เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร

ตอนที่ 2 — ซอกหลืบแห่งความมืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,009 คำ

ฝนที่โปรยปรายลงมายังคงไม่หยุด ทอดยาวเป็นม่านบางๆ บดบังทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองหลวงแห่งนี้ให้ดูพร่ามัว กร้าวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้น้ำฝนเย็นเยียบรินไหลผ่านใบหน้าคมเข้ม ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังปากทางเข้าตรอกแคบๆ เบื้องหน้า แสงนีออนสีม่วงและสีแดงจากป้ายร้านค้าที่เปิดให้บริการจนดึกดื่นยังคงสาดส่องเข้ามา ‌แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับเป็นเงาปีศาจที่กำลังกระซิบเรียกให้ก้าวเข้าไป

"เข้าไปเลย สิวะ" เสียงพึมพำดังขึ้นในลำคอของกร้าว เขากำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นของเหล็กที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า มันคืออาวุธคู่ใจที่พร้อมจะปลดปล่อยความเดือดดาลออกมาได้ทุกเมื่อ

ความทรงจำบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในห้วงความคิด ภาพของรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของชายผู้นั้น ใบหน้าของคนที่ถูกพรากทุกสิ่งไปจากเขา ​มันคือแรงผลักดันที่ทำให้เขายืนอยู่ตรงนี้ ปลุกสัญชาตญาณนักล่าให้ตื่นขึ้น

"องค์กรอสูรเงา" นามนั้นเคยเป็นเพียงตำนานเล่าขานในโลกใต้ดิน แต่บัดนี้มันได้กลายเป็นความจริงอันโหดร้ายที่คืบคลานเข้ามาทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ และเป้าหมายของกร้าวคือการตามล่ากวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก

เขาก้าวเท้าเข้าไปในตรอกแคบๆ อย่างไม่ลังเล เสียงฝีเท้าของเขากระทบกับพื้นเปียกชื้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาที่ผุพัง กลิ่นอับชื้นของขยะและสิ่งปฏิกูลคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ‍ยิ่งเพิ่มความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจให้ทวีคูณ

สองข้างทางของตรอกเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่ทรุดโทรม หน้าต่างบางบานปิดตาย บางบานมีผ้าขี้ริ้วปิดกั้นเอาไว้ราวกับซ่อนความลับอันดำมืดเอาไว้ภายใน มีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากหลอดไฟที่ใกล้จะดับเป็นครั้งคราวเท่านั้น ที่ส่องสว่างให้เห็นเงาตะคุ่มของคนกำลังย่องไปมา

กร้าวก้มตัวลงเล็กน้อย ย่างเท้าอย่างระมัดระวัง สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ‌อย่างไม่หยุดนิ่ง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความแม่นยำและแฝงไว้ด้วยอันตราย

"ใครมันบังอาจเข้ามาในเขตของพวกข้า!" เสียงห้าวตะโกนดังขึ้นมาจากเงามืดด้านหน้า กร้าวยืนนิ่ง ไม่ได้ตอบรับเพียงแต่ยิ้มมุมปาก

ร่างสองร่างปรากฏตัวขึ้นจากความมืด พวกมันสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคาดหน้าอย่างมิดชิด ‍มือข้างหนึ่งถือมีดสั้นที่สะท้อนแสงไฟอย่างเยือกเย็น

"พวกแกเป็นใคร" เสียงหนึ่งถามขึ้นอีกครั้ง

กร้าวไม่ตอบ เขาเพียงแต่เดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว

"พวกแกน่ะแหละ เป็นใคร?" กร้าวเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกร้าว

"บังอาจนัก! จงตายเสียเถอะ!" ​ชายคนหนึ่งตะโกนพร้อมกับพุ่งเข้าใส่กร้าวด้วยมีดสั้น

กร้าวกระโดดหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว หลบคมมีดที่เฉี่ยวผ่านอากาศไปเพียงเส้นยาแดง สัญชาตญาณการต่อสู้ของเขาทำงานอย่างเต็มที่ เขาไม่รอช้า คว้าแขนของชายคนนั้นเอาไว้ก่อนจะหมุนตัวเหวี่ยงอย่างแรง ส่งร่างของมันกระแทกเข้ากับกำแพงอิฐอย่างจัง

"อุ๊ก!" เสียงครืดคราดดังขึ้น ชายคนนั้นเซถอยหลัง ​ใบหน้าเหยเกเพราะความเจ็บปวด

อีกคนหนึ่งไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่กร้าวจากด้านหลัง หวังจะใช้มีดสังหาร

แต่กร้าวดั่งใจได้ทุกการเคลื่อนไหว เขากระโดดหมุนตัวกลางอากาศอย่างพลิ้วไหว และในขณะที่ร่างกำลังลอยอยู่เหนือพื้น เขาก็ใช้เท้าเตะเข้าที่ลำคอของชายคนที่สองอย่างจัง

"เพี๊ยะ!" เสียงเตะดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงร่างที่ร่วงลงไปกองกับพื้น

ชายคนแรกที่เพิ่งจะทรงตัวได้ ​เห็นเพื่อนร่วมแก๊งถูกจัดการอย่างรวดเร็วก็ตะลึงไปชั่วขณะ กร้าวไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาพุ่งเข้าไปคว้ามีดสั้นในมือของอีกฝ่าย ก่อนจะใช้สันมีดกระแทกเข้าที่ขมับของมันอย่างแรง

"ซ่า!" เสียงมีดกระทบเนื้อดังขึ้น ชายคนนั้นทรุดลงไปกองกับพื้นทันที

กร้าวเก็บมีดสั้นไว้ในมืออย่างรวดเร็ว เขาปัดน้ำฝนที่ไหลลงมาจากใบหน้า ก่อนจะหันกลับไปมองยังปากทางเข้าตรอกด้านใน

"แค่นี้เองรึ?" กร้าวพึมพำกับตัวเอง

เขาก้าวเดินต่อไปในตรอกที่มืดกว่าเดิม ยิ่งลึกเข้าไป ความรู้สึกกดดันยิ่งทวีคูณ ราวกับมีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องเขาอยู่

"อ้าวนี่ไง คนที่จะมาเยี่ยมพวกเรา" เสียงแหบแห้งดังขึ้นมาจากเงามืดอีกครั้ง

คราวนี้ปรากฏตัวขึ้นมาถึงสามคน พวกมันมีท่าทีน่าเกรงขามกว่าสองคนแรกอย่างเห็นได้ชัด หนึ่งในนั้นสวมชุดสีดำเข้มกว่าคนอื่น และที่คอของมันมีรอยสักรูปอสูรสีดำที่กำลังอ้าปากกว้าง

"แกเป็นใครกันแน่" ชายคนที่มีรอยสักที่คอถามขึ้น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง

"คนที่กำลังจะมาเก็บพวกแก" กร้าวตอบเสียงเรียบ

"ฮ่าฮ่าฮ่า! กล้าหาญดีนี่! แต่ความกล้าหาญไม่สามารถซื้อชีวิตแกได้หรอก!" ชายคนนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

"พวกเราคือองค์กรอสูรเงา! พวกแกไม่ควรมายุ่งกับพวกเรา!" อีกคนหนึ่งตะโกนขู่

กร้าวไม่สนใจ เขาเพียงแต่ก้าวเท้าไปข้างหน้าเรื่อยๆ ราวกับว่าคนพวกนี้ไม่มีตัวตน

"อย่ามาบังอาจ!" ชายสวมชุดสีดำเข้มร้องขึ้น ก่อนจะชักดาบเล่มหนึ่งออกมา มันเป็นดาบยาวที่ดูน่ากลัวสะท้อนแสงไฟอย่างเยือกเย็น

"ถึงเวลาต้องสั่งสอนแล้ว!"

ทันใดนั้น การต่อสู้ก็ระเบิดขึ้น!

ชายสวมชุดสีดำเข้มพุ่งเข้าใส่กร้าวอย่างรวดเร็ว ดาบยาวฟาดฟันลงมาอย่างหวังจะตัดร่างของกร้าวออกเป็นสองท่อน

แต่กร้าวกระโดดหลบไปด้านข้างอย่างพลิ้วไหว หลบคมดาบที่เฉี่ยวผ่านอากาศไปอย่างหวุดหวิด เขาใช้มีดสั้นที่ได้มาจากพวกก่อนหน้า ฟันสวนกลับไปที่สีข้างของชายคนนั้น

"ฉัวะ!" เสียงคมมีดกรีดเนื้อดังขึ้น ชายคนนั้นร้องด้วยความเจ็บปวด เซถอยหลังไป

อีกสองคนไม่รอช้า พุ่งเข้ามาประชิดกร้าวจากสองด้าน ชายคนหนึ่งใช้ท่อนไม้ที่พันด้วยลวดคมเป็นอาวุธ ส่วนอีกคนใช้กรงเล็บเหล็กที่ติดอยู่ที่ปลายมือ

กร้าวพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากขึ้น เขาต้องรับมือกับศัตรูถึงสามคนพร้อมกัน

เขาหลบการโจมตีจากกรงเล็บเหล็กอย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้ไหล่กระแทกเข้าที่สีข้างของชายผู้ถือท่อนไม้ ส่งร่างของมันกระเด็นไปชนกับกำแพง

"อั้ก!"

ในขณะเดียวกัน ดาบยาวก็ฟาดฟันเข้ามาอีกครั้ง กร้าวหมุนตัวหลบ ก่อนจะใช้สันมีดปัดดาบออกไปอย่างแรง

"ปัง!" เสียงดาบกระทบกันดังสนั่น

กร้าวใช้จังหวะที่ชายสวมชุดสีดำเข้มเสียหลัก พุ่งเข้าไปประชิดตัว ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้องของมันอย่างแรง

"อึ่ก!"

ชายสวมชุดสีดำเข้มตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ กร้าวไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาใช้มืออีกข้างคว้าแขนของมันไว้ ก่อนจะหมุนตัวเหวี่ยงไปชนกับพวกของมันที่กำลังตั้งหลัก

"โครม!" เสียงร่างหลายร่างกระแทกกันดังสนั่น

กร้าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาเห็นว่าพวกมันเริ่มเสียเปรียบ เขาจึงเร่งการโจมตีให้หนักหน่วงขึ้น

เขากระโดดขึ้นไปบนกำแพงเตี้ยๆ ที่อยู่ข้างทาง ก่อนจะกระโดดลงมากลางวงของพวกมัน โดยใช้มีดสั้นฟาดฟันลงไปอย่างรวดเร็ว

"ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!"

เสียงร้องครวญครางดังระงมไปทั่วทั้งตรอก

กร้าวต่อสู้ด้วยความดุดันและแม่นยำ เขาเคลื่อนไหวราวกับพายุหมุน ปล่อยอาวุธของเขาออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง

ชายผู้ถือท่อนไม้ถูกกร้าวใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต

ชายผู้ใช้กรงเล็บเหล็กถูกกร้าวคว้าแขนข้างที่มีกรงเล็บ ก่อนจะบิดแขนของมันอย่างแรงจนกระดูกหัก

"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น

สุดท้าย กร้าวเผชิญหน้ากับชายสวมชุดสีดำเข้มอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้บาดเจ็บสาหัส

"แก...แกมันปีศาจ!" ชายสวมชุดสีดำเข้มพึมพำด้วยความหวาดกลัว

"ฉันไม่ใช่ปีศาจ...แต่ฉันคือคนที่กำลังจะไปบดขยี้พวกแกให้แหลกลาญ" กร้าวกล่าวพร้อมกับยกมีดสั้นขึ้น

ก่อนที่กร้าวจะได้ลงมือ ชายสวมชุดสีดำเข้มก็ชักระเบิดควันออกมาจากเสื้อผ้า แล้วขว้างมันลงบนพื้น

"ฟุ่บ!" ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว บดบังทัศนวิสัยทั้งหมด

กร้าวชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าพวกมันจะมีแผนสำรอง

"แกหนีไปไหนไม่รอดหรอก!" กร้าวตะโกน

แต่เสียงตอบรับของเขา มีเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบพื้นและเสียงลมที่พัดหวีดหวิว

เมื่อควันจางลง กร้าวพบว่าตัวเองยืนอยู่เพียงลำพังในตรอกที่เปียกโชกไปด้วยเลือดและซากศพ

"ปล่อยให้หนีไปได้" กร้าวพึมพำด้วยความหงุดหงิด

เขาหันกลับไปมองยังปลายตรอกที่มืดมิดกว่าเดิม ราวกับมีประตูสู่โลกอีกใบเปิดรออยู่

"ไม่เป็นไร...สักวันหนึ่ง ฉันจะตามไปจนเจอ"

กร้าวกำหมัดแน่นอีกครั้ง ดวงตาของเขาสาดประกายแห่งความมุ่งมั่น เขาเดินออกจากตรอกไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของการต่อสู้ที่ดุเดือด

แสงไฟนีออนจากร้านค้าข้างนอกสว่างไสว แต่ในใจของกร้าวยังคงมีเงามืดขององค์กรอสูรเงาครอบงำอยู่

เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตราย

และเป้าหมายอันดับต่อไป คือการล้วงลึกเข้าไปในฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงา...สถานที่ที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืดและอันตรายยิ่งกว่าที่เขาเคยเจอมา

เขาจะทำสำเร็จหรือไม่? หรือว่านี่จะเป็นจุดจบของเขา?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!