ตอนที่ 25 — แสงแห่งอดีต พิภพแห่งอนาคต
จอมทัพดาราจักร · 30 ตอน
แสงสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอโฮโลแกรมยังคงสาดส่องไปทั่วห้องทดลองอันกว้างขวาง ขับเน้นความขัดแย้งอันน่าทึ่งระหว่างความโบราณของโลหะขัดเงากับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ อคินยังคงยืนนิ่ง จ้องมองภาพโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนภาพของสิ่งมีชีวิตโบราณรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ทว่ามีลักษณะที่พิเศษกว่านั้นมาก ผิวหนังของพวกมันเปล่งประกายระยิบระยับราวกับถูกถักทอด้วยเส้นใยแห่งดวงดาว ท่วงท่าสง่างามราวกับนักรบผู้สืบทอดความรู้จากยุคบรรพกาล
"นี่คือเผ่าพันธุ์ 'ไซเรเนีย' ที่ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของอาณาจักรเทวา" เสียงทุ้มราบเรียบของเอลาร่าดังขึ้นมาพร้อมกับภาพของแผนที่ดวงดาวที่ปรากฏขึ้นข้างๆ "เป็นเผ่าพันธุ์ที่สาบสูญไปนานแล้วเมื่อหลายพันปีก่อน ว่ากันว่าพวกเขามีความสามารถในการควบคุมพลังแห่งจักรวาลได้ในระดับสูง"
อคินพยักหน้าช้าๆ หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ "แล้วทำไมพวกเขาถึงสาบสูญไปเล่า?"
เอลาร่าถอนหายใจแผ่วเบา "บันทึกส่วนใหญ่ไม่ชัดเจน แต่มีทฤษฎีหนึ่งที่น่าเชื่อถือที่สุด คือการเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เรียกว่า 'มหันตภัยแห่งความว่างเปล่า' ซึ่งได้กลืนกินดาวเคราะห์หลายดวง รวมทั้งถิ่นที่อยู่ของเผ่าพันธุ์ไซเรเนียไปด้วย"
ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนไป เป็นภาพจำลองของกลุ่มดาวขนาดใหญ่ที่กำลังถูกกลืนกินด้วยพลังงานสีดำมืดมิดราวกับปากปล่องของอเวจี อคินรู้สึกถึงคลื่นความเย็นยะเยือกที่แล่นไปทั่วร่าง เขาไม่เคยเห็นพลังงานใดที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้มาก่อน
"พลังงานนี้..." อคินเอ่ยเสียงเครียด "มันคืออะไรกันแน่?"
"เป็นพลังงานที่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด" เอลาร่าตอบ "แต่เราเชื่อว่ามันคือต้นเหตุของหายนะที่เผ่าพันธุ์ไซเรเนียเผชิญ"
จู่ๆ ภาพโฮโลแกรมก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้เป็นภาพของสิ่งที่คล้ายกับยานอวกาศโบราณขนาดมหึมา ล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง ยานลำนั้นมีรูปร่างที่ไม่เหมือนกับเทคโนโลยีใดๆ ที่อคินเคยเห็นมาก่อน มันดูราวกับถูกสร้างขึ้นจากอัญมณีสีดำเข้มที่สะท้อนแสงดาวอย่างงดงาม
"นี่คือ 'ยานอาร์คแห่งไซเรเนีย'" เอลาร่าอธิบาย "ตามตำนานกล่าวว่า ยานลำนี้เป็นเหมือนที่หลบภัยสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ไซเรเนีย พวกเขาได้บรรจุความรู้และเทคโนโลยีทั้งหมดลงไปในยานลำนี้ ก่อนที่จะอพยพหนีภัยพิบัติ"
อคินเพ่งมองยานลำนั้นอย่างพิจารณา เขาได้ยินเสียงกระซิบจากส่วนลึกของจิตใจ ราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกร้องให้เขาค้นหาความจริงเกี่ยวกับยานลำนี้
"แล้วยานลำนี้อยู่ที่ไหน?" อคินถามอย่างกระตือรือร้น
"ข้อมูลที่บันทึกไว้บ่งชี้ว่า ยานอาร์คแห่งไซเรเนียได้เดินทางไปยัง 'มิติเงา' ซึ่งเป็นมิติพิเศษที่ซ่อนเร้นอยู่ระหว่างจักรวาลของเรา" เอลาร่าตอบ "การเดินทางไปยังมิติเงาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและพลังงานมหาศาล"
"มิติเงา..." อคินทวนคำ พลางนึกถึงคำกล่าวของท่านผู้เฒ่าแห่งอาณาจักรที่เคยบอกใบ้ถึงดินแดนที่ซ่อนเร้นอยู่ "แล้วเราจะไปที่นั่นได้อย่างไร?"
"นั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุด" เอลาร่ากล่าว "เทคโนโลยีที่ใช้ในการเข้าสู่มิติเงาได้สูญหายไปพร้อมกับเผ่าพันธุ์ไซเรเนีย มีเพียงบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ในบันทึกโบราณ ซึ่งการถอดรหัสและสร้างเทคโนโลยีนั้นขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมหาศาล"
อคินกุมขมับ เขาต้องการค้นหาความลับของยานอาร์คแห่งไซเรเนีย แต่หนทางข้างหน้าดูเหมือนจะเต็มไปด้วยอุปสรรค "มีวิธีอื่นอีกไหม?"
"มี" เอลาร่าตอบ ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด "ตามบันทึก เราพบการกล่าวถึง 'ประตูมิติโบราณ' ที่อาจจะเชื่อมต่อไปยังมิติเงาได้ ประตูมิตินี้ถูกสร้างขึ้นโดยเผ่าพันธุ์โบราณอีกเผ่าหนึ่งที่รู้จักกันในนาม 'ผู้เฝ้ามิติ' ซึ่งพวกเขาสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการเดินทางข้ามมิติ แต่ตำแหน่งของประตูมิตินี้ก็ยังเป็นปริศนาเช่นกัน"
"ผู้เฝ้ามิติ..." อคินกล่าวซ้ำ พลางพยายามนึกถึงชื่อนี้ในฐานข้อมูลของเขา "ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน"
"เป็นเผ่าพันธุ์ที่ลึกลับยิ่งกว่าไซเรเนียเสียอีก" เอลาร่ากล่าว "พวกเขาปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ในประวัติศาสตร์ ก่อนจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้ก็มีเพียงตำนานเกี่ยวกับประตูมิติโบราณเท่านั้น"
อคินเดินไปที่หน้าต่างของห้องทดลอง เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภาพของกลุ่มดาวที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรที่ประดับอยู่บนผืนกำมะหยี่สีดำ ยิ่งมองออกไปไกลเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความเล็กจ้อยของตัวเองเมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ไพศาลของจักรวาล
"ถ้าเราสามารถค้นหาประตูมิติโบราณเจอ..." อคินครุ่นคิด "เราอาจจะได้พบกับเทคโนโลยีของเผ่าพันธุ์ไซเรเนีย และอาจจะได้เบาะแสเกี่ยวกับมหันตภัยแห่งความว่างเปล่าด้วย"
"ถูกต้อง" เอลาร่าเห็นด้วย "และหากเราสามารถเข้าใจพลังงานที่เผ่าพันธุ์ไซเรเนียใช้ได้ เราอาจจะหาวิธีรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามาในจักรวาลของเราได้"
อคินหันกลับมาเผชิญหน้ากับเอลาร่า ใบหน้าของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น "เราต้องหาทางไปให้ถึงที่นั่นให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม"
"ข้าพร้อมเสมอ ท่านอคิน" เอลาร่าตอบ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความภักดี
ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นทั่วฐานทัพ ความสว่างของหน้าจอโฮโลแกรมถูกแทนที่ด้วยแสงสีแดงกระพริบอย่างบ้าคลั่ง
"เกิดอะไรขึ้น?" อคินถามอย่างตกใจ
"ตรวจพบการบุกรุก!" เสียงของเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยดังขึ้นจากลำโพง "มียานอวกาศไม่ทราบสัญชาติจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามายังฐานทัพของเรา!"
อคินขมวดคิ้วแน่น "ใครกัน? ทำไมพวกเขาถึงรู้ตำแหน่งของเรา?"
"ไม่ทราบแน่ชัดครับ!" เสียงเจ้าหน้าที่ดังมาอย่างร้อนรน "แต่พวกมันกำลังโจมตีอย่างไม่บันยะบันยัง!"
อคินรีบเดินไปที่แผงควบคุม มองดูแผนที่แสดงตำแหน่งของยานศัตรูที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"ยานพวกนั้น... พวกมันมีเทคโนโลยีที่น่ากลัว" เอลาร่ากล่าวเสียงเครียด "อาวุธของพวกมันทรงพลังมาก"
"ข้าจะไปบัญชาการกองทัพเอง" อคินกล่าว "เอลาร่า เจ้าช่วยวิเคราะห์รูปแบบการโจมตีของพวกมัน และหาจุดอ่อนให้เร็วที่สุด"
"รับทราบค่ะ ท่านอคิน"
อคินไม่รอช้า เขารีบเดินออกจากห้องทดลอง มุ่งหน้าไปยังห้องบัญชาการหลัก ขณะที่เขาก้าวออกไป เขายังคงได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอก ฐานทัพลับของเขาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มดาว กำลังตกอยู่ในอันตราย
"พวกแกกล้าดียังไง..." อคินพึมพำกับตัวเองขณะที่มุ่งหน้าไปยังแนวหน้า "กล้าดียังไงที่จะมาบุกรุกที่นี่..."
เขาไม่รู้ว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง และทำไมพวกเขาถึงมาโจมตีฐานทัพของเขา แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ คือ เขาจะปกป้องทุกคนที่นี่อย่างสุดกำลัง
เส้นทางสู่ยานอาร์คแห่งไซเรเนีย ดูเหมือนจะยิ่งขรุขระและอันตรายกว่าที่เขาคาดคิดไว้เสียอีก ภัยคุกคามใหม่ปรากฏขึ้น ท่ามกลางภารกิจที่เต็มไปด้วยปริศนาและความหวัง
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก