สายฝนที่โปรยปรายมาไม่ขาดสาย ยิ่งขับเน้นบรรยากาศอันอึมครึมของตรอกแคบแห่งนี้ให้ดูราวกับปากปล่องนรก กร้าวยืนนิ่ง ดื่มด่ำกับกลิ่นอายอันชวนคลื่นเหียนของเลือดสดและความตายที่คละคลุ้งในอากาศ กลิ่นคาวฉุนที่ปกติจะทำให้คนทั่วไปขยะแขยง กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้น ดวงตาคมกริบของกร้าวสาดส่องไปทั่ว ราวกับมีลำแสงอินฟราเรดที่มองทะลุความมืดและความเปียกชื้นของคืนนี้ได้
เมื่อครู่ก่อน เขากำจัดกลุ่มนักฆ่าชุดดำที่พยายามจะเข้ามาขวางทางได้สำเร็จ แต่เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เป็นเพียงหยดน้ำแรกในพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ องค์กรอสูรเงาไม่ได้มีลูกสมุนเพียงแค่นี้ พวกมันคือฝูงไฮยีน่าที่พร้อมจะรุมทึ้งทุกย่างก้าวของเขา และยิ่งเขาบุกเข้าไปลึกเท่าไหร่กับดักก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
"ยังอีกหรือไร..." กร้าวพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าของเขาถูกกลืนกินไปกับเสียงคร่ำครวญของสายฝน เขาก้าวเท้าอย่างระมัดระวัง เหยียบย่ำลงบนร่างของนักฆ่าที่นอนกองอยู่เบื้องหน้า สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของโลหะที่เสียบทะลุร่างกายของพวกมัน นี่คือฝีมือของใครกันแน่? ดาบ หรือมีดสั้น? ท่าทางการสังหารดูประณีตและรวดเร็ว แสดงถึงความเชี่ยวชาญที่เหนือกว่านักฆ่าระดับล่างทั่วไป
เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวปราดเปรียวออกมาจากเงามืดของอาคารที่ทรุดโทรม มันคือชายหนุ่มในชุดสีเข้มที่กลมกลืนไปกับความมืด ผมสีดำสนิทปรกหน้า ดวงตาคู่หนึ่งที่สุกสกาวราวกับอัญมณีสีอำพันมองตรงมาที่กร้าว ใบหน้าของเขาคมคาย แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาที่ยากจะเข้าถึง
"แก...เข้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร" เสียงของชายหนุ่มกังวานเย็นเยียบ ราวกับน้ำแข็งที่ถูกบดละเอียด
กร้าวยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ข้าไม่ได้เข้ามา ข้าเดินเข้ามา"
"คำพูดอันน่าขัน" ชายหนุ่มกล่าวเยาะ "ที่นี่คือเขตหวงห้ามของอสูรเงา ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเหยียบย่างเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต"
"แล้วข้าเป็นใครเล่า" กร้าวถามกลับ แววตาฉายประกายท้าทาย "ข้าอาจเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญก็ได้"
"แขกที่ไม่ได้รับเชิญ...จะต้องถูกเชิญออกไปอย่างถาวร" ชายหนุ่มกล่าว พร้อมชักดาบยาวที่ปลายดาบแหลมคมประดุจเขี้ยวออกมา แสงจันทร์ที่ลอดผ่านม่านเมฆสาดส่องลงมากระทบกับคมดาบ เป็นประกายราวกับเปลวเพลิงสีเงิน
"เช่นนั้นหรือ" กร้าวผ่อนลมหายใจยาว "ข้าก็อยากเห็นเหลือเกิน ว่าใครกันแน่ที่จะถูกเชิญออกไปก่อน"
ทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่กร้าวด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ดาบในมือฟาดฟันเป็นเส้นตรงอย่างแม่นยำ กร้าวเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด สัมผัสได้ถึงลมเย็นวาบที่เฉียดผ่านใบหน้า
"เร็วเสียจริง" กร้าวกล่าว พลางชักมีดสั้นคู่ใจที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อออกมา มีดสั้นเล่มหนึ่งมีด้ามจับสีดำสนิทอีกเล่มหนึ่งมีด้ามจับสีขาวราวกับกระดูก
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายแลกหมัด แลกอาวุธกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วตรอกแคบๆ ชายหนุ่มมีฝีมือการต่อสู้ที่น่าทึ่ง ท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาไหลลื่นราวกับงู แต่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง กร้าวมิได้ด้อยไปกว่า เขาใช้ทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธ ทั้งหมัด เท้า ศอก เข่า การโจมตีของกร้าวเปรียบเสมือนพายุที่ถาโถมเข้าใส่ ไม่มีช่องว่างให้คู่ต่อสู้ได้ตั้งตัว
"เจ้า...ไม่ใช่พวกเดียวกับพวกนั้น" ชายหนุ่มกล่าวหอบเล็กน้อย ขณะพยายามปัดป้องการโจมตีของกร้าว "พวกนั้น...มันอ่อนแอเกินไป"
"ข้าไม่ได้มาในนามของใคร" กร้าวตอบกลับ "ข้ามาตามหาบางอย่าง"
"บางอย่าง?" ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ "ในตรอกแห่งความตายนี้ หาใช่ที่สำหรับค้นหาสิ่งใด แต่เป็นที่สำหรับดับสูญ"
"แล้วเจ้าล่ะ" กร้าวสวนกลับ "เจ้าเป็นใครกันแน่? นักฆ่าที่ฝึกฝนมาอย่างดี? หรือเป็นแค่หมากตัวหนึ่งของอสูรเงา?"
"คำถามมากมายเกินไป" ชายหนุ่มกล่าว ดวงตาอำพันฉายแววเดือดดาล "ขอเพียงเจ้าจงหลับใหลไปเสีย แล้วทุกอย่างก็จะจบลง"
การต่อสู้ทวีความรุนแรงขึ้น กลิ่นคาวเลือดในตรอกเริ่มเจือจางลง กลายเป็นกลิ่นอายของพลังงานที่ปะทุออกมาจากร่างของทั้งสองฝ่าย ชายหนุ่มเริ่มใช้ท่าพิเศษที่รวดเร็วกว่าเดิม คล้ายกับการหายตัวไปในพริบตา แล้วปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในมุมที่คาดไม่ถึง กร้าวยังคงตั้งรับอย่างมั่นคง เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในท่าทางการต่อสู้ของชายหนุ่ม
"พลังงาน...สีดำ" กร้าวพึมพำ "เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา"
"เจ้าก็เช่นกัน" ชายหนุ่มตอบกลับ "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเจ้า...พลังที่น่ากลัว"
พลันชายหนุ่มก็ใช้ท่าไม้ตาย เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ปลายดาบในมือกลายเป็นวงแหวนสีดำที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง กร้าวเห็นเช่นนั้นก็รู้ว่านี่คือจุดอันตราย เขาตัดสินใจเสี่ยง
"ได้เวลาจบเรื่องเสียที!" กร้าวตะโกนสุดเสียง เขาทิ้งมีดสั้นเล่มหนึ่งลงพื้น พุ่งเข้าปะทะกับวงแหวนพลังงานสีดำนั้นโดยตรง
"บ้าไปแล้ว!" ชายหนุ่มอุทานด้วยความตกใจ
แต่กร้าวมิได้สนใจ เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีผลักดันเข้าใส่ แม้จะรู้สึกถึงความร้อนที่แผดเผาผิวหนัง และแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะบดขยี้เขา แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
"นี่คือสิ่งที่ข้าตามหา..." กร้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "พลังที่แท้จริง!"
เขาปล่อยพลังบางอย่างออกมาจากร่างของตนเอง พลังนั้นมีสีแดงเข้มราวกับเลือด กำลังต่อสู้กับพลังสีดำของชายหนุ่ม
เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง แสงสีแดงและสีดำปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่นพลังงานที่ซัดกระเด็นทุกสิ่งในตรอกให้ลอยละลิ่วไป กร้าวถูกซัดกระเด็นไปติดกับผนังอาคาร แต่เขาก็ยังคงมีสติ
เมื่อควันจางลง กร้าวเห็นร่างของชายหนุ่มทรุดตัวลงกับพื้น ดาบในมือหลุดร่วงลงไป ดวงตาอำพันที่เคยสุกสกาวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเจ็บปวด
"เป็นไปไม่ได้..." ชายหนุ่มพึมพำ "พลังของเจ้า...มันมาจากที่ใดกันแน่?"
กร้าวยันกายลุกขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลเล็กน้อย แต่ดวงตาฉายแววแห่งชัยชนะ "ข้าบอกเจ้าแล้ว...ว่าข้ามาตามหาบางอย่าง"
เขาเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่กำลังอ่อนแรง "บอกข้ามา...ที่ตั้งของฐานทัพลับของอสูรเงาอยู่ที่ไหน?"
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองกร้าว แววตาเต็มไปด้วยความแค้น "ต่อให้ข้าบอก...เจ้าก็ไม่มีวันเข้าถึงได้"
"เช่นนั้นรึ?" กร้าวเอ่ยถาม "ถ้าอย่างนั้น...ข้าก็ต้องบังคับเอง"
ทันใดนั้นเอง เสียงไซเรนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเมืองหลวง ภาพแสงไฟสีแดงและสีน้ำเงินสว่างวาบเข้ามาจากปากตรอก
"แย่แล้ว!" ชายหนุ่มอุทาน "พวกเจ้า...ทำเรื่องใหญ่เกินไปแล้ว"
กร้าวหันไปมองต้นเสียง เขาเห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากกำลังวิ่งกรูกันเข้ามา พร้อมอาวุธปืนครบมือ "พวกมัน...มาเร็วกว่าที่คิด"
"ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปแล้ว" กร้าวกล่าวกับชายหนุ่มที่ยังคงทรุดตัวอยู่บนพื้น "แต่ข้าจะกลับมา...เพื่อหาคำตอบที่ข้าต้องการ"
เขากระโดดขึ้นไปบนหลังคาของอาคารที่อยู่สูงที่สุดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหายลับไปกับความมืดมิดของคืนนั้น
ชายหนุ่มมองตามร่างของกร้าวที่หายไป ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เขารู้ดีว่าการปรากฏตัวของกร้าวครั้งนี้ จะนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่ให้กับองค์กรอสูรเงาอย่างแน่นอน
ส่วนกร้าว ขณะที่เขากำลังเคลื่อนที่ไปบนหลังคาอย่างรวดเร็ว เขาก็ได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังขึ้น เป็นการรายงานถึงภัยอันตรายที่กำลังคุกคามเมืองหลวง ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับองค์กรอสูรเงา
"เป้าหมายของข้า...ใช่เพียงแค่หาคำตอบเท่านั้น" กร้าวคิดในใจ "แต่เป็นการกำจัดภัยอันตรายนี้ให้สิ้นซาก"
เขาเหลือบมองไปยังทิศทางที่เขาเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของฐานทัพลับ ยิ่งเขาดำดิ่งลงไปในโลกใต้เงามืดของเมืองหลวงนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตระหนักได้ว่า ความลับอันดำมืดขององค์กรอสูรเงานั้น ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด
การผจญภัยของกร้าวยังอีกยาวไกล และอันตรายที่รอเขาอยู่เบื้องหน้านั้น ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก...

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก