หยาดฝนเย็นเยียบยังคงโปรยปราย ซัดกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ราวกับจะโอบกอดเมืองหลวงแห่งนี้ด้วยความเย็นเยียบ กร้าวเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนที่สาดส่องมาจากตึกสูงระฟ้า กลิ่นคาวเลือดที่เจือจางลงไปตามสายฝนยังคงติดจมูก เป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดเหี้ยมที่เพิ่งผ่านพ้นไป เขาเพิ่งจะสังหารนักฆ่าที่ส่งมาดักรอเขาตามคำสั่งของ “เงาอสูร” ได้สำเร็จ แต่ก็แลกมาด้วยการบาดเจ็บเล็กน้อยที่สีข้างจากการปะทะกับคมดาบที่รวดเร็วเกินกว่าจะหลบได้ทัน
“เจ้าคงเหนื่อยสินะ กร้าว” เสียงแหบพร่าดังมาจากด้านหลังของเขา เป็นเสียงของ “ลุงหมง” อดีตนักฆ่าระดับตำนานที่ผันตัวมาเปิดร้านขายของเก่าเป็นฉากบังหน้า “มีอะไรให้ช่วยอีกไหม”
กร้าวกระชับมือที่กำมีดสั้นคู่ใจแน่น “ยังครับลุงหมง ผมต้องไปให้ถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด” เขากล่าว น้ำเสียงหนักแน่นบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
“ข้าเห็นเงาสีดำกลุ่มหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเมื่อครู่ พวกมันมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง” ลุงหมงชี้มือไปทางกลุ่มอาคารสูงที่มืดมิด “ดูจากลักษณะแล้ว น่าจะเป็นคนขององค์กรอสูรเงา”
“ขอบคุณครับ” กร้าวโค้งศีรษะให้ลุงหมง ก่อนจะรีบหันหลังวิ่งหายไปในความมืดมิดของซอกซอย ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงสาดซัดไม่หยุดยั้ง
การค้นหาฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงาไม่ใช่เรื่องง่าย ร่องรอยที่ทิ้งไว้มีน้อยนิดราวกับธุลีดิน แต่กร้าวมีข้อมูลสำคัญที่ได้มาจากการทรมานนักฆ่าที่เขาปราบได้เมื่อครู่ มันเป็นแผนที่คร่าวๆ ที่ชี้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งถูกปกปิดซ่อนเร้นอย่างมิดชิดภายใต้ผืนดินของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีและความศิวิไลซ์
เขาอาศัยความมืดและสายฝนเป็นเกราะกำบัง เคลื่อนไหวไปตามหลังคาอาคารต่างๆ ราวกับเงาที่ไร้ตัวตน การกระโดดข้ามช่องว่างระหว่างตึก การไต่กำแพงสูงชัน ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความแม่นยำและเด็ดขาด
เมื่อมาถึงบริเวณที่ลุงหมงชี้ กร้าวก็พบกับความผิดปกติบางอย่าง แม้จะอยู่ท่ามกลางอาคารที่ดูเหมือนจะร้างไร้ผู้คน แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้พื้นผิว
“ตรงนี้สินะ” กร้าวพึมพำกับตัวเอง เขาหยิบรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมา จากนั้นก็กดปุ่มบางอย่าง
เสียงเครื่องยนต์ขนาดเล็กดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ก่อนที่พื้นถนนคอนกรีตเบื้องหน้าจะค่อยๆ แยกออก เผยให้เห็นอุโมงค์มืดมิดที่ทอดลึกลงไปใต้ดิน อากาศเย็นยะเยือกที่ปะทุออกมาจากอุโมงค์ทำให้กร้ารู้สึกถึงความอันตรายที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า
“ถึงเวลาที่เจ้าจะได้พบหน้าแล้ว ‘เงาอสูร’” กร้าวยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เขาหยิบดาบยาวที่ซ่อนไว้ในปลอกยาวสีดำออกมา ดาบเล่มนี้คือ “อัสนีบาต” อาวุธคู่ใจที่ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษของเขา
เขาเดินเข้าไปในอุโมงค์ ทิ้งแสงไฟนีออนของเมืองหลวงไว้เบื้องหลัง ความมืดมิดกลืนกินร่างของเขาไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนไปมาในความเงียบ
ยิ่งลงลึกเข้าไป กร้าวยิ่งได้ยินเสียงประหลาด เสียงกระซิบกระซาบ เสียงเพลงที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง และเสียงที่คล้ายกับการกรีดร้องของมนุษย์
“อ๊ากกกก!”
เสียงกรีดร้องนั้นดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้กร้าวชะงักฝีเท้า เขาเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงนั้นมาจากทิศทางที่เขามา ไม่ใช่เสียงร้องของความเจ็บปวด แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความทรมาน และความสิ้นหวัง
“เกิดอะไรขึ้น” กร้าวขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินเสียงแบบนี้มาก่อนจากฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงา
เขาหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว วิ่งกลับขึ้นไปที่ปากอุโมงค์ด้วยความเร็วสูง
เมื่อขึ้นมาถึงด้านบน กร้าวพบกับภาพที่ทำให้เขาตะลึง
ผู้คนนับสิบที่เคยยืนอยู่บริเวณนั้นเมื่อครู่ ตอนนี้ได้ล้มลงนอนกองกับพื้น บางคนกำลังบิดตัวอย่างทรมาน บางคนมีอาการชักเกร็ง และบางคนก็หมดสติไป ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด ราวกับถูกสูบฉีดเลือดออกจากร่าง
“เกิดอะไรขึ้น!” กร้าวตะโกนถาม ท่ามกลางความอลหม่าน
ไม่มีใครตอบเขาได้ ทุกคนกำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดของตัวเอง
ทันใดนั้นเอง กร้าวก็สัมผัสได้ถึงพลังงานประหลาดที่แผ่กระจายออกมาจากพื้นดิน พลังงานนั้นเย็นยะเยือก และน่าขนลุก มันค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น
“นี่มัน…ยาพิษ!” กร้าวอุทานออกมา เขาจำได้ถึงกลิ่นอายของมัน มันคือ “พิษอสูร” ยาพิษที่ร้ายกาจที่สุดที่เขาเคยรู้จัก เป็นพิษที่ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบค่อยๆ เสียชีวิตอย่างทรมาน
“เป็นแผนของพวกมัน!” กร้าวคิดได้ในที่สุด พวกมันรู้ว่าเขาจะต้องมาที่นี่ และได้วางกับดักเอาไว้
เขาเหลือบมองไปยังอุโมงค์ที่เพิ่งจะออกมา อากาศเย็นยะเยือกที่ปะทุออกมาเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่ความเย็นธรรมดา แต่เป็นไอระเหยของพิษที่ถูกปล่อยออกมา
“อัสนีบาต” กร้าวดึงดาบออกมา เขาต้องรีบหาทางแก้ไขก่อนที่ทุกคนจะตาย
เขาหันไปมอง “ลุงหมง” ที่ตอนนี้นั่งทรุดอยู่กับพื้น ใบหน้าของลุงหมงเริ่มซีดเผือด
“ลุงหมง!” กร้าวรีบเข้าไปพยุง
“ข้า…ข้าไม่ไหวแล้ว…กร้าว” ลุงหมงพูดเสียงอ่อนแรง
“ไม่! ลุงหมง อย่าเพิ่งยอมแพ้!” กร้าวพูดอย่างสิ้นหวัง เขาได้ยินเสียงกรีดร้องจากใต้ผืนดินอีกครั้ง คราวนี้มันดังกว่าเดิม ราวกับว่าความทรมานกำลังแผ่กระจายไปทั่วเมือง
เขารู้ว่าเวลาเหลือน้อยแล้ว ถ้าเขาไม่รีบหาทางแก้พิษนี้ ผู้บริสุทธิ์อีกมากมายจะต้องตกเป็นเหยื่อ
“ข้า…ข้าจะไปเอาตัวยาถอนพิษ…จากในนั้น” กร้าวตัดสินใจเด็ดขาด เขาหมายถึงอุโมงค์ลับที่ทอดลึกลงไปใต้ดิน
“ไม่! กร้าว! มันอันตรายเกินไป!” ลุงหมงร้องห้าม
“ผมต้องทำครับลุงหมง” กร้าวพูดเสียงหนักแน่น เขามองไปที่อุโมงค์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เขากระชับดาบ “อัสนีบาต” ในมืออีกครั้ง ก่อนจะหันหลังกลับ วิ่งเข้าไปในอุโมงค์ลับอีกครั้ง ทิ้งเสียงคร่ำครวญของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไว้เบื้องหลัง
ความมืดมิดของอุโมงค์ดูเหมือนจะหนาทึบกว่าเดิม ไอระเหยของพิษที่ลอยอบอวลอยู่ข้างใน ทำให้กร้ารู้สึกถึงอาการเวียนหัวเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามสะกดกลั้นเอาไว้
เสียงกรีดร้องจากใต้ผืนดินดังขึ้นเป็นระยะๆ ราวกับจะเย้ยหยันความพยายามของเขา
“พวกแก…พวกแกจะต้องชดใช้!” กร้าวคำรามในใจ
เขาเร่งความเร็วในการก้าวเดิน มุ่งหน้าสู่ใจกลางของฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงา ความหวังเดียวของเขาคือการค้นหา “ยาถอนพิษ” ให้พบก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
แต่เขาก็รู้ดีว่า องค์กรอสูรเงา จะไม่ปล่อยให้เขาได้ทำตามแผนการของตนเองอย่างง่ายดายอย่างแน่นอน
การต่อสู้ครั้งใหม่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ภายใต้ความมืดมิดของเมืองหลวงที่กำลังจะถูกกลืนกินด้วยความสิ้นหวัง

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก