ตอนที่ 9 — พายุพิโรธ ณ สรวงสวรรค์
ดาบพิรุณไร้เทียมทาน · 30 ตอน
ยอดเขาหินผาสูงตระหง่าน ณ สุดขอบฟ้า ยังคงท้าทายแรงโน้มถ่วง ดุจดังเสาหลักที่ค้ำจุนจักรวาล สายลมพายุโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้ง ราวกับเสียงคร่ำครวญของเหล่าเทพเจ้าที่กำลังพิโรธ ฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะท้อนก้องไปทั่วหุบเหว เบื้องบนสุดที่เมฆหมอกมืดครึ้มบดบังแสงตะวัน พิรุณยืนหยัดอยู่เพียงลำพัง ดาบพิรุณในมือส่องประกายเจิดจ้า ท่ามกลางมหาสงครามแห่งธาตุที่กำลังจะปะทุขึ้น
“เจ้านี่มันไม่รู้จักเจียมตัวจริงๆ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเบื้องหน้า ดวงตาของพิรุณเหลือบมองไปยังเงาร่างสูงใหญ่ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากม่านหมอก เมฆสีดำที่เกาะตัวหนาทึบเบื้องบนนั้น ราวกับกำลังรวมตัวกันเป็นรูปเป็นร่างของชายผู้หนึ่ง ร่างกายของเขาถูกปกคลุมด้วยเกราะสีดำสนิทที่ดูราวกับจะกลืนกินแสงสว่างทั้งหมด มือข้างหนึ่งถือดาบใหญ่ที่เปล่งประกายสีดำราวกับรัตติกาล ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่กำลังจะลุกไหม้
“ข้ามิได้มาที่นี่เพื่อเจียมตัว” พิรุณเอ่ยเสียงเรียบ แววตาไม่สั่นคลอน “ข้ามาเพื่อทวงสิ่งที่ข้าถูกพรากไป”
“โง่เขลา! สิ่งที่เจ้าถูกพรากไปนั้น มิใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะครอบครองได้” ชายผู้นั้นหัวเราะเยาะเสียงดัง “เจ้าคิดว่าเพียงพลังลมเพียงเท่านี้ จะเทียบเคียงกับพลังแห่ง ‘เงามายา’ ได้งั้นรึ?”
คำว่า ‘เงามายา’ ทำให้พิรุณขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่พลังอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของชายผู้นั้น ทำให้เขาต้องระแวดระวังเป็นพิเศษ ลมพายุที่โหมกระหน่ำยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับจะตอบรับคำกล่าวอ้างของศัตรู
“งั้นพิสูจน์ให้ข้าเห็น” พิรุณชักดาบพิรุณออกมาเต็มที่ ปลายดาบชี้ตรงไปยังคู่ต่อสู้ประกายสีฟ้าอ่อนระยิบระยับสะท้อนกับแสงสลัว
ทันใดนั้น ชายชุดดำก็ยกดาบใหญ่ขึ้นสูง รัตติกาลแห่งดาบนั้นราวกับจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่งรอบตัว เขาคำรามกึกก้อง พลังงานสีดำสนิทพวยพุ่งออกจากดาบ ก่อตัวเป็นคลื่นพลังงานที่บิดเบี้ยวและบิดเบือนทุกสิ่งที่มันปะทะ
“รับไป!”
คลื่นพลังสีดำพุ่งเข้าใส่พิรุณด้วยความเร็วสูง พิรุณไม่รอช้า เขากระโจนขึ้นไปในอากาศ ปลดปล่อยพลังสายลมจากฝ่ามือทั้งสองข้าง ก่อตัวเป็นกำแพงลมหมุนที่แข็งแกร่งเข้าปะทะคลื่นพลังงานสีดำ
เปรี้ยง!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าสองครั้งซ้อน กำแพงลมหมุนของพิรุณสั่นสะท้าน แต่ยังคงต้านทานคลื่นพลังงานสีดำไว้ได้ แต่มันก็ค่อยๆ ถูกบดขยี้ทีละน้อย
“แค่นี้เองรึ? เจ้าคิดจะสู้กับข้าด้วยพลังที่ยังไม่เติบโตเต็มที่เช่นนี้?” ชายชุดดำเย้ยหยัน
พิรุณกัดฟันกรอด เขายอมรับว่าพลังของศัตรูนั้นแข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ “ข้ามิได้พึ่งพากำลังเพียงอย่างเดียว”
เขาพลิกข้อมือ ดาบพิรุณสั่นสะท้านราวกับมีชีวิต แสงสีฟ้าอ่อนที่เคยส่องประกายอยู่เมื่อครู่ บัดนี้ทวีความเข้มข้นขึ้น กลายเป็นประกายสีฟ้าครามที่เจิดจ้าจนแทบจะแสบตา
“พลังแห่งสายฟ้า… จงสำแดงฤทธิ์!”
พิรุณรวบรวมพลังทั้งหมดในกาย ปลดปล่อยมันออกมาผ่านดาบพิรุณ ประกายสายฟ้าสีครามเริ่มก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวเขา สายฟ้าฟาดลงมาจากท้องฟ้าที่มืดครึ้ม เชื่อมต่อกับปลายดาบของเขา ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นศูนย์กลางของพายุฝนฟ้าคะนอง
“เจ้า… เจ้าทำได้อย่างไร?” ชายชุดดำตกตะลึงเล็กน้อย แววตาแดงก่ำฉายแววประหลาดใจ
“ข้ามีนามว่า ‘เทพวายุ’!” พิรุณประกาศก้อง เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วหุบเขา “พลังแห่งสายลมและสายฟ้า… คือเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า!”
เขาตวัดดาบพิรุณขึ้นไปบนฟ้า สายฟ้าที่เชื่อมต่อกับดาบก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง สร้างแสงสว่างจ้าแข่งกับความมืดมิดของท้องฟ้า
“สายฟ้าฟาด… ปราบมาร!”
พิรุณชี้ปลายดาบลงไปยังชายชุดดำ สายฟ้าสีครามจำนวนมหาศาลพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ราวกับหอกทิ่มแทงจากสวรรค์ เข้าใส่ร่างของชายชุดดำด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบเลี่ยงได้
ครืนนนน!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งหุบเขา พายุฝนฟ้าคะนองโหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้น ราวกับจะโอบรับการโจมตีของพิรุณ แสงสีฟ้าครามสว่างจ้าจนกลืนกินทุกสิ่งไปชั่วขณะ
เมื่อแสงสว่างจางลง ชายชุดดำก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่เกราะสีดำที่ปกคลุมร่างกายของเขานั้น มีร่องรอยไหม้เกรียมอยู่หลายแห่ง แสงสีดำที่เคยแผ่ออกมาจากดาบใหญ่ของเขา ก็เริ่มริบหรี่ลง
“เก่งนี่…” ชายชุดดำพึมพำ เสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย “แต่มันยังไม่พอ!”
เขาเงื้อดาบใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเขาเริ่มหมุนคว้างอย่างรวดเร็ว พลังงานสีดำที่เหลืออยู่เริ่มรวมตัวกันรอบๆ ตัวเขา ก่อตัวเป็นพายุหมุนสีดำที่บิดเบี้ยว
“พลังแห่ง ‘เงามายา’… คือการบิดเบือนทุกสิ่ง! แม้แต่พลังแห่งธรรมชาติ… ข้าก็จะบิดเบือนมันให้เป็นของข้า!”
พายุหมุนสีดำขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว กลืนกินทุกสิ่งที่อยู่รอบข้าง แม้แต่สายลมและสายฟ้าที่กำลังโหมกระหน่ำ ก็ถูกมันดูดกลืนเข้าไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พิรุณรู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากพายุหมุนสีดำนั้น เขาไม่เคยรู้สึกถึงอันตรายเช่นนี้มาก่อน พลังนี้มันช่างแปลกประหลาด มันไม่เหมือนพลังที่เขารู้จัก มันดูดกลืนและบิดเบือนทุกสิ่ง
“เจ้ารู้สึกถึงมันแล้วสินะ?” ชายชุดดำหัวเราะเสียงแหบพร่า “นี่คือพลังที่แท้จริงของ ‘เงามายา’ มันสามารถดูดกลืนพลังของทุกสิ่ง แม้แต่จิตวิญญาณของเจ้า!”
พิรุณกัดฟันกรอด เขารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตของตนที่กำลังถูกดูดกลืนไปอย่างช้าๆ พายุหมุนสีดำนั้นกำลังก่อตัวเป็นกำแพงที่มองไม่เห็น กักขังเขาไว้
“ข้าไม่ยอมให้เจ้าทำเช่นนั้น!” พิรุณตะโกนสุดเสียง เขารวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด ก่อตัวเป็นลูกบอลพลังงานสายฟ้าขนาดมหึมาไว้ในมือ
“หากเจ้าดูดกลืนพลังของข้าได้ ข้าก็จะให้เจ้าได้ลิ้มลองพลังแห่งสายฟ้าที่บริสุทธิ์ที่สุด!”
เขาขว้างลูกบอลพลังงานสายฟ้าขนาดมหึมาเข้าใส่พายุหมุนสีดำ พลังงานสายฟ้าที่รุนแรงได้ปะทะเข้ากับพายุหมุนสีดำอย่างจัง
ตูมมมมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับภูเขาไฟระเบิด ท้องฟ้าที่มืดครึ้มสว่างวาบขึ้นอีกครั้งด้วยแสงสีขาวสลับสีดำ พายุฝนฟ้าคะนองยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขีดสุด
พิรุณรู้สึกถึงแรงกระแทกที่มหาศาล เขาเซถอยหลังไปหลายก้าว แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
เมื่อควันและฝุ่นจางลง พิรุณมองไปยังใจกลางของการระเบิด เขาพบว่าพายุหมุนสีดำนั้นได้สลายไปแล้ว แต่ร่างของชายชุดดำก็หายไปด้วยเช่นกัน
“หายไปแล้วงั้นรึ?” พิรุณพึมพำ
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังเขา
“ไม่ได้หายไปไหน… แค่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น!”
เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง พิรุณหันขวับไปมอง เขาเห็นเงาร่างสีดำสนิทกำลังก่อตัวขึ้นจากอากาศเบาบาง เงาร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่บิดเบี้ยวและน่ากลัว ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับเปลวเพลิง
“พลังแห่ง ‘เงามายา’… คือการกลืนกิน! ข้าจะกลืนกินเจ้า… กลืนกินพลังของเจ้า… แล้วข้าจะเป็นเจ้า!”
เงาร่างสีดำพุ่งเข้าใส่พิรุณด้วยความเร็วสูง พิรุณไม่มีเวลาเตรียมตัว เขาชักดาบพิรุณขึ้นมาป้องกัน
ฟุ่บ!
คมดาบสีดำที่มองไม่เห็นได้ปะทะเข้ากับคมดาบพิรุณ เกิดประกายไฟสีดำและสีฟ้าอ่อนสลับกันไปมา
พิรุณรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาจากคมดาบสีดำนั้น มันไม่ใช่แค่ความเย็นของโลหะ แต่มันคือความเย็นที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก มันคือความเย็นแห่งความว่างเปล่า
“เจ้า… เจ้าคือใครกันแน่?” พิรุณถามเสียงสั่น
“ข้าคือ ‘เงา’… และข้าจะกลืนกิน ‘แสง’ อย่างเจ้า!”
เงาร่างสีดำเริ่มบิดเบี้ยวและยืดยาวออกไป ราวกับจะพยายามกลืนกินร่างของพิรุณทั้งหมด พิรุณพยายามต้านทาน แต่เขาก็รู้สึกว่ากำลังสูญเสียแรงทั้งหมดไป
“พลังของข้า… กำลังจะหมดไป…”
แต่แล้ว จู่ๆ พิรุณก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่าง
“ไม่… ข้ายังมี ‘ความหวัง’!”
เขาหลับตาลง ปล่อยวางความกลัวทั้งหมด นึกถึงใบหน้าของคนที่เขารัก นึกถึงเป้าหมายที่เขามุ่งมั่น
“เทพวายุ… โปรดประทานพลังแก่ข้า!”
ทันใดนั้น เขารู้สึกได้ถึงพลังงานอันอบอุ่นที่ไหลเวียนเข้ามาในร่าง พลังงานนั้นไม่ใช่ลมและสายฟ้า แต่เป็นพลังที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งกว่า
เมื่อพิรุณลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองอร่าม ดาบพิรุณในมือก็สว่างไสวด้วยแสงสีทองเช่นกัน
“ข้า… ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ากลืนกินข้า!”
เขาสะบัดดาบพิรุณไปด้านหน้า พลังงานสีทองที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา พุ่งออกมาจากดาบ ก่อตัวเป็นลำแสงสีทองที่สว่างไสวจนสามารถทะลวงผ่านความมืดมิดของเงาร่างสีดำได้
ฉัวะ!
ลำแสงสีทองได้ปะทะเข้ากับเงาร่างสีดำอย่างจัง เกิดเสียงร้องโหยหวนอันน่าเวทนาจากเงาร่างนั้น
“เป็นไปไม่ได้! แสง… แสงของเจ้า… แข็งแกร่งเกินไป!”
เงาร่างสีดำเริ่มสลายตัวไปทีละน้อย ราวกับน้ำแข็งที่ละลายเมื่อโดนแสงแดด
พิรุณยืนนิ่ง มองดูเงาร่างสีดำสลายหายไปในอากาศ เขารู้สึกเหนื่อยล้า แต่ก็รู้สึกถึงชัยชนะ
“ข้า… ข้าทำได้…”
แต่แล้ว เขาก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในอากาศ
“ยังไม่จบแค่นั้น…”
เสียงแหบพร่าดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากทุกทิศทุกทาง
“เมื่อ ‘เงา’ สลายไป… ‘ความมืด’ จะเข้ามาแทนที่!”
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่กำลังเริ่มจะสว่างขึ้น ก็พลันมืดมิดลงอย่างรวดเร็ว เมฆสีดำทึบก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมีความหนาทึบและความเย็นยะเยือกที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
พิรุณเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขารู้สึกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา… อันตรายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
เขาจะสามารถต่อกรกับความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดนี้ได้หรือไม่? อะไรคือพลังที่แท้จริงของ “เงามายา”? และเหตุใด “เทพวายุ” จึงปรากฏตัวขึ้นในร่างของเขา? ชะตากรรมของพิรุณจะเป็นเช่นไรต่อไป…
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก