ฝนที่โปรยปรายลงมายังคงไม่หยุด ทอดยาวเป็นม่านบางๆ บดบังทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองหลวงแห่งนี้ให้ดูพร่ามัว กร้าวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้น้ำฝนเย็นเยียบรินไหลผ่านใบหน้าคมเข้ม ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังปากทางเข้าตรอกแคบๆ เบื้องหน้า แสงนีออนสีม่วงและสีแดงจากป้ายร้านค้าที่เปิดให้บริการจนดึกดื่นยังคงสาดส่องเข้ามา แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับเป็นเงาปีศาจที่กำลังกระซิบเรียกให้ก้าวเข้าไป
"เข้าไปเลย สิวะ" เสียงพึมพำดังขึ้นในลำคอของกร้าว เขากำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นของเหล็กที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า มันคืออาวุธคู่ใจที่พร้อมจะปลดปล่อยความเดือดดาลออกมาได้ทุกเมื่อ
ความทรงจำบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในห้วงความคิด ภาพของรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของชายผู้นั้น ใบหน้าของคนที่ถูกพรากทุกสิ่งไปจากเขา มันคือแรงผลักดันที่ทำให้เขายืนอยู่ตรงนี้ ปลุกสัญชาตญาณนักล่าให้ตื่นขึ้น
"องค์กรอสูรเงา" นามนั้นเคยเป็นเพียงตำนานเล่าขานในโลกใต้ดิน แต่บัดนี้มันได้กลายเป็นความจริงอันโหดร้ายที่คืบคลานเข้ามาทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ และเป้าหมายของกร้าวคือการตามล่ากวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก
เขาก้าวเท้าเข้าไปในตรอกแคบๆ อย่างไม่ลังเล เสียงฝีเท้าของเขากระทบกับพื้นเปียกชื้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาที่ผุพัง กลิ่นอับชื้นของขยะและสิ่งปฏิกูลคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ยิ่งเพิ่มความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจให้ทวีคูณ
สองข้างทางของตรอกเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่ทรุดโทรม หน้าต่างบางบานปิดตาย บางบานมีผ้าขี้ริ้วปิดกั้นเอาไว้ราวกับซ่อนความลับอันดำมืดเอาไว้ภายใน มีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากหลอดไฟที่ใกล้จะดับเป็นครั้งคราวเท่านั้น ที่ส่องสว่างให้เห็นเงาตะคุ่มของคนกำลังย่องไปมา
กร้าวก้มตัวลงเล็กน้อย ย่างเท้าอย่างระมัดระวัง สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความแม่นยำและแฝงไว้ด้วยอันตราย
"ใครมันบังอาจเข้ามาในเขตของพวกข้า!" เสียงห้าวตะโกนดังขึ้นมาจากเงามืดด้านหน้า กร้าวยืนนิ่ง ไม่ได้ตอบรับเพียงแต่ยิ้มมุมปาก
ร่างสองร่างปรากฏตัวขึ้นจากความมืด พวกมันสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคาดหน้าอย่างมิดชิด มือข้างหนึ่งถือมีดสั้นที่สะท้อนแสงไฟอย่างเยือกเย็น
"พวกแกเป็นใคร" เสียงหนึ่งถามขึ้นอีกครั้ง
กร้าวไม่ตอบ เขาเพียงแต่เดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว
"พวกแกน่ะแหละ เป็นใคร?" กร้าวเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความกร้าว
"บังอาจนัก! จงตายเสียเถอะ!" ชายคนหนึ่งตะโกนพร้อมกับพุ่งเข้าใส่กร้าวด้วยมีดสั้น
กร้าวกระโดดหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว หลบคมมีดที่เฉี่ยวผ่านอากาศไปเพียงเส้นยาแดง สัญชาตญาณการต่อสู้ของเขาทำงานอย่างเต็มที่ เขาไม่รอช้า คว้าแขนของชายคนนั้นเอาไว้ก่อนจะหมุนตัวเหวี่ยงอย่างแรง ส่งร่างของมันกระแทกเข้ากับกำแพงอิฐอย่างจัง
"อุ๊ก!" เสียงครืดคราดดังขึ้น ชายคนนั้นเซถอยหลัง ใบหน้าเหยเกเพราะความเจ็บปวด
อีกคนหนึ่งไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่กร้าวจากด้านหลัง หวังจะใช้มีดสังหาร
แต่กร้าวดั่งใจได้ทุกการเคลื่อนไหว เขากระโดดหมุนตัวกลางอากาศอย่างพลิ้วไหว และในขณะที่ร่างกำลังลอยอยู่เหนือพื้น เขาก็ใช้เท้าเตะเข้าที่ลำคอของชายคนที่สองอย่างจัง
"เพี๊ยะ!" เสียงเตะดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงร่างที่ร่วงลงไปกองกับพื้น
ชายคนแรกที่เพิ่งจะทรงตัวได้ เห็นเพื่อนร่วมแก๊งถูกจัดการอย่างรวดเร็วก็ตะลึงไปชั่วขณะ กร้าวไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาพุ่งเข้าไปคว้ามีดสั้นในมือของอีกฝ่าย ก่อนจะใช้สันมีดกระแทกเข้าที่ขมับของมันอย่างแรง
"ซ่า!" เสียงมีดกระทบเนื้อดังขึ้น ชายคนนั้นทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
กร้าวเก็บมีดสั้นไว้ในมืออย่างรวดเร็ว เขาปัดน้ำฝนที่ไหลลงมาจากใบหน้า ก่อนจะหันกลับไปมองยังปากทางเข้าตรอกด้านใน
"แค่นี้เองรึ?" กร้าวพึมพำกับตัวเอง
เขาก้าวเดินต่อไปในตรอกที่มืดกว่าเดิม ยิ่งลึกเข้าไป ความรู้สึกกดดันยิ่งทวีคูณ ราวกับมีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องเขาอยู่
"อ้าวนี่ไง คนที่จะมาเยี่ยมพวกเรา" เสียงแหบแห้งดังขึ้นมาจากเงามืดอีกครั้ง
คราวนี้ปรากฏตัวขึ้นมาถึงสามคน พวกมันมีท่าทีน่าเกรงขามกว่าสองคนแรกอย่างเห็นได้ชัด หนึ่งในนั้นสวมชุดสีดำเข้มกว่าคนอื่น และที่คอของมันมีรอยสักรูปอสูรสีดำที่กำลังอ้าปากกว้าง
"แกเป็นใครกันแน่" ชายคนที่มีรอยสักที่คอถามขึ้น เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
"คนที่กำลังจะมาเก็บพวกแก" กร้าวตอบเสียงเรียบ
"ฮ่าฮ่าฮ่า! กล้าหาญดีนี่! แต่ความกล้าหาญไม่สามารถซื้อชีวิตแกได้หรอก!" ชายคนนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"พวกเราคือองค์กรอสูรเงา! พวกแกไม่ควรมายุ่งกับพวกเรา!" อีกคนหนึ่งตะโกนขู่
กร้าวไม่สนใจ เขาเพียงแต่ก้าวเท้าไปข้างหน้าเรื่อยๆ ราวกับว่าคนพวกนี้ไม่มีตัวตน
"อย่ามาบังอาจ!" ชายสวมชุดสีดำเข้มร้องขึ้น ก่อนจะชักดาบเล่มหนึ่งออกมา มันเป็นดาบยาวที่ดูน่ากลัวสะท้อนแสงไฟอย่างเยือกเย็น
"ถึงเวลาต้องสั่งสอนแล้ว!"
ทันใดนั้น การต่อสู้ก็ระเบิดขึ้น!
ชายสวมชุดสีดำเข้มพุ่งเข้าใส่กร้าวอย่างรวดเร็ว ดาบยาวฟาดฟันลงมาอย่างหวังจะตัดร่างของกร้าวออกเป็นสองท่อน
แต่กร้าวกระโดดหลบไปด้านข้างอย่างพลิ้วไหว หลบคมดาบที่เฉี่ยวผ่านอากาศไปอย่างหวุดหวิด เขาใช้มีดสั้นที่ได้มาจากพวกก่อนหน้า ฟันสวนกลับไปที่สีข้างของชายคนนั้น
"ฉัวะ!" เสียงคมมีดกรีดเนื้อดังขึ้น ชายคนนั้นร้องด้วยความเจ็บปวด เซถอยหลังไป
อีกสองคนไม่รอช้า พุ่งเข้ามาประชิดกร้าวจากสองด้าน ชายคนหนึ่งใช้ท่อนไม้ที่พันด้วยลวดคมเป็นอาวุธ ส่วนอีกคนใช้กรงเล็บเหล็กที่ติดอยู่ที่ปลายมือ
กร้าวพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากขึ้น เขาต้องรับมือกับศัตรูถึงสามคนพร้อมกัน
เขาหลบการโจมตีจากกรงเล็บเหล็กอย่างหวุดหวิด ก่อนจะใช้ไหล่กระแทกเข้าที่สีข้างของชายผู้ถือท่อนไม้ ส่งร่างของมันกระเด็นไปชนกับกำแพง
"อั้ก!"
ในขณะเดียวกัน ดาบยาวก็ฟาดฟันเข้ามาอีกครั้ง กร้าวหมุนตัวหลบ ก่อนจะใช้สันมีดปัดดาบออกไปอย่างแรง
"ปัง!" เสียงดาบกระทบกันดังสนั่น
กร้าวใช้จังหวะที่ชายสวมชุดสีดำเข้มเสียหลัก พุ่งเข้าไปประชิดตัว ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้องของมันอย่างแรง
"อึ่ก!"
ชายสวมชุดสีดำเข้มตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ กร้าวไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาใช้มืออีกข้างคว้าแขนของมันไว้ ก่อนจะหมุนตัวเหวี่ยงไปชนกับพวกของมันที่กำลังตั้งหลัก
"โครม!" เสียงร่างหลายร่างกระแทกกันดังสนั่น
กร้าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาเห็นว่าพวกมันเริ่มเสียเปรียบ เขาจึงเร่งการโจมตีให้หนักหน่วงขึ้น
เขากระโดดขึ้นไปบนกำแพงเตี้ยๆ ที่อยู่ข้างทาง ก่อนจะกระโดดลงมากลางวงของพวกมัน โดยใช้มีดสั้นฟาดฟันลงไปอย่างรวดเร็ว
"ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!"
เสียงร้องครวญครางดังระงมไปทั่วทั้งตรอก
กร้าวต่อสู้ด้วยความดุดันและแม่นยำ เขาเคลื่อนไหวราวกับพายุหมุน ปล่อยอาวุธของเขาออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
ชายผู้ถือท่อนไม้ถูกกร้าวใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต
ชายผู้ใช้กรงเล็บเหล็กถูกกร้าวคว้าแขนข้างที่มีกรงเล็บ ก่อนจะบิดแขนของมันอย่างแรงจนกระดูกหัก
"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น
สุดท้าย กร้าวเผชิญหน้ากับชายสวมชุดสีดำเข้มอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้บาดเจ็บสาหัส
"แก...แกมันปีศาจ!" ชายสวมชุดสีดำเข้มพึมพำด้วยความหวาดกลัว
"ฉันไม่ใช่ปีศาจ...แต่ฉันคือคนที่กำลังจะไปบดขยี้พวกแกให้แหลกลาญ" กร้าวกล่าวพร้อมกับยกมีดสั้นขึ้น
ก่อนที่กร้าวจะได้ลงมือ ชายสวมชุดสีดำเข้มก็ชักระเบิดควันออกมาจากเสื้อผ้า แล้วขว้างมันลงบนพื้น
"ฟุ่บ!" ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว บดบังทัศนวิสัยทั้งหมด
กร้าวชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าพวกมันจะมีแผนสำรอง
"แกหนีไปไหนไม่รอดหรอก!" กร้าวตะโกน
แต่เสียงตอบรับของเขา มีเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบพื้นและเสียงลมที่พัดหวีดหวิว
เมื่อควันจางลง กร้าวพบว่าตัวเองยืนอยู่เพียงลำพังในตรอกที่เปียกโชกไปด้วยเลือดและซากศพ
"ปล่อยให้หนีไปได้" กร้าวพึมพำด้วยความหงุดหงิด
เขาหันกลับไปมองยังปลายตรอกที่มืดมิดกว่าเดิม ราวกับมีประตูสู่โลกอีกใบเปิดรออยู่
"ไม่เป็นไร...สักวันหนึ่ง ฉันจะตามไปจนเจอ"
กร้าวกำหมัดแน่นอีกครั้ง ดวงตาของเขาสาดประกายแห่งความมุ่งมั่น เขาเดินออกจากตรอกไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของการต่อสู้ที่ดุเดือด
แสงไฟนีออนจากร้านค้าข้างนอกสว่างไสว แต่ในใจของกร้าวยังคงมีเงามืดขององค์กรอสูรเงาครอบงำอยู่
เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตราย
และเป้าหมายอันดับต่อไป คือการล้วงลึกเข้าไปในฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงา...สถานที่ที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืดและอันตรายยิ่งกว่าที่เขาเคยเจอมา
เขาจะทำสำเร็จหรือไม่? หรือว่านี่จะเป็นจุดจบของเขา?

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก