลื่อนที่ของกองยานศัตรูที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามายังอาณาเขตของพันธมิตรอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ทำให้อคินขมวดคิ้ว คือรูปแบบการเคลื่อนที่ที่ผิดปกติ มันไม่ใช่การรุกคืบที่คาดเดาได้ตามยุทธวิธีทั่วไป แต่เป็นการเคลื่อนที่ที่แฝงไว้ด้วยชั้นเชิงอันแยบยล และมีจุดมุ่งหมายที่ดูเหมือนจะจำเพาะเจาะจงเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นการโจมตีแบบสุ่ม
“ท่านอคิน มีอะไรผิดปกติหรือครับ” เสียงของไซอาส ดังมาจากด้านหลัง เขาปรากฏตัวขึ้นเงียบเชียบราวกับเงา ร่างสูงโปร่งของเขาถูกอาบไล้ด้วยแสงสีฟ้าจากโฮโลแกรมเช่นกัน ดวงตาคู่คมของเขาจับจ้องไปยังใบหน้าของอคิน ใบหน้าของอคินที่ปกติสงบนิ่ง บัดนี้ฉายแววของความกังวลที่ซ่อนไว้ไม่มิด
อคินหันไปมองไซอาส แววตาของเขาคมกริบขึ้น “กองยานนั้น… มันไม่ได้เข้ามาแบบสุ่ม การเคลื่อนที่ของมันเลียนแบบเส้นทางการเดินเรือโบราณที่ใช้กันเมื่อหลายพันปีก่อน เป็นเส้นทางที่แทบไม่มีใครใช้แล้วในปัจจุบัน เพราะมันอันตรายและอ้อมค้อม”
ไซอาสพยักหน้าช้าๆ “เส้นทางนั้น… มีตำนานเล่าขานว่ามันคือทางลัดสู่ใจกลางดาราจักรของเรา แต่ก็เต็มไปด้วยอุกกาบาตที่อันตรายและสิ่งมีชีวิตลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด”
“ใช่” อคินตอบรับ “และที่น่าสงสัยกว่านั้นคือ… มันไม่ได้มุ่งหน้าไปยังดาวเคราะห์ที่เป็นศูนย์กลางการค้าหรือฐานทัพหลักของเรา แต่กลับเล็งเป้ามาที่… นี่”
นิ้วเรียวยาวของอคินแตะลงบนแผนที่ ภาพโฮโลแกรมขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นกลุ่มดาวที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในทางลับ “ฐานทัพลับของเรา… ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มดาว ‘เงาทมิฬ’”
ไซอาสเบิกตากว้าง “เป็นไปได้อย่างไร! ไม่มีใครทราบถึงตำแหน่งที่แท้จริงของฐานทัพแห่งนี้ได้ แม้แต่ผู้ที่อยู่ในกองบัญชาการสูงสุดก็มีจำนวนน้อยที่รู้”
“นั่นคือสิ่งที่ข้ากำลังคิด” อคินกล่าวเสียงเครียด “พวกมันต้องมีข้อมูลวงใน หรือ… มีใครบางคนเปิดเผยที่ตั้งนี้ให้พวกมัน”
ความรู้สึกอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วห้องทดลอง บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนากลับกลายเป็นการเตือนภัยร้าย อคินรู้ดีว่าฐานทัพแห่งนี้คือหัวใจสำคัญของการต่อสู้ หากถูกยึดครอง หรือแม้แต่ถูกเปิดเผย มันจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อทุกสิ่ง
“ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือโบราณ… มีเพียงไม่กี่บันทึกที่หลงเหลืออยู่ และส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในห้องสมุดต้องห้ามของอารยธรรมโบราณที่สาบสูญไปแล้ว” ไซอาสวิเคราะห์ “การที่ศัตรูรู้เส้นทางนี้ หมายความว่า… พวกมันต้องสืบค้นข้อมูลอย่างหนัก หรือ… อาจมีใครบางคนพยายามเปิดเผยข้อมูลนั้น”
“หรือ… พวกมันได้รับความช่วยเหลือจากภายใน” อคินเสริมขึ้นมาอย่างเยือกเย็น “ถ้าข้อมูลนี้รั่วไหลออกมาจริง… ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม มันหมายความว่า ความปลอดภัยของเรากำลังถูกคุกคามอย่างร้ายแรง”
อคินเดินไปมาอย่างกระสับกระส่าย ดวงตาของเขาสำรวจไปทั่วห้องทดลอง ราวกับกำลังมองหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ในมุมมืด “เราต้องระบุตัวตนของศัตรูให้ได้ก่อนที่มันจะมาถึง ถ้าพวกมันรู้ที่ตั้งของฐานทัพลับของเราจริง… นั่นหมายความว่าเรากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง”
“ท่านหมายถึง… อาจมีการจารกรรม หรือ… การทรยศ?” ไซอาสถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจ
“ทุกความเป็นไปได้ต้องถูกพิจารณา” อคินตอบ “ในสมรภูมิแห่งดาราจักรนี้ ไม่มีสิ่งใดที่แน่นอน และศัตรูที่ฉลาดที่สุด มักจะซ่อนตัวอยู่ในที่ที่เราคาดไม่ถึงที่สุด”
อคินกลับไปที่หน้าจอโฮโลแกรม เขาไล่นิ้วไปตามเส้นทางการเคลื่อนที่ของกองยานศัตรู พยายามมองหารูปแบบที่ซ่อนเร้น หรือสิ่งผิดปกติที่อาจบ่งบอกถึงเจตนาที่แท้จริง
“รูปแบบการเคลื่อนที่นี้… มันไม่ได้มุ่งตรงมายังฐานทัพของเราโดยตรง แต่กลับอ้อมผ่านระบบดาวที่ไม่มีใครสนใจ” อคินพึมพำกับตัวเอง “เป็นการพรางตัวที่ดี… แต่ก็ยังมีความผิดปกติอยู่”
“ความผิดปกติคืออะไรหรือครับ ท่านอคิน” ไซอาสถามด้วยความสนใจ
“พลังงาน… พลังงานที่แผ่ออกมาจากยานแม่ของพวกมัน” อคินกล่าว “มันมีความผันผวนอย่างมากในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่พวกมันจะเปลี่ยนเส้นทาง มันเหมือนกับการ… สแกน หรือ… การส่งสัญญาณบางอย่าง”
“ส่งสัญญาณ? ไปยังใคร?” ไซอาสขมวดคิ้ว
“นั่นแหละคือคำถาม” อคินถอนหายใจ “ถ้าพวกมันไม่ได้มุ่งตรงมาที่ฐานทัพของเรา แต่กลับใช้เส้นทางที่อ้อมค้อมเพื่อมาถึง… อาจเป็นไปได้ว่า พวกมันกำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่าง หรือ… กำลังเตรียมการบางอย่างก่อนการโจมตีจริง”
“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปครับ” ไซอาสถาม
“เราต้องเร่งความเร็วในการพัฒนาระบบป้องกันของฐานทัพ” อคินตัดสินใจ “และที่สำคัญที่สุด… เราต้องสืบหาว่าใครคือผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งของฐานทัพลับแก่ศัตรู”
เขาหันไปมองไซอาสด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว “ไซอาส ข้าต้องการให้เจ้าเข้าถึงฐานข้อมูลลับทั้งหมดของเรา เกี่ยวกับประวัติการเข้าถึงข้อมูลของตำแหน่งฐานทัพลับแห่งนี้ และตรวจสอบทุกการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างละเอียด”
“รับทราบครับ ท่านอคิน” ไซอาสตอบรับด้วยความหนักแน่น
“ส่วนข้า…” อคินมองไปยังภาพกองยานศัตรูบนจอ “ข้าจะออกไปเผชิญหน้ากับพวกมันด้วยตัวเอง”
“อะไรนะครับ!” ไซอาสอุทานด้วยความตกใจ “ท่านจะไป… ด้วยตัวท่านเอง? นั่นอันตรายเกินไป!”
“อันตรายคือสิ่งที่เราต้องเผชิญ” อคินกล่าวอย่างสงบนิ่ง “ข้าต้องไปดูว่าศัตรูตัวจริงของพวกเราคือใคร และทำไมพวกมันถึงต้องการจะทำลายฐานทัพของเรา”
เขาเดินไปยังประตูห้องทดลอง “ข้าจะไปเตรียมยานรบส่วนตัวของข้า การเดินทางนี้อาจจะอันตราย แต่ถ้าเราไม่หยุดยั้งพวกมันที่นี่… ทุกสิ่งที่เราสร้างมาจะพังทลาย”
“แต่ท่านอคิน… ท่านไม่สามารถไปคนเดียวได้!” ไซอาสพยายามทักท้วง
อคินหยุดชะงัก หันกลับมามองไซอาสด้วยรอยยิ้มบางๆ “ข้าไม่ได้ไปคนเดียวเสมอไปหรอกไซอาส… เจ้าก็รู้”
เขาเดินออกจากห้องทดลองไป ทิ้งให้ไซอาสยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางแสงสีฟ้าจากโฮโลแกรมที่ยังคงสาดส่องไปทั่ว เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของอคินที่ค่อยๆ จางหายไป แต่ความรู้สึกอันตรายและภารกิจอันใหญ่หลวงกลับทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ในห้วงอวกาศอันมืดมิด กองยานศัตรูยังคงเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางโบราณที่ถูกลืมเลือน ราวกับเงาที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าใกล้เป้าหมาย โดยที่ยังไม่มีใครล่วงรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น… หรือบางที… อาจจะมีใครบางคนในพันธมิตร กำลังเฝ้ามองดูการเคลื่อนไหวของศัตรูนี้ด้วยความพึงพอใจอยู่ก็เป็นได้
และนั่นคือสิ่งที่น่าหวาดหวั่นที่สุด.
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก