กลิ่นคาวฉุนที่ปกคลุมตรอกแคบแห่งนี้ ชวนให้กร้าวแทบอาเจียน มันคือกลิ่นอายของความโหดร้ายที่เล็ดลอดออกมาจากภายในองค์กรอสูรเงา ไม่ใช่เพียงกลิ่นเลือด แต่เป็นกลิ่นของความสิ้นหวังและความป่าเถื่อนที่ถูกปลุกขึ้นมา กร้าวสูดลมหายใจลึก ปอดของเขาเต็มไปด้วยอากาศเย็นชื้น แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงไออุ่นแห่งความเดือดดาลที่คุกรุ่นอยู่ภายใน
เขาก้าวเท้าเข้าสู่ตรอกนั้นอย่างเชื่องช้า ร่มเงาของตึกสูงระฟ้าบดบังแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ทำให้บรรยากาศยิ่งมืดมิดและน่าหวาดหวั่น ความเงียบสงัดปกคลุมอยู่รอบกาย มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงตกกระทบพื้นคอนกรีต และเสียงลมที่พัดหวีดหวิวลอดผ่านช่องว่างระหว่างอาคาร
"ออกมาซะ" เสียงทุ้มแหบพร่าของกร้าวถูกเปล่งออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ก็ทรงพลังพอที่จะทะลวงความเงียบงันนั้นเข้าไป
เงาบางๆ ขยับไหวที่ปลายสุดของตรอก ดวงตาของกร้าวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาเห็นร่างของคนกลุ่มหนึ่งยืนซุ่มอยู่ สวมชุดสีดำสนิท ปกปิดใบหน้าจนแทบมองไม่เห็น ดวงตาของพวกมันเป็นประกายสีแดงเรื่อ ราวกับดวงตาของอสูรกายที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
"รู้ตัวแล้วสินะว่าจะต้องมาเจอกับอะไร" เสียงหนึ่งดังขึ้น มันเป็นเสียงเย็นชา ไร้ซึ่งอารมณ์ ราวกับมาจากที่ไหนสักแห่งที่ห่างไกล
"พวกแกคงไม่ใช่แค่ยามเฝ้าประตู" กร้าวตอบกลับพร้อมกับก้าวเท้าต่อไป สองมือของเขากำแน่น กล้ามเนื้อแขนที่เคยผ่อนคลายกลับเกร็งตัวเตรียมพร้อม
"เราคือมือขององค์กรอสูรเงา ผู้ที่รับใช้ความมืด และกำจัดผู้ที่หลงผิด" เสียงนั้นยังคงดังต่อเนื่อง
ทันใดนั้น ร่างของกลุ่มคนชุดดำก็พุ่งเข้าใส่กร้าวพร้อมกัน ราวกับผีเสื้อราตรีที่โผบินออกจากรัง ความเร็วของพวกมันน่าตกใจ แต่กร้าวก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เขาย่อตัวหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะสวนกลับด้วยศอกอันทรงพลังเข้าที่ใบหน้าของหนึ่งในกลุ่ม
เสียงกระดูกกระทบกันดังขึ้น ร่างนั้นเซถอยหลังไปอย่างแรง แต่ก็ยังไม่ล้มลง กลุ่มที่เหลือก็รุมเข้าล้อมกร้าวอีกครั้ง การโจมตีของพวกมันประสานงานกันอย่างดี ราวกับมีผู้สั่งการเพียงคนเดียว
กร้าวพลิ้วตัวหลบหลีกหมัดและเท้าที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ ชนเข้ากับผนังกำแพงเพื่อส่งแรงส่ง หรือใช้ท่อระบายน้ำที่ผุพังเป็นที่กำบัง เขาไม่ต้องการเปิดเผยความสามารถทั้งหมดของตนเองในตอนนี้ แต่การต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตายนี้ก็ทำให้เขาต้องใช้พลังบางส่วนออกมา
"พวกแกฝึกมาดี" กร้าวกล่าวขณะหลบลูกเตะที่พุ่งสูงมายังใบหน้า "แต่ยังขาดจิตวิญญาณ"
การโจมตีของกร้าวรุนแรงและแม่นยำ เขากระแทกเข้าที่จุดตายของคู่ต่อสู้ ทำให้พวกมันเสียหลัก หรือไม่ก็หมดสติไปในที่สุด แต่จำนวนของพวกมันก็ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อมีคนล้มลง ก็จะมีคนอื่นเข้ามาแทนที่ทันที
"จิตวิญญาณคือสิ่งที่ทำให้เราแข็งแกร่ง" เสียงเย็นชานั้นดังขึ้นอีกครั้ง "ไม่ใช่ความบ้าคลั่งแบบที่แกมี"
"ความบ้าคลั่งของข้าคือความหวังของผู้อื่น" กร้าวตอบโต้ ขณะที่เขาใช้หลังมือปัดป้องหมัดที่พุ่งเข้ามา แล้วยกเข่ากระทุ้งเข้าที่กลางลำตัวของศัตรู
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงร้องโหยหวน เสียงลมหายใจที่หอบหนัก และเสียงกระทบกันของร่างกายดังระงมไปทั่วตรอกแคบๆ ฝนที่ยังคงตกหนักช่วยบดบังภาพความโหดร้ายที่เกิดขึ้น ทำให้มันดูราวกับฝันร้ายที่ไม่มีวันสิ้นสุด
กร้าวเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าบ้างแล้ว แต่เขายังคงมุ่งมั่น เขาต้องผ่านพวกนี้ไปให้ได้ เพื่อไปให้ถึงเบื้องหลังขององค์กรอสูรเงา
"แกกำลังทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ฟังดูใกล้เข้ามา "ไม่มีใครสามารถต่อกรกับองค์กรของเราได้"
ทันใดนั้น ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่ปลายสุดของตรอก เขาไม่ได้สวมชุดสีดำเหมือนกับคนอื่นๆ แต่สวมเสื้อคลุมสีเข้มที่ดูสง่างาม ดวงตาของเขาเป็นสีม่วงเข้ม ราวกับอัญมณีที่ส่องประกายในความมืด ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม
"ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด" ชายผู้นั้นกล่าว "และแก... ยังไม่แข็งแกร่งพอ"
"แกเป็นใคร" กร้าวถามพลางชะงักเท้า
"ข้าคือ เงามายา ผู้บัญชาการระดับสูงขององค์กรอสูรเงา" ชายผู้นั้นตอบ "และข้าจะกำจัดแกให้สิ้นซาก"
ทันทีที่พูดจบ เงามายาก็ยื่นมือออกไปข้างหน้า ฝ่ามือของเขาเปล่งประกายสีม่วงเข้ม ราวกับมีพลังงานบางอย่างรวมตัวอยู่
"แกคิดว่าแกมีพลังแค่นั้นหรือ" กร้าวหัวเราะเบาๆ "ข้าจะแสดงให้แกเห็น พลังที่แท้จริงเป็นอย่างไร"
กร้าวกระโดดขึ้นไปบนกำแพงของตรอกอย่างรวดเร็ว เขาใช้กรงเล็บที่ซ่อนอยู่ในมือของเขาเกี่ยวเข้ากับอิฐกำแพง แล้วไต่ขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว
"ความเร็วของแกน่าประทับใจ" เงามายากล่าว "แต่ก็ยังไม่พอ"
เงามายาโบกมือไปมา พลังงานสีม่วงเข้มก็พุ่งเข้าใส่กร้าวอย่างรวดเร็ว กร้าวพลิ้วตัวหลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด พลังงานนั้นพุ่งชนกำแพงด้านหลังเขา ทำให้กำแพงเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่
"แกหลบได้ แต่ก็ไม่สามารถหลบได้ตลอดไป" เงามายากล่าว
กร้าวกระโดดลงมาจากกำแพง แล้วพุ่งเข้าใส่เงามายาอย่างรวดเร็ว เขาต้องการจัดการกับตัวหัวหน้านี้ให้ได้ก่อน
แต่ก่อนที่กร้าวจะเข้าถึงตัว เงามายาก็ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ร่างของกร้าวก็ถูกพลังงานสีม่วงเข้มกระแทกจนกระเด็นไปติดกับกำแพงอีกด้านของตรอก
"อั๊ก!" กร้าวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ซี่โครงของเขารู้สึกราวกับจะแตกออก
"แกยังไม่เข้าใจอีกหรือ" เงามายาเดินเข้ามาใกล้ "พลังของข้าคือการควบคุมเงา และเงา... คือทุกสิ่ง"
ทันใดนั้น เงามายาก็ยกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ เงาที่อยู่รอบตัวกร้าวก็เริ่มขยับไหว ราวกับมีชีวิต มันบิดเบี้ยวและยืดยาวออกไปพันธนาการร่างของกร้าวไว้แน่น
"ปล่อยข้า!" กร้าวพยายามดิ้นรน แต่เงาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
"ยอมแพ้ซะเถอะ" เงามายากล่าว "แกไม่มีทางหลุดพ้นไปได้"
แต่กร้าวยังไม่ยอมแพ้ เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มี แล้วตะโกนเสียงดัง "แกคิดว่าแกควบคุมทุกอย่างได้งั้นหรือ!"
ทันใดนั้น ดวงตาของกร้าวก็เปล่งประกายสีแดงเพลิงออกมา ราวกับเป็นดวงตาของอสูรที่ถูกปลุกขึ้นมา พลังงานสีแดงเข้มก็แผ่กระจายออกมาจากร่างของเขา ฉีกกระชากเงาที่พันธนาการเขาไว้จนขาดสะบั้น
"เป็นไปไม่ได้!" เงามายาร้องออกมาด้วยความตกใจ
"แกยังไม่เห็นพลังที่แท้จริงของข้า" กร้าวกล่าวพลางยืดตัวขึ้นเต็มความสูง "นี่คือพลังของ 'นัยน์ตาอสูร'!"
เงามายาจ้องมองกร้าวด้วยความไม่เชื่อ ดวงตาของเขามีประกายสีแดงฉาน ที่แฝงไปด้วยความเดือดดาลและความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันยอมแพ้
"แก... แกเป็นใครกันแน่?" เงามายากล่าวอย่างตะกุกตะกัก
"ข้าคือ กร้าว" กร้าวตอบ "และข้าจะทำลายองค์กรอสูรเงาให้สิ้นซาก!"
การเผชิญหน้าอันดุเดือดเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น การเปิดเผยพลังอันน่าสะพรึงกลัวของกร้าว ทำให้เงามายาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่คาดคิด ศึกครั้งนี้จะจบลงเช่นไร และกร้าวจะสามารถฝ่าด่านต่อไปเพื่อเข้าสู่ฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงาได้หรือไม่...
[โปรดติดตามตอนต่อไป]

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก