หยาดฝนเย็นเยียบยังคงโปรยปราย ซัดกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ราวกับจะโอบกอดเมืองหลวงแห่งนี้ด้วยความเย็นเยียบ กร้าวเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนที่สาดส่องมาจากตึกสูงระฟ้า กลิ่นคาวเลือดที่เจือจางลงตามสายฝนไม่ได้ทำให้ความเดือดพล่านในอกสงบลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าที่หลับใหลในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่
การต่อสู้เมื่อครู่จบลงแล้ว แต่ไม่ใช่ชัยชนะที่แท้จริง ร่างของนักฆ่าจากองค์กรอสูรเงากระจัดกระจายเกลื่อนถนน ราวกับตุ๊กตาที่ถูกทิ้งขว้าง ความเงียบที่กลับคืนมานั้นน่าขนลุกยิ่งกว่าเสียงปืน เสียงดาบ หรือเสียงกรีดร้องใดๆ กร้าวทรุดตัวลงคุกเข่าข้างศพของ "เงาชาด" ชายในชุดสีดำสนิทที่มีผ้าพันคอสีชาดประดับอยู่ที่คอ ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากรูปสัตว์ร้าย แต่ดวงตาที่โผล่พ้นออกมานั้นสะท้อนแววตาของความคลั่งแค้น
"แก... แกคือใครกันแน่!" เสียงแหบแห้งลอดออกมาจากลำคอของเงาชาดที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ
กร้าวไม่ตอบ เขาเพียงก้มลงมองใบหน้าที่เริ่มซีดเซียวของอีกฝ่าย ปลายดาบคาตานะที่เปื้อนเลือดยังคงจ่ออยู่ที่ลำคอ "บอกมาว่าองค์กรอสูรเงาต้องการอะไรกันแน่" เสียงของเขาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เงาชาดหัวเราะเบาๆ อย่างอ่อนแรง "เจ้า... เจ้าไม่เข้าใจ... เราไม่ได้ต้องการเพียงอำนาจ... เราต้องการ... ความสมดุล... ความสมดุลที่ถูกทำลาย..."
"ความสมดุลที่ถูกทำลาย? โดยใคร?" กร้าวเอ่ยถาม พลางก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ แสงไฟนีออนสะท้อนบนหน้าปัด บอกเวลาที่กำลังล่วงเลยไป เขาต้องรีบหาข้อมูล ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
"โดย... ผู้ที่... ครอบครอง... นัยน์ตา... อสูร..." คำพูดของเงาชาดขาดห้วงไปพร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย ดวงตาที่เคยเปล่งประกายด้วยความแค้นพลันเลื่อนลอย ก่อนจะปิดสนิทลงไปตลอดกาล
"นัยน์ตาอสูร..." กร้าวกระซิบคำนั้นเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณที่เกิดเหตุ ไม่มีใครอื่นนอกจากเขาและร่างไร้วิญญาณเหล่านั้น เขาจำต้องปลีกตัวออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด ก่อนที่ตำรวจหรือหน่วยงานอื่นจะเข้ามาถึง
เขาจัดการกับหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงมาถึงตัวเขาได้อย่างรวดเร็ว ด้วยทักษะที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก ไม่นานนักร่างของกร้าวก็หายลับไปในความมืดของตรอกเล็กๆ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย
กลางดึกสงัด ณ อาคารร้างแห่งหนึ่งใจกลางเมืองหลวง ที่ซึ่งความมืดคือเพื่อนแท้ และเสียงฝนคือบทเพลงขับกล่อม กร้าวซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของห้องโถงกว้าง เงามืดทาบทับร่างกายของเขาจนแทบจะกลืนไปกับผนัง กำแพงที่เคยเป็นสีขาวสะอาด บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบสนิม ราวกับเป็นพยานของการต่อสู้ที่ดุเดือดครั้งแล้วครั้งเล่า
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หน้าจอแสดงภาพของ "ลดา" หญิงสาวที่เขาต้องปกป้อง เธอเป็นคนเดียวที่เขามีในโลกใบนี้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเข้ามาพัวพันกับองค์กรอสูรเงา กร้าวนึกถึงใบหน้าหวานที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของเธอ หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย "ลดา... รอฉันก่อนนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย กร้าวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดรับ
"สวัสดี" เสียงของเขาเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความระแวดระวัง
"กร้าว... นี่ฉันเอง" เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากปลายสาย "ฉันเป็นห่วงคุณเหลือเกิน"
"ลดา..." กร้าวรู้สึกผ่อนคลายลงทันทีที่ได้ยินเสียงของเธอ "ฉันไม่เป็นไร เธออยู่ไหน? ปลอดภัยดีนะ"
"ฉันอยู่กับท่านปู่ค่ะ ท่านปู่บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ" เสียงของลดาฟังดูเคร่งเครียดกว่าปกติ
"เรื่องสำคัญ?" กร้าวขมวดคิ้ว
"ใช่ค่ะ เกี่ยวกับองค์กรอสูรเงา... และ... นัยน์ตาอสูร"
กร้าวชะงัก เขาเพิ่งจะได้ยินคำนี้จากเงาชาดเมื่อไม่นานมานี้ "นัยน์ตาอสูร? คืออะไรกันแน่?"
"ฉันไม่แน่ใจค่ะ แต่ท่านปู่บอกว่ามันเป็นสิ่งที่มีพลังอำนาจมหาศาล และองค์กรอสูรเงากำลังตามหามันอยู่"
"แล้วท่านปู่ของเธอรู้ได้ยังไง?"
"ท่านเคยเป็นสมาชิกขององค์กรนี้มาก่อนค่ะ แต่ท่านถอนตัวออกมานานแล้ว ท่านรู้เรื่องราวภายในเป็นอย่างดี"
"ฉันต้องไปหาพวกเธอเดี๋ยวนี้" กร้าวตัดสินใจ เขาไม่สามารถปล่อยให้ลดาตกอยู่ในอันตรายได้อีกต่อไป
"ค่ะ รีบมานะคะ ฉัน... ฉันกลัว" เสียงของลดาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
หลังจากวางสาย กร้าวก็รีบจัดการธุระของตัวเอง เขาต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "นัยน์ตาอสูร" และแผนการขององค์กรอสูรเงา ก่อนที่จะเข้าไปพบกับลดาและท่านปู่ของเธอ
เขาเดินทางไปยังห้องเก็บข้อมูลลับที่ซ่อนอยู่ใต้ดินของอาคารร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการชั่วคราวของเขา ที่นี่เต็มไปด้วยเอกสาร แผนที่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย กร้าวเปิดคอมพิวเตอร์ และเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ "องค์กรอสูรเงา" และ "นัยน์ตาอสูร"
หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างวาบขึ้น แสดงภาพของสัญลักษณ์โบราณที่ดูน่าสะพรึงกลัว เป็นรูปดวงตาที่ล้อมรอบด้วยเขี้ยวแหลมคม "นี่คือสัญลักษณ์ขององค์กรอสูรเงา..." กร้าวพึมพำ
เขาเจาะลึกเข้าไปในฐานข้อมูลลับขององค์กรลับระดับโลกบางแห่ง และในที่สุด เขาก็พบข้อมูลที่เขาต้องการ
"นัยน์ตาอสูร... ไม่ใช่สิ่งของ... แต่เป็น... พลัง... พลังที่สถิตอยู่ในตัวมนุษย์บางคน..." กร้าวอ่านข้อมูลด้วยความตกตะลึง
ตามข้อมูลที่เขาพบ "นัยน์ตาอสูร" คือพลังลึกลับที่สืบทอดกันมาในสายเลือด มันสามารถมอบพลังอำนาจเหนือมนุษย์ให้กับผู้ครอบครอง ทั้งพลังกาย พลังจิต และความสามารถในการควบคุมสิ่งต่างๆ ได้อย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีด้านมืดที่สามารถกลืนกินจิตใจของผู้ครอบครองได้ ทำให้กลายเป็นอสูรไร้สติ
ข้อมูลระบุว่า องค์กรอสูรเงา กำลังตามหามนุษย์ที่มีสายเลือดของ "นัยน์ตาอสูร" เพื่อนำพลังนั้นมาใช้ในการครอบครองโลก และเป้าหมายของพวกเขาคือการหา "ร่างทรง" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของนัยน์ตาอสูรออกมา
กร้าวรู้สึกถึงไอเย็นที่แล่นไปทั่วสันหลัง ใครกันแน่ที่เป็น "ร่างทรง" ที่องค์กรอสูรเงาต้องการ? และลดา... เธอเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้?
ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น!
"มีผู้บุกรุก!" เสียงจากระบบรักษาความปลอดภัยดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก
กร้าวรีบหันไปมองที่ประตู เขาเห็นเงาตะคุ่มๆ หลายร่างกำลังพุ่งตรงเข้ามา "มาเร็วกว่าที่คิด..." เขาพึมพำ พลางคว้าดาบคาตานะคู่ใจขึ้นมา
ร่างของนักฆ่าชุดดำปรากฏขึ้นที่หน้าประตู พวกเขามาพร้อมกับอาวุธครบมือ และดวงตาที่สะท้อนความอำมหิต "กร้าว... แกหนีไม่พ้นหรอก!" เสียงหนึ่งตะโกนมา
"ถ้าอยากได้อะไร ก็ต้องเข้ามาแย่งไปเอง!" กร้าวตะโกนตอบ พลางพุ่งเข้าใส่เหล่านักฆ่าอย่างไม่ลังเล
การต่อสู้ที่ดุเดือดเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินที่สว่างวาบ และเสียงอาวุธที่กระทบกัน กร้าวเคลื่อนไหวราวกับสายลม ดาบคาตานะในมือของเขาฟาดฟันอย่างแม่นยำ ศัตรูแต่ละคนที่เข้ามาหาเขา ล้วนแต่ต้องจบชีวิตลงอย่างรวดเร็ว
แต่จำนวนของศัตรูนั้นมีมากเกินไป และพวกเขาก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่านักฆ่ากลุ่มก่อนๆ ที่เขาเคยเจอ
"แก... แกเป็นใครกันแน่!" หนึ่งในนักฆ่าตะโกนถามขณะที่พยายามปัดป้องการโจมตีของกร้าว
"คนที่มาตามหาความจริง!" กร้าวตะโกนตอบ พลางใช้จังหวะที่อีกฝ่ายเสียหลัก ฟาดดาบเข้าใส่ลำคอของนักฆ่าผู้นั้น
ยิ่งสู้ กร้าวก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ เหล่านักฆ่าเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม แต่พวกเขายังดูเหมือนจะมีพลังบางอย่างที่เหนือธรรมชาติ
"นั่นมัน... พลังงาน... จากนัยน์ตาอสูร..." กร้าวตกใจ เขาจำได้ว่าเงาชาดเคยพูดถึงพลังนี้
เขาต่อสู้ไปเรื่อยๆ พลางพยายามหาทางหนีออกจากที่นี่ การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องลดาและเพื่อไขปริศนาของ "นัยน์ตาอสูร"
ในที่สุด กร้าวก็มองเห็นทางออก เขาพุ่งทะยานออกไปนอกอาคาร ทิ้งร่างของเหล่านักฆ่าที่กำลังล้มลุกคลุกคลานอยู่เบื้องหลัง
เขาต้องรีบไปหาลดา และค้นหาความจริงให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
เมื่อกร้าวมาถึงบ้านของลดา เขาก็พบว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ท่านปู่ของลดา ซึ่งเป็นชายชราที่มีแววตาเฉลียวฉลาด กำลังนั่งรอเขาอยู่
"ยินดีที่ได้พบคุณ กร้าว" ท่านปู่ของลดาเอ่ยทักทาย "ผมรู้ว่าคุณกำลังตามหาความจริงเกี่ยวกับองค์กรอสูรเงา และผมก็มีบางอย่างที่จะบอกคุณ"
"ผมพร้อมที่จะรับฟังครับ" กร้าวตอบอย่างจริงจัง
"องค์กรอสูรเงา... ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การครอบครองโลก..." ท่านปู่ของลดากล่าวเสียงเครียด "พวกเขาต้องการ... ปลดปล่อยสิ่งที่ถูกผนึกไว้... พลังที่น่ากลัวยิ่งกว่านรก..."
"สิ่งที่ถูกผนึกไว้?" กร้าวขมวดคิ้ว
"ใช่... พลังที่เกิดจากความแค้น... ความโกรธ... และความสิ้นหวัง... พลังที่เรียกว่า... 'อสูรกระหายเลือด'..."
"อสูรกระหายเลือด..." กร้าวรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง
"และ... นัยน์ตาอสูร... คือกุญแจสำคัญที่จะปลดปล่อยมันออกมา..."
"คุณหมายความว่ายังไงครับ?"
"มนุษย์ที่มีสายเลือดของนัยน์ตาอสูร... จะมีพลังอำนาจมหาศาล... แต่หากพลังนั้นถูกใช้ไปในทางที่ผิด... มันจะกลายเป็นแหล่งพลังงานให้กับอสูรกระหายเลือด... และองค์กรอสูรเงา... กำลังพยายามหาตัวผู้ที่มีสายเลือดนี้... เพื่อใช้เขาเป็นเครื่องมือ..."
"แล้ว... ใครคือผู้ที่มีสายเลือดนี้?" กร้าวถามอย่างร้อนรน
ท่านปู่ของลดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "คุณ... กร้าว... คุณคือผู้ที่มีสายเลือดของนัยน์ตาอสูร..."
กร้าวอึ้งไปกับคำพูดนั้น เขามองไปที่ลดาที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจและเป็นห่วง
"ไม่จริง... ผม... ผมเป็นแค่คนธรรมดา..." กร้าวปฏิเสธ
"ไม่... คุณไม่ธรรมดา กร้าว... พลังที่คุณมี... คือสิ่งที่องค์กรอสูรเงากำลังตามหา..."
ทันใดนั้นเอง ประตูบ้านก็ถูกพังเข้ามา!
ร่างของนักฆ่าจากองค์กรอสูรเงากระโจนเข้ามาพร้อมกับอาวุธครบมือ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะสังหาร
"กร้าว... แกหนีไม่พ้นอีกแล้ว!" เสียงของหัวหน้านักฆ่าดังขึ้น
กร้าวรู้ดีว่านี่คือการเผชิญหน้าครั้งสำคัญ เขาต้องปกป้องลดา และไขปริศนาของ "นัยน์ตาอสูร" ให้ได้ ก่อนที่โลกจะตกอยู่ในอันตราย...

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก