เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร

ตอนที่ 14 — ปะทะเดือดกลางนครอสูร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 994 คำ

หยาดฝนเย็นเยียบยังคงโปรยปราย ซัดกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ราวกับจะโอบกอดเมืองหลวงแห่งนี้ด้วยความเย็นเยียบ กร้าวยืนนิ่งภายใต้ร่มเงาของตรอกแคบๆ ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนที่สาดส่องมาจากตึกสูงระฟ้า กลิ่นคาวเลือดที่เจือจางยังคงลอยกรุ่นในอากาศ ยิ่งตอกย้ำถึงความรุนแรงของการปะทะเมื่อครู่ เงาร่างของนักฆ่าอสูรเงาหลายสิบตน ‌นอนแน่นิ่งเป็นที่ระลึกถึงความโหดเหี้ยมของสงครามใต้ดินที่กำลังก่อตัวขึ้น

เขาเช็ดเลือดที่เปรอะเปื้อนใบหน้าด้วยหลังมือ ดวงตาฉายแววกร้าว ขณะที่ปลายดาบเหล็กอาคมในมือยังคงหยดน้ำฝนปนกับเลือดสีแดงเข้ม สะท้อนแสงไฟนีออนเป็นประกายเย็นเยียบ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากปลายอีกด้านของตรอก กร้าวหันขวับ ​ประสานคมดาบเข้ากับเงาที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“แกมันก็แค่หมาตัวหนึ่ง ที่หลงเข้ามาในอาณาเขตของพวกข้า!” เสียงห้าวหาญตะโกนก้อง ฝีมือของนักฆ่าผู้นี้หนักหน่วงและรวดเร็ว แต่กร้าวยังคงรับมือได้ เขาสวนกลับด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ดาบของเขาฟาดฟันเป็นวงกว้าง ทำให้นักฆ่าผู้นั้นต้องถอยกรูดไป

“อาณาเขตของพวกแก? ‍เมืองนี้เป็นของประชาชน ไม่ใช่อาณาเขตของพวกแก!” กร้าวตอบกลับ เสียงแหบพร่าแต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น เขาต่อสู้กับพวกมันมาหลายปี รู้ดีว่าองค์กรอสูรเงาได้แทรกซึมและควบคุมทุกอย่างในเมืองหลวงแห่งนี้ไว้เบื้องหลัง

การปะทะครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคย กร้าวสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่แฝงอยู่ในตัวนักฆ่าที่เขาเผชิญหน้า พวกมันไม่ใช่เพียงนักฆ่าธรรมดา ‌แต่เป็นผู้ถูกฝึกฝนมาอย่างดี มีพละกำลังเหนือมนุษย์ และมีวิชาการต่อสู้ที่หลากหลาย

“หึ! คำพูดสวยหรู! แกไม่เข้าใจหรอกว่าอำนาจที่แท้จริงคืออะไร!” นักฆ่าผู้นั้นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน พร้อมกับปล่อยหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังใส่กร้าว กร้าวเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด ‍หมัดนั้นเฉียดสีข้างของเขาไปเพียงนิดเดียว แรงลมปะทะทำให้เขาเซถอยหลัง

“ฉันเข้าใจดี… อำนาจที่ทำให้ประชาชนต้องหวาดกลัวและอยู่ภายใต้การปกครองของพวกแก!” กร้าวสวนกลับทันควัน เขาหมุนตัว ใช้แรงเหวี่ยงจากการหลบหมัดเพื่อตวัดดาบสวนกลับ เป็นจังหวะที่นักฆ่าผู้นั้นกำลังจะเปิดการโจมตีอีกครั้ง

คมดาบเหล็กอาคมเฉือนเข้าที่แขนของนักฆ่าผู้นั้น เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ​เลือดสีเข้มไหลทะลัก แต่แทนที่จะล่าถอย เขากลับกัดฟัน กวัดแกว่งแขนอีกข้างที่ว่างอยู่ พุ่งเข้าใส่กร้าวด้วยกรงเล็บที่แหลมคมราวกับใบมีด

“แกจะไม่มีวันหยุดยั้งพวกเราได้!” นักฆ่าผู้นั้นคำราม สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานผิดปกติ กร้าวเบิกตากว้าง ​เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับนักฆ่าอสูรเงา ที่ผ่านการทดลองสุดโหด ทำให้ร่างกายและจิตใจกลายสภาพเป็นเหมือนอสูร

“นัยน์ตาอสูร…” กร้าวพึมพำ เขารู้ดีว่านี่คือจุดสูงสุดของความอันตราย เขาต้องจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะกลายร่างสมบูรณ์

การโจมตีของนักฆ่าที่แปลงร่างดุดันและรวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า มันพุ่งเข้าใส่กร้าวราวกับพายุโหมกระหน่ำ ​กรงเล็บของมันฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว กร้าวต้องอาศัยทักษะทั้งหมดที่มี เพื่อปัดป้องและหลบหลีก การปะทะของคมกรงเล็บและดาบเหล็กอาคมดังสนั่นหวั่นไหวเป็นประกายไฟ

“แกมันก็แค่สัตว์ป่า! ไร้ซึ่งสติปัญญา!” กร้าวตะโกน ขณะที่เขาแทงดาบสวนกลับ ทิ่มเข้าที่ลำตัวของนักฆ่าผู้นั้น แต่กรงเล็บของมันก็ฟาดเข้าที่ต้นขาของกร้าวอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง แต่กร้าวยังคงกัดฟันสู้

“หึ! สัตว์ป่าที่กำลังจะปลดปล่อยความหิวโหยของมัน!” นักฆ่าผู้นั้นยิ้มเยาะ เลือดสีเข้มที่ไหลออกมาจากบาดแผลของมัน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำเข้ม กลิ่นสาบที่น่าสะอิดสะเอียนลอยออกมาจากตัวมัน

กร้าวรู้ดีว่าเขาไม่สามารถยื้อเวลาได้อีกต่อไป สภาพอากาศที่เลวร้าย ยิ่งทำให้การต่อสู้ที่นี่อันตรายยิ่งขึ้น สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ตรอกแคบๆ แห่งนี้ เป็นมุมอับสายตา เหมาะแก่การซุ่มโจมตี

“ถึงเวลาจบเรื่องนี้เสียที!” กร้าวตัดสินใจ ทันใดนั้น เขาก็ปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยพลังเข้าใส่ท้องของนักฆ่าผู้นั้นอย่างจัง เป็นการโจมตีที่ทำให้มันชะงักไปชั่วขณะ

“แก… แกทำอะไร?!” นักฆ่าผู้นั้นร้องถามด้วยความตกใจ

“ส่งแกไปสู่ความมืด… ที่แกควรจะอยู่!” กร้าวตอบ พร้อมกับแทงดาบเหล็กอาคมที่ชุ่มไปด้วยพลัง สวนเข้าที่หัวใจของนักฆ่าผู้นั้นอย่างแม่นยำ

เสียงร้องโหยหวนของนักฆ่าดังลั่น ก่อนที่ร่างของมันจะทรุดฮวบลงกับพื้น สภาพร่างกายที่เคยแข็งแกร่ง ค่อยๆ แปรเปลี่ยนกลับเป็นเหมือนมนุษย์ธรรมดา นัยน์ตาสีแดงฉานเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาที่ว่างเปล่า

กร้าวทรุดตัวลงคุกเข่า เขาหายใจหอบหนัก บาดแผลที่ต้นขากำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามา แต่เขาก็ยังคงลุกขึ้นยืนได้

“อีกเพียงไม่นาน…” เขาพึมพำกับตัวเอง

การต่อสู้ในตรอกแคบๆ นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง กร้าวรู้ดีว่านี่เป็นเพียงหมากตัวเล็กๆ ขององค์กรอสูรเงา ยังมีอีกหลายสิ่งที่รอเขาอยู่

ขณะที่เขากำลังจะออกจากตรอกนั้น เสียงไซเรนดังขึ้นมาจากระยะไกล และแสงไฟจากรถตำรวจก็สาดส่องเข้ามา กร้าวรู้ทันทีว่าเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป เขาต้องรีบหาที่ซ่อนและวางแผนการต่อไป

เขาปีนป่ายขึ้นไปบนหลังคาอาคารอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกหนัก เขาเคลื่อนที่ไปบนหลังคาอย่างรวดเร็ว เงาของเขาเลือนหายไปในความมืดของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยอันตราย

“องค์กรอสูรเงา… พวกแกจะต้องชดใช้!” กร้าวสาบานในใจ

เขาต้องไปให้ถึงฐานทัพลับของพวกมันให้ได้ โดยเร็วที่สุด ข้อมูลที่ได้มาเมื่อไม่นานนี้ ชี้ให้เห็นว่าฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงาตั้งอยู่ในย่านอุตสาหกรรมเก่าทางตอนเหนือของเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างและเต็มไปด้วยโกดังเก่าๆ ที่ถูกทิ้งร้าง

กร้าวใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่เขาฝึกฝนมาอย่างโชกโชน หลบหลีกจากการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยสอดแนมขององค์กรอสูรเงาที่น่าจะถูกส่งมาตามล่าเขา

ในระหว่างที่เขากำลังเคลื่อนที่ไปยังทิศเหนือ สายฝนก็เริ่มซาลงเล็กน้อย แต่บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยความหนาวเย็นและความไม่แน่นอน

เขาแอบเข้าไปในโกดังร้างแห่งหนึ่ง เพื่อพักเหนื่อยและประเมินสถานการณ์ เขาหยิบวิทยุสื่อสารขนาดเล็กออกมา จากนั้นก็กดหมายเลขที่เขาบันทึกไว้

“เมษา… ได้ยินไหม?” กร้าวเอ่ยถาม

เสียงเล็กๆ ที่คุ้นเคยดังตอบกลับมา “พี่กร้าว! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? เสียงพี่ดูเหนื่อยๆ”

“ฉันสบายดี… แค่ปะทะมานิดหน่อย พวกนั้นรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่แล้ว” กร้าวตอบ “เมษา… ฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับทางเข้าฐานทัพลับของพวกอสูรเงา นายพอจะหาได้ไหม?”

เมษาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูล “กำลังพยายามค่ะ… แต่ข้อมูลเกี่ยวกับฐานทัพลับของพวกนั้นหายากมาก มันถูกปิดเป็นความลับสุดยอดจริงๆ”

“ฉันรู้… แต่นายต้องลองดู ฉันจะเข้าไปที่นั่นให้ได้ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว” กร้าวเน้นเสียง

“ได้ค่ะพี่กร้าว… ฉันจะพยายามที่สุด” เมษาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

หลังจากวางสาย กร้าวก็ถอนหายใจ เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งและมีเครือข่ายที่กว้างขวาง การต่อสู้เพียงลำพังนี้ไม่ง่ายเลย

แสงไฟสีส้มอ่อนๆ จากหลอดไฟเก่าๆ ในโกดัง ทำให้มองเห็นฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งในอากาศ กร้าวรู้สึกถึงความอ่อนล้าที่เริ่มคืบคลานเข้ามา แต่เขาก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะพักผ่อน

เขาเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่แตกหัก มองออกไปยังเมืองหลวงยามค่ำคืน แสงไฟนีออนสะท้อนบนพื้นถนนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน เมืองแห่งนี้สวยงาม แต่ภายใต้ความสวยงามนั้น ซ่อนเร้นไปด้วยความมืดมิดและอันตราย

“องค์กรอสูรเงา… ถึงเวลาที่พวกแกจะต้องรับผลกรรมแล้ว” กร้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

เขารู้ดีว่าการบุกเดี่ยวเข้าไปในฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงา จะต้องเต็มไปด้วยอันตราย และอาจจะไม่มีวันได้กลับออกมา แต่เขาก็ไม่ลังเลใจ

ภารกิจของเขามีความสำคัญเกินกว่าจะยอมแพ้

ทันใดนั้นเอง เสียงดัง "ปัง!" ดังขึ้นจากด้านนอกโกดัง กร้าวรีบหันขวับ คว้าดาบเหล็กอาคมขึ้นมาเตรียมพร้อม

เงาร่างสูงใหญ่หลายร่าง ค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูโกดัง แสงไฟจากถนนสาดส่องกระทบใบหน้าของพวกมัน เผยให้เห็นใบหน้าที่เย็นชาและปราศจากอารมณ์

“แกหนีไม่พ้นหรอก… เด็กน้อย” เสียงหนึ่งดังขึ้น

กร้าวหรี่ตาลง เขาจำได้ว่านี่คือหนึ่งในยอดฝีมือขององค์กรอสูรเงา ผู้ซึ่งเขาเคยปะทะด้วยเมื่อหลายปีก่อน

“ฉันไม่เคยคิดจะหนี… ฉันมาเพื่อจบเรื่อง!” กร้าวประกาศ

การเผชิญหน้าครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน และสายฝนที่เริ่มโปรยปรายอีกครั้ง

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!