เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร

ตอนที่ 13 — หุบเหวแห่งเงาทมิฬ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,053 คำ

หยาดฝนยังคงโปรยปราย ซัดกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ราวกับจะโอบกอดเมืองหลวงแห่งนี้ด้วยความเย็นเยียบ กร้าวยืนนิ่งภายใต้ร่มเงาของตรอกแคบๆ ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนที่สาดส่องมาจากตึกสูงระฟ้า กลิ่นคาวเลือดที่เจือจางจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงค้างอยู่ในอากาศ แต่สำหรับเขา มันเป็นเพียงกลิ่นที่กระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวให้ตื่นตัวยิ่งขึ้น

หลังจากสังหารเหล่าสมุนขององค์กรอสูรเงาไปนับสิบชีวิต ‌กร้าวก็ไม่รอช้า เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ เมืองหลวงแห่งนี้กำลังถูกย้อมด้วยสีเลือด และเขาคือผู้ที่ถูกลิขิตให้เป็นจุดศูนย์กลางของพายุ

"พวกมันคงจะรู้แล้วว่ามีผู้บุกรุก" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยขึ้นในลำคอ พร้อมกับปลายนิ้วที่กรีดลงบนรอยแผลเล็กน้อยบนแขน ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มกว่าเดิม คลื่นลมเย็นยะเยือกพัดมาปะทะใบหน้า ​แสงไฟจากป้ายโฆษณาสีฉูดฉาดสาดส่องลงมาเป็นระยะ สร้างเงาที่บิดเบี้ยวไปมาบนพื้นเปียกโชก กร้าวค่อยๆ ก้าวเท้าออกจากตรอกแคบ มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไป

ภายใต้การปกคลุมของรัตติกาลอันมืดมิด องค์กรอสูรเงาได้แผ่ขยายอิทธิพลของตนไปทั่วทุกมุมเมืองหลวง แผนการอันชั่วร้ายของพวกมันกำลังจะอุบัติขึ้น และกร้าวคือคนเดียวที่จะสามารถหยุดยั้งมันได้

การเคลื่อนไหวของเขาปราดเปรียวราวกับเงา ‍ลัดเลาะไปตามหลังคาตึกสูง หลบหลีกสายตาของยามที่ลาดตระเวนอยู่เบื้องล่าง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความแม่นยำและความเด็ดขาด เขาต้องรีบเข้าไปในฐานทัพลับของพวกมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

"จะไปที่ไหน" เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากด้านหลัง

กร้าวชะงักกึก หันไปมองตามเสียงอย่างรวดเร็ว ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิท ปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี ‌ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีแดงเรืองรอง ท่ามกลางความมืดมิด

"ใคร" กร้าวถาม เสียงของเขาหนักแน่น แต่ไม่มีอาการประหวั่นพรั่นพรึง

"ผู้ที่จะนำเจ้าไปสู่จุดจบ" ชายผู้นั้นตอบ ดวงตาคู่สีแดงจ้องมองมาที่กร้าวอย่างไม่กะพริบ

"ข้าไม่เชื่อเรื่องโชคลาง" กร้าวตอบกลับ ‍พร้อมกับเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ "ถ้าเจ้าเป็นคนของอสูรเงา ก็จงมาจัดการข้าให้รู้แล้วรู้รอดไป"

ชายผู้นั้นยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด "เจ้าคิดว่าเจ้าจะสู้กับข้าได้งั้นหรือ"

"ต้องลองดูก่อน" กร้าวกล่าว พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ ชายผู้นั้นก็ไม่รอช้า ​เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหลือเชื่อราวกับลมพายุ หมัดที่ปล่อยออกมาหนักหน่วงราวกับค้อนทุบเหล็ก

การต่อสู้ระหว่างกร้าวและชายลึกลับเริ่มขึ้นกลางอากาศ เสียงกระทบกันของหมัดและเท้าดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟนีออนที่สาดส่องลงมาส่องให้เห็นเพียงเงาของทั้งสองที่บดขยี้กันไปมา

กร้าวใช้ประสบการณ์และความแข็งแกร่งของเขาเข้าตอบโต้ แต่ชายผู้นั้นกลับมีความว่องไวที่น่าเหลือเชื่อ สามารถหลบหลีกการโจมตีส่วนใหญ่ของกร้าวได้อย่างง่ายดาย และสวนกลับด้วยการโจมตีที่รุนแรงไม่แพ้กัน

"เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด" ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นขณะกำลังปัดป้องการโจมตีของกร้าว ​"แต่เจ้าก็ยังอ่อนหัดเกินไป"

"ปากดี" กร้าวสวนกลับ พร้อมกับปล่อยหมัดหนักเข้าใส่ที่สีข้างของอีกฝ่าย ชายผู้นั้นเซถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ก็กลับยืนมั่นคงได้อย่างรวดเร็ว

"ข้าคือ 'เงาพราย' ผู้ไร้พ่าย" ชายผู้นั้นประกาศก้อง ​"และเจ้าจะไม่มีวันผ่านข้าไปได้"

"เงาพรายงั้นหรือ" กร้าวทวนคำ "ชื่อก็ฟังดูไม่น่าเชื่อถือเท่าพลังของเจ้าหรอก"

การต่อสู้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กร้าวเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมจากการต่อสู้ครั้งก่อนๆ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขารู้ดีว่านี่คืออุปสรรคสำคัญที่จะต้องผ่านไปให้ได้

"ถึงเวลาจบเรื่องนี้แล้ว" เงาพรายกล่าว พร้อมกับรวบรวมพลังไว้ที่มือทั้งสองข้าง แสงสีดำทะมึนเริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเขา

กร้าวสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่กำลังจะปลดปล่อยออกมา เขาตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายที่ฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง

"เพลิงอัสนี!" กร้าวตะโกน พร้อมกับปล่อยลำแสงสีทองพุ่งเข้าใส่เงาพรายอย่างรวดเร็ว

ลำแสงสีทองและพลังงานสีดำปะทะกันกลางอากาศ เกิดเป็นระเบิดแสงจ้าที่สว่างวาบไปทั่วทั้งบริเวณ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า

เมื่อแสงจางลง กร้าวเห็นร่างของเงาพรายล้มลงไปกองกับพื้น แต่เขาก็ยังคงมีสติอยู่

"เจ้า... ไม่เลว" เงาพรายกล่าวอย่างอ่อนแรง "แต่... เจ้าจะจำ... วันนี้... ไว้... ให้ดี"

พูดจบ ร่างของเงาพรายก็ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง

กร้าวมองตามร่างของเงาพรายไปจนสุดสายตา เขาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก แต่ก็ยังคงระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา

"ข้าจะจำไว้... ทุกอย่าง" กร้าวพึมพำกับตัวเอง

เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้เป็นเพียงแค่บททดสอบเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงากำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า และที่นั่นคือสถานที่ที่อันตรายยิ่งกว่า

กร้าวเก็บความรู้สึกเหนื่อยล้าไว้ภายใน เขาเช็ดเลือดที่เปื้อนใบหน้าออกอย่างลวกๆ แล้วก้าวเดินต่อไป มุ่งหน้าไปยังใจกลางของอาณาจักรอสูรเงา

เขามาถึงบริเวณที่เป็นแหล่งซ่อนตัวของฐานทัพลับ มันถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้โครงสร้างอันเก่าแก่ของเมืองหลวงที่ถูกทิ้งร้าง แต่สำหรับกร้าวที่สังเกตการณ์มานานแล้ว เขาเห็นร่องรอยบางอย่างที่คนทั่วไปมองข้าม

"ที่นี่เองสินะ" กร้าวกล่าว พร้อมกับมองไปยังทางเข้าลับที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงอิฐที่ผุพัง

เขากระโดดขึ้นไปบนกำแพงอย่างรวดเร็ว แล้วปีนลงไปยังอีกด้านหนึ่ง ภายในเป็นทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยความมืดและความชื้น กลิ่นอับชื้นลอยมาปะทะจมูก

กร้าวเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์อย่างระมัดระวัง แสงจากไฟฉายที่ติดอยู่ที่หน้าผากของเขา ส่องสว่างไปตามทางเดินที่คดเคี้ยว

"พวกมันเตรียมตัวรับมือข้าไว้แล้วสินะ" กร้าวคิดขณะที่สังเกตเห็นกับดักบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน

เขาใช้ทักษะและความคล่องแคล่วของตนเอง หลบหลีกกับดักเหล่านั้นไปได้อย่างง่ายดายราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวน

ในที่สุด เขาก็มาถึงโถงขนาดใหญ่ที่อยู่ลึกเข้าไปภายในฐานทัพแห่งนี้ ภายในโถงนั้นสว่างไสวด้วยแสงไฟสีแดงฉาน ราวกับนรกบนดิน

"ยินดีต้อนรับสู่รังของเรา... กร้าว" เสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของโถง

กร้าวหันไปมองตามเสียงอย่างรวดเร็ว เขาเห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนแท่นสูง ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากที่แกะสลักเป็นรูปอสูรร้าย

"ท่านผู้นำ..." กร้าวเอ่ยขึ้น ดวงตาของเขาสะท้อนความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

"เจ้ากล้าดียังไงถึงบุกเข้ามาถึงที่นี่" ชายผู้นั้นกล่าว "เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำอะไรกับองค์กรของเราได้งั้นหรือ"

"ข้ามาเพื่อยุติทุกอย่าง" กร้าวตอบเสียงดังฟังชัด "ยุติแผนการอันชั่วร้ายของพวกเจ้า"

"ช่างเป็นคำพูดที่โอ้อวดเสียจริง" ท่านผู้นำหัวเราะเสียงแหลม "เจ้าไม่รู้หรอกว่าเจ้ากำลังต่อสู้กับอะไร"

"ข้ารู้ดี" กร้าวกล่าว "และข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าทำลายโลกนี้ได้"

"งั้นเราก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันแล้ว" ท่านผู้นำกล่าว พร้อมกับปลดอาวุธคู่ใจของเขาออกมา มันคือดาบยาวสีดำที่เปล่งประกายสีม่วงดำน่าเกรงขาม "ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริงขององค์กรอสูรเงา"

กร้าวชักดาบของเขาออกมาเช่นกัน ดาบเล่มนั้นเปล่งประกายสีเงินยวงราวกับพระจันทร์เต็มดวง

"มาเลย!" กร้าวตะโกน พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ท่านผู้นำ

การต่อสู้ระหว่างกร้าวและท่านผู้นำแห่งองค์กรอสูรเงาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งความแค้น และนัยน์ตาอสูรที่กำลังจะปรากฏขึ้น

การปะทะกันของดาบทั้งสองเล่มดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟสีแดงและสีเงินสาดกระจายไปทั่วทั้งโถง

ท่านผู้นำโจมตีอย่างรุนแรงและดุดันราวกับพายุ ทุกการโจมตีเต็มไปด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัว

กร้าวใช้ความว่องไวและประสบการณ์ของเขาเข้าตอบโต้ เขาต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะท่านผู้นำคนนี้มีพลังที่เหนือกว่าสมุนทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้

"เจ้าเก่ง แต่ก็ยังไม่พอ" ท่านผู้นำกล่าวขณะที่กำลังสู้กับกร้าว "เจ้ายังไม่เห็นสิ่งที่แท้จริง"

ทันใดนั้นเอง ผนังของโถงก็เริ่มสั่นสะเทือน แล้วมีบางอย่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากภายในผนัง

มันคือรูปปั้นขนาดมหึมาที่แกะสลักเป็นรูปใบหน้าอสูรร้าย ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำเรืองรองราวกับกำลังจะลุกไหม้

"นั่นมัน..." กร้าวอุทานด้วยความตกใจ

"นี่คือพลังที่แท้จริงขององค์กรเรา" ท่านผู้นำกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ "นี่คือ 'นัยน์ตาอสูร' ที่จะกลืนกินทุกสิ่ง!"

รูปปั้นอสูรร้ายค่อยๆ ขยับ ดวงตาของมันจ้องมองมาที่กร้าวอย่างมุ่งร้าย

กร้าวสัมผัสได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากรูปปั้นนั้น มันรุนแรงจนแทบจะทำให้เขาทนอยู่ไม่ได้

"ข้าจะหยุดเจ้าให้ได้!" กร้าวตะโกน พร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับอสูรร้ายตรงหน้า

การต่อสู้ครั้งนี้จะตัดสินชะตากรรมของเมืองหลวง และอาจจะรวมถึงโลกทั้งใบ

แต่ก่อนที่กร้าวจะได้ลงมือทำอะไร รูปปั้นอสูรร้ายนั้นก็พลันส่งเสียงคำรามกึกก้อง แล้วสายตาของมันก็จ้องเขม็งมาที่กร้าวอย่างบ้าคลั่ง

การเผชิญหน้าอันดุเดือดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!