สายฝนยังคงโปรยปรายไม่หยุดหย่อน ราวกับจะชำระล้างความโสมมที่เคลือบคลุมทั่วเมืองหลวงแห่งนี้ให้จางหายไป แต่สำหรับกร้าว หยาดน้ำฝนเย็นเยียบที่อาบไล้ใบหน้าคมเข้มกลับยิ่งกระตุ้นให้เลือดในกายสูบฉีด เขาแทบไม่ได้ยินเสียงฝนอีกต่อไป มีเพียงเสียงของหัวใจที่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกับภาพเหตุการณ์ที่ประทับตราอยู่ในห้วงความคิด กลิ่นคาวฉุนที่เขาได้สัมผัสในตรอกแคบเมื่อครู่ มันไม่ใช่เพียงกลิ่นเลือดสด แต่คือกลิ่นอายของความป่าเถื่อนและความโหดร้ายที่แผ่ออกมาจากใจกลางขององค์กรอสูรเงา
"อสูรเงา..." กร้าวพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ เสียงแหบพร่าจนแทบจับใจความไม่ได้ เขากำหมัดแน่นจนข้อกระดูกขาวซีด สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่คุกรุ่นอยู่ภายใน รอยแผลเป็นที่เคยได้รับการรักษาอย่างดี บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนถูกกรีดซ้ำอีกครั้ง ความทรงจำอันเลวร้ายที่เคยพยายามจะกลบฝังไว้ กำลังจะผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ภาพของบุรุษชุดดำหลายสิบชีวิตที่พุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกันในตรอกแคบยังคงชัดเจน ราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่เดียว ฝีมือของพวกมันร้ายกาจ ท่ามกลางสายฝนที่บดบังทัศนวิสัย แต่กร้าวกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในทุกการเคลื่อนไหวของพวกมัน รวดเร็วเกินไป ดุดันเกินไป ราวกับไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ธรรมดา
"พวกมันไม่ใช่คน..." ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวของเขา เขาเคยเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่เหนือธรรมชาติมาบ้าง แต่ไม่เคยสัมผัสได้ถึงความอันตรายที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจนเท่านี้มาก่อน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาก็ดึงกร้าวออกจากภวังค์ เขายืดตัวตรง ปรับสายตาให้คุ้นเคยกับความมืด ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สาดส่องเป็นหย่อมๆ จากตึกสูงรอบด้าน ร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปลายตรอก ร่างเงาสูงโปร่ง ผอมบาง สวมชุดสีดำสนิทที่กลืนไปกับความมืดมิด
"นายน่าจะไปได้แล้วนะ..." เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเย็นชาเอ่ยขึ้น ราวกับรู้ว่ากร้าวอยู่ที่นี่มานานแล้ว "ที่นี่ไม่เหมาะกับคนนอก"
กร้าวยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เขาไม่เคยกลัวคำขู่ และยิ่งไม่กลัวเมื่อมันมาจากเงาที่มองไม่เห็นตัวตน "ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องการไปไหนมาไหนตามที่คนอื่นบอก"
ร่างเงาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นเยียบเย็นยิ่งกว่าสายฝน "หึ... ความดื้อรั้นของนายเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ก็อันตราย"
"อันตราย?" กร้าวเลิกคิ้ว "สำหรับใคร?"
"สำหรับนายเอง" ร่างเงาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย แสงไฟสะท้อนประกายบางอย่างในดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวกฮู้ด "พวกเรา... อสูรเงา... ไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามในอาณาเขตของเรา"
"อสูรเงา..." กร้าวทวนคำนั้นอีกครั้ง ครั้งนี้เขาตั้งใจฟังทุกรายละเอียดในน้ำเสียงของอีกฝ่าย "พวกนายคือคนที่อยู่ในตรอกนั่นสินะ?"
"คำตอบนั้นไม่สำคัญ" ร่างเงาตอบ "สิ่งสำคัญคือ นายได้เห็นสิ่งที่นายไม่ควรมองเห็น ได้ยินในสิ่งที่ไม่ควรมองได้ยิน"
"แล้วถ้าฉันอยากเห็นล่ะ?" กร้าวท้าทาย เขาไม่อาจถอยหลังได้อีกต่อไป เมื่อสัมผัสได้ถึงร่องรอยของความจริงที่อาจปลดปล่อยเขาออกจากวังวนแห่งความแค้นนี้
"ถ้าอย่างนั้น... นายก็จะต้องรับผลของการกระทำนั้น" ร่างเงาว่าพลางชักมีดสั้นเล่มบางออกมาจากแขนเสื้อ มีดสั้นนั้นสะท้อนแสงวูบวาบในความมืด "ถึงแม้ว่านายจะแข็งแกร่ง... หรืออาจจะแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเราคาดไว้... แต่ก็ไม่มีใครสามารถยืนหยัดอยู่ได้นานพอ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังที่แท้จริงของอสูรเงา"
กร้าวไม่ตอบ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกก้าว ปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดที่อัดอั้นอยู่ในอกออกมา การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อหาคำตอบอีกต่อไป แต่มันคือการท้าทายชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้
"ฉันไม่กลัว" กร้าวประกาศกร้าว เสียงของเขาสั่นสะท้านด้วยความมุ่งมั่น "ฉันจะไขความจริงให้ได้... ไม่ว่ามันจะแลกมาด้วยอะไรก็ตาม"
ร่างเงาเงียบไปชั่วขณะ ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ แต่แล้วเขาก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "ดี... งั้นเรามาดูกันว่า ความมุ่งมั่นของนายจะพาไปได้ไกลแค่ไหน"
ทันใดนั้น ร่างเงาก็พุ่งเข้าใส่กร้าวด้วยความเร็วสูง กร้าวตั้งรับทันควัน เขาหลบคมมีดที่สาดเข้ามาอย่างฉิวเฉียด เสียงมีดปะทะกับบางสิ่งที่แข็งแกร่งดังขึ้น พร้อมกับประกายไฟที่แลบแปลบ
นี่ไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดา ฝีมือของร่างเงาร้ายกาจอย่างเหลือเชื่อ เขามีความคล่องแคล่วว่องไวราวกับเงาจริงๆ การโจมตีของเขาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เปิดช่องว่างให้กร้าวได้หายใจ ทุกครั้งที่กร้าวพยายามสวนกลับ ร่างเงานั้นก็สามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย ราวกับรู้ล่วงหน้าถึงทุกการเคลื่อนไหว
"นายแข็งแกร่งจริงๆ" ร่างเงากล่าวพลางปัดป้องการโจมตีของกร้าว "แต่แข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับพวกเราทั้งหมดได้หรือไม่... นั่นคืออีกเรื่องหนึ่ง"
เมื่อพูดจบ ร่างเงาก็ส่งสัญญาณบางอย่าง ทันใดนั้น เงาที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืดรอบด้านก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันคือบุรุษชุดดำที่กร้าวเคยพบเจอในตรอกเมื่อครู่ จำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกร้าวรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา
"พวกแก... แอบซ่อนตัวอยู่ตลอดเวลาสินะ" กร้าวกัดฟัน พยายามควบคุมสติและประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
"เงาคือบ้านของเรา" ร่างเงาที่อยู่ตรงหน้าตอบ "และเราจะปกป้องบ้านของเรา... ด้วยทุกวิถีทาง"
การต่อสู้ที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นแล้ว กร้าวต้องเผชิญหน้ากับเหล่านักรบเงาที่ปรากฏตัวออกมาจากทุกทิศทุกทาง พวกมันมีทักษะการต่อสู้ที่น่าทึ่ง และดูเหมือนจะมีความสามารถพิเศษบางอย่างที่ทำให้พวกมันแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในความมืด
กร้าวใช้ความรวดเร็วและกำลังที่เหนือกว่าของเขาปะทะเข้ากับพวกมัน เขาเหวี่ยงหมัด เหวี่ยงเท้า โจมตีอย่างดุดัน พยายามสร้างช่องว่างให้กับตัวเอง แต่พวกมันก็ยังคงพุ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ขณะที่กร้าวกำลังต่อสู้กับเหล่านักรบเงา ร่างเงาคนแรกที่ปรากฏตัวขึ้น ก็ยืนมองดูอยู่ห่างๆ อย่างสงบนิ่ง ดวงตาของมันจับจ้องไปที่กร้าวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"นาย... เป็นของใครกันแน่?" ร่างเงาคนแรกเอ่ยถามออกมาเบาๆ ท่ามกลางเสียงต่อสู้ที่ดังอื้ออึง "ทำไมถึงได้พยายามจะค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้..."
กร้าวได้ยินคำถามนั้น แต่เขาไม่มีเวลาพอที่จะตอบ เขาต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่อันตรายนี้ให้ได้ก่อน
พลัน! เสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้นมาจากภายในอาคารแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่กร้าวกำลังต่อสู้ เสียงคำรามนั้นเต็มไปด้วยพลังอำนาจและความโกรธแค้น ราวกับมันคือเสียงของอสูรร้ายที่กำลังปลุกขึ้นมา
เหล่านักรบเงาที่กำลังต่อสู้กับกร้าว ชะงักไปครู่หนึ่ง พวกมันหันไปมองต้นเสียงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"นั่นมัน... เสียงของใคร?" กร้าวถามขึ้น ด้วยความสงสัย
ร่างเงาคนแรกที่ยืนอยู่ห่างๆ สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด "ไม่ใช่... ไม่น่าจะใช่..."
"อะไร?" กร้าวเร่งถาม
"ไม่มีใคร... ไม่มีใครสามารถปลุกมันขึ้นมาได้... เว้นเสียแต่ว่า..." ร่างเงาไม่ตอบคำถามของกร้าว แต่กลับหันไปมองที่ประตูทางเข้าอาคารขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงา
ประตูบานนั้นทำจากโลหะสีดำสนิท ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม บัดนี้ มันกำลังสั่นสะเทือนเล็กน้อย ราวกับมีแรงมหาศาลพยายามจะทุบทำลายมันจากภายใน
"นั่นมันอะไรกันแน่?" กร้าวถามอย่างร้อนรน
"มันคือ... อสูรที่แท้จริง..." ร่างเงาตอบเสียงสั่น "พลังที่น่าสะพรึงกลัว... ที่พวกเราพยายามกักขังไว้..."
ทันใดนั้น ประตูบานนั้นก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง เศษโลหะกระเด็นไปทั่วราวกับใบมีดที่แหลมคม กร้าวและเหล่านักรบเงาต้องรีบกระโดดถอยหลังเพื่อหลบหลีก
ร่างใหญ่โตมโหฬาร ร่างกายสีดำทะมึนราวกับหมึก มีรูปร่างที่ผิดเพี้ยนไปจากมนุษย์อย่างสิ้นเชิง ปรากฏออกมาจากภายในอาคารนั้น มันมีดวงตาสีแดงฉานสองดวงที่เปล่งประกายแห่งความกระหายเลือด ดวงตาคู่นั้นเหมือนจะกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว
"อสูร..." กร้าวอุทานด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นอะไรที่น่ากลัวและทรงพลังเท่านี้มาก่อน
"มัน... มันหลุดออกมาแล้ว!" ร่างเงาคนแรกอุทานด้วยความหวาดกลัว
อสูรร้ายตัวนั้นส่งเสียงคำรามกึกก้องอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ทุกย่างก้าวของมันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ร่างกายของมันเต็มไปด้วยพละกำลังที่เหลือเชื่อ
"ถอยไป!" ร่างเงาคนแรกตะโกนบอกกร้าว "นายต้องรีบไปจากที่นี่! มันอันตรายเกินไป!"
แต่กร้าวยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่อสูรร้ายตัวนั้น สิ่งที่เขาต้องการค้นหากำลังจะปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาแล้ว
"ไม่..." กร้าวตอบ "ฉันจะไปไหน... ถ้าความจริงทั้งหมดอยู่ที่นี่"
เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับอสูรร้ายตัวนั้นอีกครั้ง แม้จะรู้ว่ามันอันตรายเพียงใด แต่สัญชาตญาณและความมุ่งมั่นที่อยู่ในตัวกร้าว กลับผลักดันให้เขาต้องเผชิญหน้ากับมัน
"นี่มัน... จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกันแน่?" กร้าวคิดในใจ ขณะที่อสูรร้ายกำลังพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
"ใคร... เป็นคนปลุกมันขึ้นมา?"
"แล้ว... ความเกี่ยวข้องของ 'นัยน์ตาอสูร' กับเรื่องนี้คืออะไร?"
คำถามมากมายถาโถมเข้ามาในหัวของกร้าว ขณะที่เขาเตรียมพร้อมรับมือกับการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต...
(จบตอนที่ 5)

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก