ตอนที่ 28 — มหาพายุพิโรธ เทพวายุคลั่ง
ดาบพิรุณไร้เทียมทาน · 30 ตอน
ยอดเขาหินผา ณ สุดขอบฟ้า ยังคงท้าทายแรงโน้มถ่วง ดุจดังเสาหลักที่ค้ำจุนจักรวาล สายลมพายุโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้ง ราวกับเสียงคร่ำครวญของเหล่าเทพเจ้าที่กำลังพิโรธ ฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ท่ามกลางมหาพายุที่บ้าคลั่ง พิรุณ หรือ เทพวายุ ในนามเดิม ยืนตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดนั้น ร่างกายถูกอาบไล้ด้วยละอองฝนเย็นเยียบ แต่ดวงตาของเขากลับลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความแค้นที่มิอาจดับมอด
ดาบพิรุณ ดาบในตำนานที่ถูกหล่อหลอมจากสายฟ้าและน้ำตาของพายุ ส่องประกายเจิดจ้าตัดกับม่านเมฆดำทะมึน สายลมกรีดร้องรอบกายเขา ดุจจะพยายามฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกสลาย แต่พิรุณหาได้หวั่นไหวไม่ เขากระชับด้ามดาบให้แน่นขึ้นอีก ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบประหนึ่งน้ำแข็ง แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังอันมหาศาล
เบื้องล่างของเขา ศัตรูผู้เหี้ยมโหด พลทหารพยัคฆ์ทมิฬ นับพันนาย ยืนเรียงรายราวกับฝูงอสรพิษร้าย พวกเขาคุกคามแผ่นดิน ย่ำยีผู้บริสุทธิ์ และที่สำคัญที่สุด พวกมันคือผู้ที่พรากทุกสิ่งไปจากชีวิตของเขา บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องชำระแค้น!
"เหล่ามารร้าย! พวกแกจะไม่มีวันได้เห็นรุ่งอรุณอีกต่อไป!" เสียงของพิรุณดังก้องราวกับฟ้าร้อง ผสมผสานกับเสียงลมที่คำราม เขายกดาบพิรุณขึ้นเหนือศีรษะ แสงสว่างจากดาบสว่างวาบจนแสบตา
"สายฟ้า จงสำแดงพลัง!"
ลำแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกจากปลายดาบ ดุจสายฟ้าฟาดที่ลงมาจากสวรรค์ มันแหวกผ่านม่านฝนและสายลม ชนเข้ากลางกลุ่มพลทหารพยัคฆ์ทมิฬทันที เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับภูเขาไฟระเบิด เศษหินเศษดินปลิวกระจายไปทั่ว แรงสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออก
พลทหารพยัคฆ์ทมิฬจำนวนมากถูกพลังสายฟ้าทำลายล้างจนแหลกลาญ บ้างก็ถูกไฟช็อตจนสิ้นใจ บ้างก็กระเด็นกระดอนไปไกลราวกับตุ๊กตาผ้า แต่ที่เหลือรอดก็มิได้หวาดกลัว พวกมันคำรามกึกก้อง พลันทะยานเข้าใส่พิรุณอย่างบ้าคลั่ง
"อย่าได้คิดว่าแค่นี้จะหยุดเราได้! มนุษย์กระจอก!" หนึ่งในนายกองของพยัคฆ์ทมิฬ ร่างกายกำยำราวกับหมีป่า ตะโกนก้อง สวมเกราะสีดำสนิทราวกับหลอมจากเงามืด
"มนุษย์กระจอกอย่างเจ้า คิดจะสู้กับเราผู้สืบทอดสายเลือดแห่งพยัคฆ์ทมิฬรึ!"
พิรุณแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน "เจ้ายังไม่รู้จักข้าดีพอหรอก..."
เขากระดิกนิ้วเล็กน้อย สายลมรอบกายพลันรุนแรงขึ้น จนดูเหมือนจะหมุนวนเป็นเกลียวขนาดมหึมา "สายลม จงโอบกอดข้า!"
ลมพายุหมุนวนรอบกายพิรุณ ก่อเป็นเกราะลมที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า มันปัดป้องหอกดาบของพวกทหารพยัคฆ์ทมิฬที่พุ่งเข้ามาอย่างง่ายดาย แล้วพลันพิรุณก็พุ่งทะยานลงมาจากยอดเขา ดุจดังเหยี่ยวที่โฉบเหยื่อ
"สายลมพายุ... จงแผดเผา!"
ดาบพิรุณถูกชูขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เปลวไฟสีฟ้าเข้มราวกับน้ำแข็ง ลุกโชนออกมาจากคมดาบ มันมิใช่เปลวไฟธรรมดา แต่เป็นเปลวไฟที่เกิดจากพลังงานของสายลมอันรุนแรง มันเย็นยะเยือกแต่กลับแผดเผาได้ถึงกระดูก
พิรุณเหวี่ยงดาบเป็นวงกว้าง เปลวไฟสายลมแผ่กระจายออกไป ปะทะเข้ากับเหล่าพลทหารพยัคฆ์ทมิฬ เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วหุบเขา ร่างกายของพวกมันถูกเผาไหม้จากความเย็นยะเยือกที่แผดเผา
"ไม่จริง! พลังนี้มันอะไรกัน!" นายกองพยัคฆ์ทมิฬตะโกนด้วยความหวาดกลัว เขาไม่เคยพบเจอพลังเช่นนี้มาก่อน
"พลังแห่งเทพวายุ! ผู้ที่เคยถูกเจ้าเหยียบย่ำ!" พิรุณตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่แฝงไว้ด้วยความปวดร้าว
เขาไม่ได้เป็นเพียงพิรุณ ผู้ที่ถูกทอดทิ้ง แต่เขาคือเทพวายุ ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยปกป้องสมดุลของสวรรค์และปฐพี แต่แล้วก็ถูกทรยศหักหลัง ถูกขับไล่ ไร้ซึ่งอำนาจ จนกระทั่งได้พบดาบพิรุณเล่มนี้ พลังที่ซ่อนเร้นภายในตัวเขากลับตื่นขึ้นอีกครั้ง
"เจ้ามันปีศาจ! ข้าจะสังหารเจ้า!" นายกองพยัคฆ์ทมิฬคำราม พลันเปลี่ยนร่างเป็นพยัคฆ์ทมิฬยักษ์ ขนสีดำสนิทราวกับราตรี ดวงตาสีแดงฉานดุจเลือด
"ฮึ่ม... ถึงเวลาที่สายเลือดแท้จริงของเจ้าจะปรากฏแล้วสินะ" พิรุณกล่าวเย้ยหยัน
เขากระโดดขึ้นไปบนอากาศอีกครั้ง พลางหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ดาบพิรุณถูกเหวี่ยงเป็นเกลียวหมุน ดึงดูดเอาสายลมและสายฟ้าทั้งหมดมารวมกัน
"มหาพายุ... พิรุณสังหาร!"
พลังทั้งหมดของพิรุณถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มกำลัง พายุขนาดมหึมาแผ่กระจายออกไปรอบกาย ดุจพายุหมุนในทะเลที่โหมกระหน่ำ มันฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกสลาย ก้อนหินขนาดใหญ่ถูกยกให้ลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วถูกบดขยี้จนละเอียด
พยัคฆ์ทมิฬยักษ์คำรามด้วยความเจ็บปวด มันพยายามต่อต้านพลังของพิรุณ แต่ก็ไร้ผล ร่างกายอันใหญ่โตของมันถูกกระแสลมอันรุนแรงพัดปลิวไปมา
"ไม่! ข้าจะไม่ยอมแพ้!"
แต่ถึงแม้จะตะโกนก้อง เสียงของมันก็ถูกกลืนหายไปในเสียงคำรามของมหาพายุ
พิรุณมองดูพยัคฆ์ทมิฬยักษ์ที่กำลังดิ้นรนดิ้นไปในพายุ ดวงตาของเขาฉายแววของความปวดร้าว ไม่ใช่ความปวดร้าวที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่เป็นความปวดร้าวจากอดีต ความทรงจำอันขมขื่นผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
ภาพของหมู่บ้านที่ถูกเผาทำลาย ภาพของครอบครัวที่ถูกสังหาร ภาพของใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของผู้ที่เคยเป็นสหาย
"ข้าเคยเชื่อในความยุติธรรม... ข้าเคยเชื่อในความดีงาม... แต่โลกนี้มันโหดร้ายเกินไป" เขาพึมพำกับตัวเอง
"ข้าจะสร้างโลกใหม่! โลกที่ไร้ซึ่งความโหดร้าย! โลกที่ไร้ซึ่งความอยุติธรรม!"
ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ พิรุณเหวี่ยงดาบพิรุณอีกครั้ง พลังทั้งหมดที่เขามีถูกรวบรวมไว้ที่ปลายดาบ
"พิรุณสังหาร!"
ลำแสงสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์พุ่งเข้าใส่พยัคฆ์ทมิฬยักษ์ มันทะลวงผ่านร่างอันใหญ่โตของมันอย่างง่ายดาย ร่างของพยัคฆ์ทมิฬสั่นสะท้าน ก่อนจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ กลายเป็นฝุ่นธุลีที่ปลิวไปตามสายลม
พลทหารพยัคฆ์ทมิฬที่เหลืออยู่ ต่างก็ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว พวกมันมองดูพิรุณด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"หมดกันแล้ว..." เสียงหนึ่งดังขึ้น
พิรุณยืนนิ่งอยู่บนยอดเขา ปล่อยให้สายลมและสายฟ้าค่อยๆ สงบลง ดาบพิรุณยังคงส่องประกาย แต่มันกลับดูเศร้าสร้อย ราวกับจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่อยู่ภายในใจของเขา
"นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น..." เขาพึมพำ
"สงครามนี้... จะยังไม่จบง่ายๆ..."
แสงแดดอ่อนๆ เริ่มส่องลอดผ่านม่านเมฆที่กำลังคลี่คลาย ทอประกายสีทองลงบนยอดเขาหินผา แต่เบื้องล่าง ยังคงมีศพของเหล่าพลทหารพยัคฆ์ทมิฬนอนเกลื่อนกลาด
พิรุณก้าวเดินไปข้างหน้า เขาจะต้องไปให้ถึงจุดหมายที่แท้จริง... ไปให้ถึงแก่นกลางของความมืดมิด ที่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของความชั่วร้ายทั้งหมด
แต่การเดินทางของเขายังคงอันตราย และศัตรูที่แท้จริง... กำลังรอคอยเขาอยู่...
ในเงามืด ณ ปลายขอบฟ้า เหล่าปีศาจที่ซ่อนเร้นอยู่ กำลังจับตามองเขา... และเตรียมพร้อมที่จะเปิดเผยตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวของพวกมัน...
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก