ดาบพิรุณไร้เทียมทาน

ตอนที่ 6 — สายฟ้าสยบพสุธา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 915 คำ

ยอดเขาหินผาสูงตระหง่าน ราวกับเสาหินผาที่แทงทะลุผืนฟ้า สลับซับซ้อนไปด้วยรอยขีดข่วนของกาลเวลาที่สายลมและฟ้าผ่าสลักไว้ ณ เบื้องบนสุดที่ลมฟ้าคะนองเกรี้ยว ดุจดังเวทีสุดท้ายของโลก พิรุณยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำราวกับจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้แหลกสลาย

เบื้องหน้าเขา ‌ศัตรูที่ขวางกั้นอยู่คือเหล่าอสูรกายแห่งเงา กลุ่มทหารรับจ้างที่ถูกอำนาจมืดครอบงำ ดวงตาของพวกมันแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่กำลังจะมอด ดวงจิตถูกความเกลียดชังและความกระหายเลือดกลืนกิน พวกมันกรูกันเข้ามาด้วยเสียงคำรามกึกก้อง แต่ละตัวล้วนถืออาวุธที่ดูคล้ายจะแผ่รัศมีแห่งความมืดออกมา

พิรุณไม่สะทกสะท้าน เขายกดาบพิรุณขึ้น แสงสีฟ้าครามสาดประกายเจิดจ้า ​สะท้อนกับเกล็ดน้ำฝนที่โปรยปรายลงมา เส้นผมสีดำขลับของเขาพลิ้วไหวตามแรงลม ราวกับธงรบที่โบกสะบัดท้าทายทุกอุปสรรค

“พวกแกที่ถูกความมืดกลืนกิน จงหลีกไป!” เสียงของพิรุณก้องกังวาน ทรงพลัง แม้จะถูกเสียงลมและเสียงฟ้าร้องกลบไปบ้าง แต่ก็ยังคงแฝงด้วยอำนาจที่ยากจะต้านทาน

อสูรกายแห่งเงาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา ‍พวกมันพุ่งเข้าใส่ทันที ดาบของพวกมันคมกริบราวกับจะสับทุกสิ่งให้ขาดสะบั้น

“ฟ้าร้องคำราม!” พิรุณตะโกนพร้อมกับสะบัดดาบพิรุณลง

พลัน! สายฟ้าสีขาวสว่างราวกับแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน พุ่งแหวกอากาศลงมาจากฟากฟ้า ส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับพญาอินทรีโผบิน มันฟาดเปรี้ยงลงกลางกลุ่มอสูรกายแห่งเงา

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แสงสว่างเจิดจ้าจนต้องหลับตาปี๋ ‌อสูรกายแห่งเงาหลายตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด ถูกสายฟ้าฟาดผ่าจนร่างแหลกเหลว กลายเป็นเพียงเถ้าธุลีที่ปลิวไปกับสายลม

แต่ที่เหลือก็ยังคงดิ้นรน พวกมันดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ถึงตาย พลังแห่งความมืดที่หล่อเลี้ยงพวกมันนั้นรุนแรงเกินกว่าที่สายฟ้าธรรมดาจะทำลายล้างได้

“น่ารำคาญ!” พิรุณสบถ เขากระโดดขึ้นไปบนก้อนหินที่สูงกว่าเดิม ‍ดาบพิรุณในมือเปล่งประกายเรืองรองยิ่งขึ้น

“สายลมกรีดปฐพี!”

เขาเหวี่ยงดาบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นกระแสลมหมุนวนอันทรงพลัง พัดพาทุกสิ่งให้หมุนคว้างไปตามแรงลม กลุ่มอสูรกายแห่งเงาที่พยายามจะเข้ามาใกล้ ถูกกระแสลมพัดปลิวไปชนกับโขดหินจนกระดูกหัก หรือบางตัวก็ถูกเหวี่ยงตกจากหน้าผาลงไปเบื้องล่าง

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว แต่พิรุณไม่ผ่อนปรนแม้แต่น้อย

“ยังไม่พอ!” เขาตะโกน ​เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งผืนฟ้า ข้าคือเทพวายุ!”

ทันใดนั้นเอง ร่างของพิรุณก็สว่างวาบขึ้น แสงสีฟ้าครามเปล่งประกายรอบตัวเขาอย่างรุนแรง ราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อมที่กำลังจะระเบิดออกมา พายุที่โหมกระหน่ำอยู่รอบตัวเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ลมพายุหมุนวนรอบตัวเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง

“จงรับไป! ​สองดาบสังหารเทวะ!”

พิรุณแทงดาบพิรุณขึ้นสู่ท้องฟ้า ท้องฟ้าที่มืดครึ้มพลันแยกออก เกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ เผยให้เห็นแสงสว่างสีทองสาดส่องลงมา จากช่องว่างนั้น สายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งแหวกอากาศลงมาอย่างบ้าคลั่ง ฟาดเปรี้ยงลงมายังพื้นพิภพราวกับทัพสายฟ้า

เสียงคำรามของสายฟ้าดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกสารทิศ พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับกำลังจะแตกออก ​เป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

อสูรกายแห่งเงาทุกตัวที่อยู่บนยอดเขา ถูกสายฟ้าที่พุ่งลงมานับไม่ถ้วนเหล่านั้นฟาดเปรี้ยงอย่างต่อเนื่อง พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส พลังแห่งความมืดที่ห่อหุ้มตัวพวกมันไว้ ถูกสายฟ้าอันบริสุทธิ์เผาผลาญไปอย่างรวดเร็ว

ร่างของพวกมันเริ่มสลายไปทีละน้อย กลายเป็นเพียงเงาที่จางหายไปในอากาศ

พิรุณยืนนิ่ง สายฟ้ายังคงฟาดเปรี้ยงลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง ดาบพิรุณในมือของเขาส่องแสงเจิดจ้า แสงนั้นดูดซับพลังแห่งสายฟ้าที่หลั่งไหลลงมาจากเบื้องบนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“นี่คือฤทธิ์เดชแห่งเทพวายุ!” พิรุณกล่าวเสียงดัง “พวกแกที่ถูกความชั่วร้ายครอบงำ ไม่มีวันที่จะเอาชนะพลังแห่งธรรมชาติได้!”

ไม่นานนัก เสียงคำรามของสายฟ้าก็ค่อยๆ เงียบลง ช่องว่างบนท้องฟ้าค่อยๆ ปิดลง แสงสีทองสาดส่องลงมาน้อยลงจนกลับสู่สภาพเดิม

ยอดเขาหินผาที่เคยเต็มไปด้วยอสูรกายแห่งเงา ตอนนี้กลับว่างเปล่า เหลือเพียงเศษเถ้าถ่านและกลิ่นไหม้จางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ

พิรุณลดดาบพิรุณลง แสงประกายเจิดจ้าเริ่มจางหายไป แต่ก็ยังคงความเรืองรองอยู่บ้าง

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็แฝงไปด้วยความพึงพอใจ

“สำเร็จแล้วสินะ” เขาพึมพำกับตัวเอง “อีกครั้งที่ข้าสามารถปกป้องสถานที่แห่งนี้ได้”

ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นมาจากเบื้องหลัง

“ท่านพิรุณ… ท่านเก่งกาจยิ่งนัก”

พิรุณสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันขวับกลับไปมอง

เบื้องหลังเขา ยืนอยู่ร่างหนึ่ง ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ปลายผมสีเงินยวงยาวสลวย ปลายผมประดับด้วยคริสตัลใสราวกับหยดน้ำ ดวงตาของนางเป็นสีเขียวมรกต สุกใส และแฝงไปด้วยความเมตตา

“ท่าน… ท่านคือใคร?” พิรุณถามด้วยความประหลาดใจ

หญิงสาวตรงหน้ายิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าคือผู้ดูแลแห่งยอดเขาแห่งนี้… ข้ามีนามว่า ‘ศิลารา’”

“ผู้ดูแล? ข้าไม่เคยเห็นท่านมาก่อน” พิรุณเอ่ย

“ข้าจะปรากฏตัวต่อเมื่อยามที่ท่านต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น” ศิลาราตอบ “และยามนี้ ท่านได้แสดงให้ข้าเห็นแล้วว่า ท่านคู่ควรกับพลังแห่งเทพวายุอย่างแท้จริง”

พิรุณมองศิลาราด้วยความสงสัย “ท่านทราบเรื่องข้าได้อย่างไร?”

“ข้ารู้จักท่านดี… เทพวายุ” ศิลาราเอ่ยชื่อเดิมของพิรุณ ทำให้พิรุณตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“ท่าน… ท่านรู้ได้อย่างไร?” พิรุณถามด้วยน้ำเสียงตะลึง

“กาลเวลาได้พัดพาเรื่องราวของท่านมาถึงข้า” ศิลาราอธิบาย “ท่านถูกทอดทิ้ง ถูกพรากทุกสิ่งไป แต่จิตวิญญาณแห่งเทพวายุของท่านยังคงแข็งแกร่ง และท่านได้เลือกเส้นทางแห่งความชอบธรรม”

พิรุณก้มหน้าลงมองดาบพิรุณในมือ ความทรงจำอันเจ็บปวดแวบเข้ามาในหัว

“ข้า… ข้าเพียงต้องการความยุติธรรม” เขาพูดเสียงเบา

“และท่านก็ได้มอบความยุติธรรมนั้นให้กับผู้ที่ถูกกดขี่” ศิลารากล่าว “แต่การต่อสู้ครั้งนี้… ยังไม่จบสิ้น”

คำพูดของศิลาราสะดุดพิรุณ “หมายความว่าอย่างไร?”

“เหล่าอสูรกายแห่งเงา… เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่า” ศิลาราอธิบาย สีหน้าของนางเริ่มเคร่งเครียดขึ้น “พลังแห่งความมืดกำลังคืบคลานเข้ามา บดบังแสงสว่างแห่งโลกมากขึ้นทุกขณะ”

“พลังแห่งความมืด… คืออะไร?” พิรุณถาม

“คือพลังที่ต้องการกลืนกินทุกสรรพสิ่ง… คือพลังที่ทำลายล้างความสมดุลของธรรมชาติ” ศิลาราตอบ “และผู้นำแห่งพลังมืดนั้น… กำลังวางแผนการอันยิ่งใหญ่”

พิรุณกำหมัดแน่น “แล้วข้าจะทำอย่างไร?”

“ท่านคือผู้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับมัน” ศิลาราจ้องมองพิรุณด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหวัง “ท่านคือเทพวายุ ผู้ถือครองดาบพิรุณไร้เทียมทาน”

“แต่ข้า… ข้าเป็นเพียงเด็กที่ถูกทอดทิ้ง…” พิรุณกล่าว

“ท่านคือผู้ที่เลือกเส้นทางของตนเอง” ศิลาราขัดขึ้น “และเส้นทางนั้น… นำพาให้ท่านกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด”

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าที่เพิ่งสงบลง ก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เมฆฝนธรรมดา แต่เป็นเมฆที่ดูเหมือนจะมีชีวิต ราวกับกำลังคืบคลานเข้าปกคลุมทุกสิ่ง

เสียงคำรามต่ำๆ ดังขึ้นจากเบื้องบน ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังจะโจมตี

“นั่น… นั่นมันอะไร?” พิรุณถาม

“มันคือการมาถึงของอำนาจที่แท้จริง” ศิลารากล่าวเสียงเครียด “ข้าเตือนท่านแล้ว… การต่อสู้ครั้งนี้… ยังไม่จบสิ้น”

พิรุณเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังถูกกลืนกินด้วยเมฆดำที่ดูเหมือนจะมีชีวิต หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความตื่นเต้น ความหวาดหวั่น และความมุ่งมั่น

ดาบพิรุณในมือของเขาส่องประกายขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะตอบรับคำท้าทายจากอำนาจที่มองไม่เห็น

การต่อสู้ที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น.

หน้านิยาย
หน้านิยาย

ดาบพิรุณไร้เทียมทาน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!