ตอนที่ 17 — พิรุณสะท้านฟ้า วายุพิโรธโลกา

ตอนที่ 17 — พิรุณสะท้านฟ้า วายุพิโรธโลกา

ดาบพิรุณไร้เทียมทาน · 30 ตอน

ยอดเขาหินผา ณ สุดขอบฟ้า ยังคงท้าทายแรงโน้มถ่วง ดุจดังเสาหลักที่ค้ำจุนจักรวาล สายลมพายุโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้ง ราวกับเสียงคร่ำครวญของเหล่าเทพเจ้าที่กำลังพิโรธ ฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ‌ท่ามกลางม่านฝนที่โปรยปรายราวกับน้ำตาแห่งสวรรค์ พิรุณยืนหยัดอย่างสง่างาม ดาบพิรุณในมือส่องประกายเจิดจ้า ราวกับจะประกาศก้องให้ทั้งสามภพได้ประจักษ์ในพลังที่แท้จริงของเขา

ร่างของพิรุณโอบล้อมไปด้วยม่านพลังสีฟ้าครามอันเรืองรอง ลมหมุนวนรอบตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง พัดพาเอาเกล็ดน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นจากความหนาวเหน็บให้แตกกระจายออกไป เสียงลมหวีดหวิวราวกับเสียงสังหารจากยมทูต ขณะที่สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์นับพันเส้นกำลังรอวันปลดปล่อย ​หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังแห่งสายลมที่เขาควบคุม

เบื้องหน้าเขาคือกลุ่มเงาตะคุ่มนับร้อยที่ดาหน้าเข้ามาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกมันคือเหล่าปีศาจอสูรกายที่ถูกส่งมาจากแดนมาร เพื่อหมายจะช่วงชิงอำนาจแห่งเทพวายุไปจากเขา ดวงตาของพวกมันแดงฉานเต็มไปด้วยความกระหายเลือด อาวุธในมือล้วนแต่เป็นของต้องห้ามที่สลักเสลาด้วยมนตราดำอันชั่วร้าย

"บังอาจนัก!" เสียงของพิรุณก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าผ่า "เจ้าพวกมารไร้ค่า คิดจะมาลองดีกับผู้ที่ได้รับพรจากสวรรค์งั้นหรือ!"

มือข้างหนึ่งของพิรุณชูขึ้นฟ้า ‍ปลายนิ้วเรียวทั้งห้าสัมผัสกับอากาศที่หนาทึ้ง สายลมที่เคยพัดพาอย่างเกรี้ยวกราดพลันสงบนิ่งชั่วขณะ ก่อนจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันบิดเบี้ยว บีบอัด ห่อหุ้มเหล่าปีศาจเหล่านั้นเอาไว้ราวกับถูกบดขยี้โดยกำปั้นอันมองไม่เห็น

"ลมปราณสวรรค์!" พิรุณคำราม ‌เสียงของเขามีอำนาจเหนือธรรมชาติ ราวกับเสียงของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ "จงไปสู่ขุมนรกที่พวกเจ้าจากมา!"

วินาทีต่อมา พลังลมมหาศาลก็ระเบิดออกไปรอบทิศทาง เหล่าปีศาจที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงปะทะอันรุนแรงเหวี่ยงกระเด็นไปราวกับตุ๊กตาผ้า ร่างของพวกมันกระทบเข้ากับหินผาจนแหลกละเอียด เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว

แต่กลุ่มปีศาจที่เหลือก็ยังคงไม่ย่อท้อ พวกมันส่งเสียงคำรามดุดัน ‍วิ่งทะยานเข้ามาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่พิรุณกำลังใช้พลังลมยามอยู่ ปีศาจร้ายตนหนึ่งซึ่งดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่ม มีเขาแหลมยาวสองข้างราวกับกิ่งไม้แห้ง และมีผิวหนังสีดำเข้มราวกับถ่านหิน ก็ปล่อยอาวุธออกมา

มันคือดาบใหญ่สีดำทมิฬที่สลักลายอักขระโบราณเอาไว้ เมื่อมันกวัดแกว่งดาบนั้น ลำแสงสีดำอมม่วงก็พุ่งตรงเข้าใส่พิรุณ ​ราวกับเป็นลำแสงแห่งความตาย

"ดาบมารพิฆาต!" หัวหน้าปีศาจตะโกนเสียงแหบพร่า "จงตายซะเถอะ ไอ้เด็กหนุ่ม!"

พิรุณไม่สะทกสะท้าน เขายกดาบพิรุณขึ้นมารับคมดาบมารพิฆาต เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าร้องสองคราซ้อนกัน ประกายไฟสีขาวและสีดำปะทะกันอย่างรุนแรง สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ

"แกต่างหากที่จะต้องตาย!" ​พิรุณตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ทว่าแฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราด "นี่คือดาบที่สวรรค์มอบให้ ไม่ใช่สิ่งที่จะให้ปีศาจร้ายอย่างแกมาแตะต้อง!"

ทันทีที่ดาบทั้งสองปะทะกัน พิรุณก็กระโจนเข้าประชิดตัวหัวหน้าปีศาจอย่างรวดเร็ว ราวกับสายฟ้าที่มองไม่เห็น เขาใช้ดาบพิรุณฟันเป็นเส้นตรง พลังสายฟ้าที่ถูกกักเก็บเอาไว้พลันระเบิดออกเป็นวงกว้าง

"สายฟ้าผ่าพิฆาต!"

เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว ​เหล่าปีศาจที่อยู่รอบข้างถูกกระแสไฟฟ้าอันรุนแรงช็อตจนร่างกระตุก บางตนถึงกับร่วงหล่นลงจากหน้าผาไปอย่างน่าเวทนา

หัวหน้าปีศาจถึงกับผงะ มันใช้กำลังทั้งหมดที่มีผลักดาบพิรุณออกไป ก่อนจะใช้ขาหลังเตะเข้าใส่พิรุณอย่างแรง

"อั๊ก!"

พิรุณรู้สึกถึงแรงปะทะที่มหาศาลจนต้องถอยหลังไปสองสามก้าว แต่เขาก็ยังคงทรงตัวอยู่ได้ เขาเชิดหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายสีฟ้าราวกับมีดวงดาวเล็กๆ สองดวงสถิตอยู่ภายใน

"แข็งแกร่งใช้ได้นี่" พิรุณกล่าวอย่างเย้ยหยัน "แต่พลังของแกยังเทียบไม่ได้กับพลังที่ข้าได้รับจากการเป็นเทพวายุ!"

เมื่อพูดจบ พิรุณก็ชูมือทั้งสองขึ้นฟ้าอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ควบคุมเพียงแค่สายลม แต่เขาปลดปล่อยพลังแห่งสายฟ้าทั้งหมดที่เขามีออกมา

ท้องฟ้าที่เคยครึ้มไปด้วยเมฆฝนพลันสว่างวาบราวกับมีดวงตะวันดวงใหม่ปรากฏขึ้น แสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์แผ่กระจายไปทั่วทุกอณูของยอดเขา

"พิรุณสะท้านฟ้า!"

เสียงของพิรุณราวกับจะสั่งให้ฟ้าดินทั้งปวงสั่นสะเทือน สายฟ้าสีขาวนับหมื่นเส้นกำลังก่อตัวขึ้นรอบตัวเขา ราวกับมงกุฎแห่งเทพเจ้าที่ส่องประกาย

เหล่าปีศาจทั้งหลายต่างพากันหวาดกลัว พวกมันไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน สายตาของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดผวา

"นั่นมันอะไรน่ะ!" หัวหน้าปีศาจตะโกนถามด้วยความตกใจ

"นี่คือพลังที่แท้จริงของข้า!" พิรุณตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "พลังที่ผสานรวมระหว่างลมและสายฟ้า! พลังที่จะชำระล้างความชั่วร้ายให้สิ้นซาก!"

เขากวัดแกว่งดาบพิรุณไปข้างหน้า ลำแสงสีขาวพุ่งออกไปเป็นเส้นตรง ราวกับหอกที่พุ่งทะลวงทุกสิ่งทุกอย่าง

"สายฟ้าพายุพิฆาต!"

สายฟ้าอันมหาศาลพุ่งเข้าใส่กลุ่มปีศาจอย่างรวดเร็ว มันไม่เพียงแต่แผดเผาด้วยความร้อน แต่ยังบดขยี้ด้วยแรงปะทะอันรุนแรงอีกด้วย

เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว เมื่อสายฟ้าฟาดลงมาเหล่าปีศาจที่เคยแข็งแกร่งก็ไม่อาจต้านทานได้ ร่างของพวกมันสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำที่ปลิวว่อนไปตามสายลม

พิรุณยืนอยู่ท่ามกลางม่านสายฟ้าที่ยังคงสว่างวาบ เขากระบี่พิรุณที่ปลายดาบยังคงมีประกายไฟสีฟ้าอ่อนๆ เขาจ้องมองไปยังร่างของหัวหน้าปีศาจที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความแปลกใจ

"แก... แกเป็นใครกันแน่!?" หัวหน้าปีศาจถามเสียงสั่นเครือ "พลังระดับนี้... มันเป็นไปไม่ได้!"

"ข้าคือพิรุณ!" พิรุณตอบกลับอย่างหนักแน่น "ชื่อที่มอบให้เมื่อข้าถูกทอดทิ้ง! และข้าคือเทพวายุที่แท้จริง! ผู้ที่จะนำความยุติธรรมกลับคืนมาสู่โลกนี้!"

เมื่อพูดจบ พิรุณก็รวมพลังเฮือกสุดท้าย ปลดปล่อยสายฟ้าครั้งสุดท้ายที่รุนแรงกว่าเดิมออกไป

"พิรุณสะท้านฟ้า วายุพิโรธโลกา!"

สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์พุ่งเข้าใส่หัวหน้าปีศาจด้วยความเร็วที่เกินกว่าจะมองเห็น ร่างของมันถูกกลืนกินไปในแสงสว่างอันเจิดจ้า เสียงกรีดร้องสุดท้ายของมันขาดหายไปพร้อมกับเสียงฟ้าผ่า

เมื่อแสงสว่างจางหายไป ยอดเขาหินผาก็กลับสู่ความเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพายุที่ยังคงพัดผ่านไปอย่างแผ่วเบา พิรุณยืนอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางซากปรักหักพังของเหล่าปีศาจ

ดาบพิรุณในมือส่องประกายอ่อนลง แต่ความรู้สึกถึงพลังอันมหาศาลยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเขา เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มคลี่คลายจากม่านฝนมาเป็นแสงแดดอ่อนๆ

"นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น" พิรุณพึมพำกับตัวเอง "เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล... และยังมีผู้ที่รอข้าอยู่"

เขาหันหลังให้กับสมรภูมิที่เพิ่งจบลง และก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ของเขา โดยไม่รู้เลยว่าการต่อสู้ครั้งนี้ได้ปลุกบางสิ่งบางอย่างที่หลับใหลมานานให้ตื่นขึ้นมาแล้ว... บางสิ่งที่ไม่ใช่ปีศาจ หรือมนุษย์ แต่เป็นสิ่งที่มีอำนาจเหนือกว่านั้นเสียอีก


(สิ้นสุดตอนที่ 17)

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!