ดาบพิรุณไร้เทียมทาน

ตอนที่ 19 — พายุพิโรธ เทพวายุคืนชีพ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,054 คำ

ยอดเขาหินผา ณ สุดขอบฟ้า ยังคงท้าทายแรงโน้มถ่วง ดุจดังเสาหลักที่ค้ำจุนจักรวาล สายลมพายุโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้ง ราวกับเสียงคร่ำครวญของเหล่าเทพเจ้าที่กำลังพิโรธ ฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ‌ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างของพิรุณยืนเด่นสง่าราวกับภูผาที่ถูกหล่อหลอมจากสายฟ้าและสายลม ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีฟ้าเข้มดุจพายุที่กำลังจะคลั่ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแต้มไปด้วยหยาดน้ำฝนที่ไหลปะปนกับเหงื่อที่ซึมออกมาจากการปลดปล่อยพลังอันมหาศาล

ดาบพิรุณที่แนบอยู่ข้างกายส่องแสงเรืองรองราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะปรากฏขึ้นหลังม่านเมฆสีดำสนิท แสงนั้นไม่ใช่แสงอบอุ่น หากแต่เป็นแสงเย็นเยียบเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกสลาย เสียงกระแสลมที่เสียดสีกับคมดาบก่อเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวที่น่าเกรงขาม ยิ่งเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับภาพเบื้องหน้า

“พวกเจ้ายังคิดจะรุกคืบเข้ามาอีกหรือ” ​เสียงของพิรุณดังขึ้น แหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ยากจะปฏิเสธ ราวกับเสียงฟ้าร้องที่แผ่ก้องไปทั่วอาณาเขตของยอดเขาแห่งนี้

เบื้องล่างเบื้องหน้าของเขา เหล่าทหารเงาจำนวนนับพันกำลังกรูกันขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัวต่ออันตรายที่รายล้อม ร่างเงาเหล่านั้นคลุมร่างด้วยชุดสีดำสนิท มือถืออาวุธที่ส่องประกายวาวโรจน์ภายใต้แสงจันทร์ที่รอดผ่านม่านเมฆมาได้เพียงริบหรี่ ดวงตาของพวกมันว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ‍ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกควบคุมด้วยพลังอำนาจที่มองไม่เห็น

“อย่าหยุดยั้ง! จงกำจัดมันให้สิ้นซาก! ราชันย์เงาจะไม่มีวันพ่ายแพ้!” เสียงที่แหบแห้งแต่ดุดันดังมาจากเบื้องหลังของเหล่าทหารเงา ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจร้ายที่ปลุกเร้าให้เหล่าบริวารของตนกระหายเลือด

พิรุณไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด เขายกดาบพิรุณขึ้นเหนือศีรษะ ปล่อยให้กระแสลมอันบ้าคลั่งโอบล้อมร่างของเขาเป็นเกราะป้องกัน แสงสีฟ้าจากดาบสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ‌คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมจนแทบจะแสบตา

“สายฟ้าแห่งพิรุณ จงพิพากษาพวกมัน!”

เมื่อคำกล่าวจบลง พิรุณสะบัดดาบลงมาอย่างรวดเร็ว ดาบพุ่งลงไปในกลุ่มทหารเงา ทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าก็แตกกระจายเป็นสายฟ้าจำนวนมหาศาล ฟาดผ่าลงไปทั่วบริเวณราวกับอสรพิษสายฟ้าที่กำลังไล่ล่าเหยื่อ

เสียงกรีดร้องของทหารเงาดังระงมไปทั่ว ลำแสงสีฟ้าระเบิดออกเป็นวงกว้าง ‍ทหารเงาหลายร้อยชีวิตถูกสายฟ้าฟาดเข้าใส่ ร่างกายของพวกมันสลายกลายเป็นเถ้าถ่านทันทีที่ถูกพลังแห่งสายฟ้าสัมผัส กลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่วอากาศ

แต่เหล่านั้นยังไม่เพียงพอสำหรับพลังอันไร้ขีดจำกัดของพิรุณ เขาไม่ใช่แค่ชายหนุ่มธรรมดา แต่คือเทพวายุที่ถูกหล่อหลอมขึ้นใหม่ด้วยความแค้นและความเจ็บปวด

“ยังไม่พอ! ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็น พลังที่แท้จริงของ ‘พิรุณ’!”

เขาหมุนดาบพิรุณในมือเป็นวงกลมอย่างรวดเร็ว ​กระแสลมที่หมุนวนรอบตัวเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จนก่อเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อมที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ลมหมุนนั้นดึงดูดเอาเศษหินเศษดินที่กระจัดกระจายอยู่บนยอดเขาให้ลอยหมุนวนตามไปด้วย

“จงกลายเป็นส่วนหนึ่งของพายุของข้า!”

พิรุณเหวี่ยงดาบออกไปอีกครั้ง พายุหมุนขนาดย่อมก็พุ่งเข้าใส่เหล่าทหารเงาที่ยังเหลืออยู่ แรงหมุนของพายุกระชากร่างของพวกมันให้กระเด็นไปมา ก่อนจะถูกกระแสลมอันรุนแรงฉีกกระชากจนแหลกละเอียด

เสียงลมที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ดังราวกับเสียงหวีดหวิวของยมทูตที่กำลังเรียกวิญญาณ ​เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือน ราวกับเทพเจ้าแห่งสายฟ้ากำลังประทานอำนาจอันไร้ขีดจำกัดให้กับบุตรแห่งสายลม

“นี่มันอะไรกัน! เป็นไปไม่ได้!” เสียงของราชันย์เงาตะโกนด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว

เหล่าทหารเงาที่เหลืออยู่เริ่มแตกพ่าย แต่ก่อนที่พิรุณจะทันได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาอย่างรวดเร็ว ร่างนั้นสูงใหญ่กว่าทหารเงาทั่วไปนัก ห่อหุ้มด้วยชุดเกราะสีดำสนิทที่สลักลวดลายประหลาดเอาไว้ ​บนศีรษะสวมหมวกเหล็กที่ปิดบังใบหน้าไว้ทั้งหมด เหลือเพียงดวงตาที่เปล่งประกายสีแดงก่ำ

“เจ้าคือ ‘พิรุณ’ งั้นหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังออกมาจากภายใต้หมวกเหล็ก “สมแล้วที่เป็นผู้ที่ถูกเลือก ข้าไม่คาดคิดว่าเจ้าจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้”

“เจ้าเป็นใคร!” พิรุณถามเสียงดัง ท่ามกลางเสียงลมที่ยังคงปะทะกับร่างของเขา

“ข้าคือ ‘เงาอัสนี’ ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพเงา” ร่างนั้นกล่าว “ราชันย์เงาได้ส่งข้ามาเพื่อสังหารเจ้าโดยเฉพาะ”

“ราชันย์เงา… เจ้ามันก็แค่เบี้ยบนกระดานของมันเท่านั้น” พิรุณกล่าวเย้ยหยัน “ข้าจะกำจัดพวกเจ้าให้หมดสิ้น แล้วไปจัดการกับนายของเจ้าเอง”

“บังอาจนัก!” เงาอัสนีตะโกนด่าทอ ก่อนที่ร่างของมันจะพุ่งเข้ามาหาพิรุณด้วยความเร็วสูง “เจ้าจะเสียใจที่กล่าวดูหมิ่นข้า!”

เงาอัสนีชักดาบเล่มหนึ่งออกมา ดาบเล่มนั้นส่องประกายสีดำสนิทราวกับรัตติกาลที่กลืนกินแสงสว่างทุกอย่าง เมื่อปลายดาบสัมผัสกับอากาศ ก็เกิดเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกทรมาน

พิรุณตั้งรับด้วยดาบพิรุณ เขาปัดป้องการโจมตีของเงาอัสนีได้อย่างหวุดหวิด เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า รัศมีพลังที่มองเห็นได้ระเบิดออกจากการปะทะกัน

“พลังของเจ้าช่างน่าประทับใจ” เงาอัสนีกล่าว “แต่มันยังเทียบไม่ได้กับพลังแห่งความมืดที่ข้าครอบครอง”

เงาอัสนีรวบรวมพลังไว้ที่ดาบของมัน แสงสีดำสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเงาที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายอสรพิษขนาดใหญ่เลื้อยพันรอบตัวมัน

“นี่คือ ‘พิษอัสนี’! พลังที่สามารถกลืนกินทุกสรรพสิ่ง!”

เงาอัสนีฟันดาบออกไป พลังงานสีดำพุ่งตรงเข้าใส่พิรุณราวกับกระแสน้ำวนที่พร้อมจะดูดกลืนทุกอย่างให้จมดิ่งลงไป

พิรุณไม่ยอมแพ้ เขาเหวี่ยงดาบพิรุณขึ้นต้านทาน ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีฟ้าเจิดจ้าดุจสายฟ้าที่กำลังจะฟาดลงมา

“สายลมแห่งความบริสุทธิ์ จงชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งปวง!”

เมื่อดาบพิรุณสัมผัสกับพลังงานสีดำของเงาอัสนี เกิดการปะทะกันที่รุนแรงกว่าเดิม แสงสีฟ้าและสีดำปะทะกันอย่างดุเดือด ก่อเกิดเป็นคลื่นพลังที่แผ่กระจายออกไปจนทำให้ยอดเขาหินผาสั่นสะเทือน

“พลังของข้า…มัน…มันทำอะไรข้าไม่ได้!” เงาอัสนีตะโกนด้วยความประหลาดใจ

“เจ้าคิดว่าพลังแห่งความมืดจะเทียบกับพลังแห่งธรรมชาติได้หรือ” พิรุณกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ข้าคือ ‘เทพวายุ’ ผู้ที่ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระอีกครั้ง!”

เมื่อคำกล่าวของพิรุณสิ้นสุดลง ร่างกายของเขาก็พลันเปล่งประกายสีฟ้าเข้มดุจพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ แสงนั้นไม่ใช่แค่แสง แต่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่มองเห็นได้

“จงรับไป! ‘พายุพิโรธ’!”

พิรุณสะบัดดาบไปข้างหน้า พายุหมุนขนาดย่อมที่เคยอยู่รอบตัวเขาได้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นพายุหมุนขนาดมหึมาที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง พลังงานสายฟ้าสีฟ้าส่องประกายเจิดจ้าภายในพายุหมุนนั้น

พายุหมุนพุ่งเข้าใส่เงาอัสนีอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นเสียงคำรามกึกก้องของสายลมและสายฟ้า

เงาอัสนีพยายามที่จะต่อต้าน แต่แรงมหาศาลของพายุพิโรธได้ฉีกกระชากเกราะของมันออกไปทีละน้อย ร่างกายของเงาอัสนีถูกกระแสลมอันบ้าคลั่งบิดเบือนจนผิดรูป

“ไม่! เป็นไปไม่ได้! ข้า…ข้าคือเงาอัสนี!”

เสียงกรีดร้องของเงาอัสนีดังก้องไปทั่ว ก่อนที่ร่างของมันจะถูกพายุพิโรธกลืนกินจนหายไปในที่สุด เหลือเพียงเศษเสี้ยวของเกราะที่ร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง

“นี่คือจุดจบของพวกเจ้า” พิรุณกล่าว มองไปยังทหารเงาที่เหลืออยู่ซึ่งกำลังแตกหนีอย่างไม่คิดชีวิต

เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมีแสงสว่างรำไรลอดผ่านม่านเมฆออกมา ราวกับเป็นการต้อนรับการกลับมาของเทพวายุ

“เทพวายุ… นามเดิมของข้า” เขากล่าว พลางมองไปยังดาบพิรุณในมือ “ข้าจะใช้พลังนี้ เพื่อกอบกู้ทุกสิ่งกลับคืนมา”

แต่ก่อนที่พิรุณจะได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมด เขาก็รู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นมา

“นี่มัน… พลังอะไรกัน?” พิรุณขมวดคิ้ว

เบื้องล่างของยอดเขาหินผา ท่ามกลางกลุ่มเมฆหมอกที่หนาทึบ มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว พลังงานสีดำอันดำมืดแผ่ซ่านออกมาอย่างรวดเร็ว จนทำให้บรรยากาศรอบข้างหนาวเย็นลงอย่างฉับพลัน

“ไม่… เป็นไปไม่ได้… พลังของราชันย์เงา… มันกำลังตื่นขึ้น… เร็วกว่าที่คาดไว้!”

พิรุณรู้สึกได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา ยิ่งกว่านั้น เขายังรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านมาจากส่วนลึกของจิตใจ ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังพยายามจะดึงเขาให้จมดิ่งลงไปสู่ความมืดมิด

“ข้า… ข้าไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น!”

พิรุณกำดาบพิรุณในมือแน่น ดวงตาของเขากลับมาเปล่งประกายสีฟ้าอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่สายฟ้า แต่เป็นประกายแห่งความมุ่งมั่นที่จะปกป้องทุกสิ่ง

“บททดสอบที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง!”

ปลายทางของบทสนทนาในตอนนี้คือการที่พิรุณได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของเทพวายุออกมาและเอาชนะเงาอัสนีได้สำเร็จ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับพลังที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ซึ่งถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมาจากการต่อสู้ ทำให้ตอนต่อไปมีความน่าติดตามว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเมื่อราชันย์เงาตัวจริงปรากฏตัว หรือพลังที่ตื่นขึ้นมานั้นคืออะไรกันแน่.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดาบพิรุณไร้เทียมทาน

ดาบพิรุณไร้เทียมทาน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!