ดาบพิรุณไร้เทียมทาน

ตอนที่ 2 — พายุคลั่ง ลมพิโรธ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 995 คำ

ยอดเขาหินผาที่ถูกสายลมกัดเซาะจนเป็นริ้วรอยอันยาวนาน ทอดตัวสูงเสียดฟ้าจนเมฆหมอกยังต้องอ้อมกราย หลากชีวิตที่เคยย่างกรายขึ้นมาสู่จุดสูงสุดแห่งนี้ ล้วนพบจุดจบอย่างอนาถ ทว่า ณ เบื้องบนสุดที่ลมฟ้าคะนองเกรี้ยวกราด กำลังจะบังเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่น้อยคนนักจะได้เห็น

พิรุณ ‌ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางสายลมที่กระโชกแรงราวกับจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกละเอียด ดวงตาคมกริบสีฟ้าอ่อนทอประกายวาวโรจน์จับจ้องไปยังกลุ่มเงาร่างที่กำลังคลานคืบขึ้นมาเบื้องหน้า พวกมันคือเหล่าอสูรกายที่ถูกส่งมาเพื่อช่วงชิง "แก่นพลังแห่งเมฆา" วัตถุโบราณที่กล่าวกันว่ามีอำนาจมหาศาลซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนี้

“มากันอีกแล้วหรือ?” เสียงของพิรุณแหบพร่า ​แต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาที่สามารถแผ่ซ่านไปถึงกระดูก อสูรกายเหล่านั้นมีรูปร่างบิดเบี้ยว ผิวหนังคล้ำเข้มคล้ายถ่านที่เพิ่งมอดไหม้ ดวงตาเรืองแสงสีแดงฉานบ่งบอกถึงความกระหายเลือดที่รุนแรง พวกมันส่งเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัว กึกก้องไปทั่วหุบเขา

“เจ้ามนุษย์ที่หลงผิด เจ้าไม่ควรมาเหยียบย่างที่นี่!” เสียงแหบแห้งของหัวหน้าอสูรกายดังขึ้น ‍มันมีขนาดใหญ่กว่าพวกพ้องหลายเท่า ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ปูดโปนราวกับหินผา มือที่ใหญ่เท่าลูกมะพร้าวถือดาบสนิมเขรอะที่ดูเก่าแก่พอๆ กับภูเขาลูกนี้

“ที่นี่ไม่ใช่ของพวกแก” พิรุณตอบกลับ ดวงตาเหลือบมองไปยังดาบยาวที่ส่องประกายสีฟ้าอ่อนในมือ มันคือ "ดาบพิรุณ" ‌อาวุธคู่ใจที่ได้รับมาพร้อมกับโชคชะตาอันโหดร้าย

ทันใดนั้น พิรุณก็ยกดาบขึ้นชี้ฟ้า ลมที่เคยพัดแรงก็พลันบิดเกลียว ราวกับมีชีวิตจิตใจ มันหมุนวนรอบกายพิรุณอย่างรวดเร็ว สร้างเป็นพายุขนาดย่อมที่ปกคลุมร่างของเขาไว้ แสงฟ้าสีขาวสว่างวาบปรากฏขึ้นระหว่างนิ้วมือของพิรุณ ก่อนจะรวมตัวเป็นกระแสไฟฟ้าอันทรงพลัง

“วายุพิรุณ… ‍จงสำแดงฤทธิ์!”

สิ้นเสียงของพิรุณ ลมหมุนรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นกระแสลมหมุนที่ทรงพลังราวกับพายุทอร์นาโด พัดพาก้อนหินและเศษดินปลิวว่อนขึ้นไปบนฟ้า อสูรกายที่อยู่ใกล้เคียงถูกกระแสลมซัดกระเด็นไปติดกับหน้าผา เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว

“คิดจะใช้เพียงแค่ลมอย่างนั้นรึ! ไร้ประโยชน์!” หัวหน้าอสูรกายตะโกน มันยกดาบสนิมเขรอะขึ้นรับกระแสลมที่พัดเข้าใส่ ​แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันต้องใช้กำลังทั้งหมดเพื่อต้านทาน

พิรุณไม่ตอบโต้ เขาเพียงยกดาบพิรุณขึ้นอีกครั้ง แสงสีฟ้าที่ดาบส่องสว่างเจิดจ้ายิ่งขึ้น พายุรอบกายเขาเริ่มแปรเปลี่ยนจากลมหมุนกลายเป็นสายลมอันแหลมคมที่พุ่งเข้าโจมตีอสูรกายทุกตัวที่อยู่เบื้องหน้า

“อ๊ากกก!”

เสียงร้องของอสูรกายดังขึ้นต่อเนื่อง สายลมคมกริบเหล่านั้นประดุจใบมีดที่มองไม่เห็น มันกรีดผ่านร่างของพวกมันอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงรอยบาดแผลลึกที่เลือดสีดำข้นไหลทะลักออกมา

“นี่มัน… พลังอะไรกัน!” ​หัวหน้าอสูรกายอุทานด้วยความตกตะลึง มันไม่เคยพบเจอพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน

“นี่คือพลังของสายลม… และสายฟ้า!” พิรุณกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ดาบพิรุณเหวี่ยงเป็นวงกว้าง พลังสายฟ้าสีขาวสว่างวาบพวยพุ่งออกมาจากปลายดาบ ​กลายเป็นสายฟ้าฟาดขนาดมหึมาที่ผ่าลงมาจากท้องฟ้า

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงง!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว แสงสว่างจ้าจนแทบมองไม่เห็น สัตว์อสูรกายหลายตัวถูกสายฟ้าฟาดเข้าใส่ ล้มตายอย่างอนาถ ร่างกายของพวกมันไหม้เกรียมเป็นตอตะโก

หัวหน้าอสูรกายกัดฟันกรอด มันรู้ดีว่าหากปล่อยให้พิรุณใช้พลังนี้ต่อไป พวกมันจะต้องพ่ายแพ้อย่างราบคาบ มันคำรามเสียงดัง พลางเพิ่มพลังกายเข้าสู่ดาบสนิมเขรอะ

“แกจะหยุดข้าไม่ได้! ข้าจะเอาแก่นพลังแห่งเมฆานั้นไปให้ได้!”

สิ้นเสียง มันพุ่งเข้าใส่พิรุณด้วยความเร็วสูง ดาบสนิมเขรอะที่อาบไปด้วยพลังงานสีดำปะทะเข้ากับดาบพิรุณเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟสีขาวและสีดำปะทุขึ้นรอบตัวทั้งสอง

พิรุณยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้แรงปะทะจะมหาศาลเพียงใด เขาก็ยังคงทรงตัวอยู่ได้ ดวงตาของเขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหัวหน้าอสูรกายอย่างไม่เกรงกลัว

“ถ้าแกคิดว่าแก่นพลังนั้นสำคัญมากนัก… ก็จงดูสิ่งนี้!”

พิรุณเงื้อดาบพิรุณขึ้นเหนือหัว พลังงานสีฟ้าอันบริสุทธิ์เริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างของเขา ลมรอบกายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมฆหมอกสีดำที่ปกคลุมท้องฟ้าก็เริ่มถูกปัดเป่าออกไป เผยให้เห็นแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า

“วิชา… วายุผ่าเมฆา!”

เขาเหวี่ยงดาบพิรุณลงมาอย่างรวดเร็ว พลังงานสายลมและสายฟ้าที่สะสมไว้ก็พลันระเบิดออกกลายเป็นคลื่นพลังขนาดมหึมาที่แผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง คลื่นพลังนี้ไม่ใช่เพียงแค่ลมหรือสายฟ้า แต่มันคือการผสานพลังทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

“อ๊ากกกกก!”

หัวหน้าอสูรกายพยายามยกดาบขึ้นรับ แต่มันก็ต้านทานพลังอันมหาศาลนี้ไม่ได้ ร่างกายของมันถูกคลื่นพลังซัดกระเด็นไปไกลหลายร้อยเมตร ก่อนจะกระแทกเข้ากับโขดหินจนแหลกละเอียด

พวกอสูรกายที่เหลือรอด ต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศละทาง พวกมันรู้ดีว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องล่าถอย

พิรุณยืนนิ่งอยู่กลางพายุที่กำลังสงบลง ดาบพิรุณในมือยังคงส่องประกายสีฟ้าอ่อน คราบเลือดสีดำของอสูรกายเปื้อนอยู่บนดาบ แต่ก็ดูราวกับจะถูกชะล้างออกไปโดยสายลมอันบริสุทธิ์

เขาค่อยๆ ลดดาบลง มองไปยังซากอสูรกายที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัว ใบหน้าของเขาปราศจากอารมณ์ใดๆ ราวกับว่าการต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องปกติ

“พลัง… นี้มันมากมายเกินไป…” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

พิรุณหลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ ความหนาวเย็นของยอดเขาซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย ความรู้สึกเดียวดายถาโถมเข้ามาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาคือ "พิรุณ" ผู้ถูกทอดทิ้ง ผู้ที่ได้รับมอบชื่อนี้มาพร้อมกับชะตากรรมที่ต้องแบกรับ ทว่าลึกๆ ในใจของเขา ยังมีอีกชื่อหนึ่งที่ยังคงค้างคา… "เทพวายุ" ชื่อเดิมที่เขาไม่อาจจำได้เลือนลาง

เขาจำได้เพียงภาพรางๆ ของหญิงสาวผมสีเงินที่กำลังร้องไห้… และเสียงเรียกอันอ่อนโยน “วายุ… เจ้าต้องเข้มแข็งนะ…”

“ใครกัน?” พิรุณถามกับตัวเอง แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มกลับมาเป็นสีครามอีกครั้ง แสงตะวันสุดท้ายสาดส่องลงมายังยอดเขา ราวกับจะปลอบประโลมเขา

“แก่นพลังแห่งเมฆา… มันอยู่ที่ไหนกันแน่?” เขาถามตัวเองอีกครั้ง

ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากพื้นดินใต้ฝ่าเท้า ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในภูเขา

ดวงตาของพิรุณเบิกกว้างขึ้น เขาเงยหน้ามองไปยังเบื้องบนสุดของยอดเขา ที่ซึ่งมีก้อนหินรูปร่างประหลาดตั้งตระหง่านอยู่

“นั่นมัน…”

เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากก้อนหินลูกนั้น พลังงานที่แตกต่างจากที่เขาเคยสัมผัสมาทั้งหมด มันอบอุ่นและทรงพลังอย่างน่าประหลาด

ทันใดนั้นเอง ก้อนหินรูปร่างประหลาดก็เริ่มเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ ออกมา แสงสว่างนั้นค่อยๆ สว่างวาบขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นแสงจ้าที่สาดส่องไปทั่วบริเวณ

พิรุณยืนนิ่งอึ้ง จ้องมองไปยังก้อนหินด้วยความพิศวง

"นี่มัน… แก่นพลังแห่งเมฆาอย่างนั้นรึ?"

เขาไม่แน่ใจ แต่สัญชาตญาณของเขาก็บอกว่าสิ่งนั้นคือเป้าหมายที่เขาตามหามาตลอด

แต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวออกไปทำอะไร ร่างกายของเขาก็พลันรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับที่

“เจ้ามนุษย์! เจ้าคิดว่าจะหนีรอดไปได้ง่ายๆ รึ!”

เสียงที่ดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง ทำให้พิรุณต้องหันกลับไปมอง

เบื้องล่างของยอดเขา อสูรกายอีกกลุ่มหนึ่งกำลังคลานคืบขึ้นมา พวกมันมีรูปร่างที่แตกต่างจากกลุ่มก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ร่างกายของพวกมันดูแข็งแกร่งราวกับหินผา ดวงตาของพวกมันเปล่งแสงสีม่วงเข้ม

และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น… อสูรกายที่นำมากลับมีใบหน้าคล้ายมนุษย์อย่างเหลือเชื่อ!

“อย่าคิดว่าเจ้าจะหยุดพวกเราได้ทั้งหมด!” หัวหน้าอสูรกายตนใหม่คำราม มันมีใบหน้าที่บิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “พลังของแก่นแท้แห่งเมฆา… จะต้องตกเป็นของข้า!”

พิรุณกัดฟันกรอด รู้สึกได้ถึงอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม เขาเห็นอสูรกายตนหนึ่งถือสิ่งที่ดูคล้าย "กระจกเงา" ที่บิดเบี้ยวอยู่ มันสะท้อนแสงสีทองจากก้อนหินให้กลายเป็นลำแสงสีม่วงที่น่าสะพรึงกลัว

“ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็น… ว่าใครคือผู้ที่แท้จริง… ที่จะครอบครองพลังนี้!”

ลำแสงสีม่วงพุ่งตรงเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว พิรุณรีบยกดาบพิรุณขึ้นป้องกัน แต่เขารู้สึกได้ว่าพลังของลำแสงนี้… ร้ายกาจกว่าที่เขาเคยเผชิญมานัก

ความจริง… ยังคงซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ผืนฟ้าที่กำลังจะมืดมิด… และการต่อสู้ครั้งใหม่… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดาบพิรุณไร้เทียมทาน

ดาบพิรุณไร้เทียมทาน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!