หยาดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ราวกับจะล้างบาปให้กับมหานครแห่งนี้ที่กำลังเน่าเฟะจากพิษร้ายขององค์กรอสูรเงา กร้าวยืนนิ่งภายใต้ร่มเงาของตรอกแคบๆ กลิ่นคาวเลือดที่เจือจางลงไปเล็กน้อยยังคงเตะจมูก แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าและน้ำฝนที่ซึมลึก กลิ่นอายแห่งความตายยังคงคุกรุ่น เป็นพยานถึงการปะทะอันดุเดือดที่เพิ่งสงบลงเมื่อไม่นานมานี้
ร่างของนักฆ่าจากอสูรเงาหลายร่างกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังยังคงติดตรึงอยู่ในอากาศ กร้าวเช็ดเลือดที่เปื้อนหน้าผากด้วยหลังมือ ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดของเขากวาดมองไปรอบๆ ท่ามกลางความมืดสลัว เขาพบกับวัตถุบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากถนนใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป มันคือป้ายชื่อขององค์กรอสูรเงาที่หลุดร่วงจากการต่อสู้
“อสูรเงา...” เสียงแหบพร่าของกร้าวเอ่ยออกมาเบาๆ ขณะที่กำป้ายชื่อนั้นไว้แน่น ความเจ็บปวดที่ฝังลึกในใจกำลังถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง การสูญเสียคนที่เขารักไปให้กับองค์กรชั่วร้ายนี้ ไม่เคยจางหายไปเลยแม้แต่วันเดียว
เขายังคงจำภาพสุดท้ายของ “นลิน” ได้ดี ใบหน้าของเธอเปื้อนเลือด ดวงตาที่เคยสดใสกำลังจะดับวูบลง “กร้าว... อย่า... อย่าแค้น...แค้น...จะ...ทำลาย...ตัว...เอง...” คำพูดสุดท้ายของเธอยังคงก้องอยู่ในหู แต่ความแค้นนั้นมันได้หล่อหลอมตัวตนของเขา กลายเป็นเพลิงที่แผดเผาอยู่ภายใน
“แค้นเหรอ? ไม่... นี่ไม่ใช่แค่ความแค้น” กร้าวกระซิบกับตัวเอง “นี่คือการชำระล้าง”
เขาตัดสินใจแน่วแน่ เขาต้องหาทางแทรกซึมเข้าไปในฐานทัพลับของอสูรเงาให้ได้ เพื่อยุติวงจรแห่งความชั่วร้ายนี้ให้สิ้นซาก
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้กร้าวหันกลับไปอย่างรวดเร็ว เขาเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่การต่อสู้ แต่เมื่อเห็นเงาคนที่ปรากฏขึ้นมา เขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“กร้าว! ฉันเอง” เสียงนั้นคุ้นเคยดี
“ไหม” กร้าวเอ่ยชื่อหญิงสาวที่เดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ เธอสวมชุดสีเข้มที่เข้ากับความมืด และมีรอยยิ้มที่แฝงความกังวล “เธอมาทำอะไรที่นี่?”
“มาตามหานาย” ไหมตอบ พลางเดินเข้ามาดูบาดแผลของกร้าว “เห็นนายหายไปนาน ฉันเป็นห่วง”
“ฉันไม่เป็นไร” กร้าวปัดมือของไหมออกเบาๆ “ฉันกำลังจะไปทำภารกิจสำคัญ”
“ภารกิจอะไร? นายกำลังจะบุกเข้าไปในฐานทัพของอสูรเงาใช่ไหม?” ไหมถามเสียงเครียด “มันอันตรายเกินไป กร้าว”
“ฉันรู้” กร้าวตอบ ดวงตาของเขาสะท้อนความมุ่งมั่น “แต่มันคือสิ่งที่ฉันต้องทำ”
“แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนายล่ะ? นายคิดถึงคนที่รออยู่อย่างฉันบ้างไหม?” ไหมถาม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ
กร้าวหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาหันไปสบตาไหม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย “ไหม... ฉันรู้ว่าเธอห่วงฉัน แต่เรื่องนี้... ฉันต้องจัดการด้วยตัวเอง”
“ฉันไม่ยอมให้นายไปคนเดียว” ไหมยืนกราน “ฉันจะไปด้วย”
“ไม่!” กร้าวปฏิเสธทันที “ที่นี่อันตรายเกินไปสำหรับเธอ”
“แต่ฉันก็เป็นนักสู้เหมือนกันนะ” ไหมย้ำ “ฉันมีทักษะที่ช่วยนายได้”
กร้าวมองไหมด้วยสายตาที่ประเมิน เธอเป็นนักสู้ที่เก่งกาจจริงๆ แต่การเผชิญหน้ากับอสูรเงาในฐานทัพลับของพวกมันนั้น มันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“ตกลง” กร้าวตัดสินใจ “แต่เธอต้องทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง ห้ามหุนหันพลันแล่นเด็ดขาด”
ไหมยิ้มรับ “แน่นอน”
ทั้งสองออกเดินทางไปท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกโปรยปราย การเดินทางไปยังฐานทัพลับขององค์กรอสูรเงาไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาต้องผ่านตรอกซอกซอยที่มืดมิด หลบเลี่ยงสายตาของสายตรวจ และต้องระวังกับดักที่อาจซ่อนอยู่ทุกมุม
ในที่สุด ทั้งสองก็มาถึงบริเวณชานเมือง ที่ซึ่งมีอาคารเก่าแก่หลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืด อาคารหลังนี้ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานาน แต่กร้าวรู้ดีว่าภายใต้ซากปรักหักพังนั้น คือทางเข้าสู่โลกอีกใบ โลกของอสูรเงา
“นั่นคือทางเข้า” กร้าวชี้ไปที่ผนังด้านหนึ่งของอาคาร ที่มีรอยต่อที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
“ดูเหมือนจะมีทหารยามอยู่” ไหมกระซิบ
กร้าวพยักหน้า “ฉันจะจัดการเอง เธอรออยู่ที่นี่”
“ไม่” ไหมปฏิเสธ “ฉันจะไปกับนาย”
กร้าวถอนหายใจ “ก็ได้ แต่จำกฎที่ฉันบอกไว้”
ทั้งสองค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ทหารยามที่ยืนเฝ้าประตูทางเข้า กร้าวใช้ความคล่องแคล่วของเขา เข้าไปสยบพวกมันอย่างรวดเร็ว โดยไม่ให้มีเสียงใดเล็ดลอดออกไป
เมื่อเข้ามาภายในฐานทัพลับ บรรยากาศก็ยิ่งทวีความน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น ผนังอิฐเย็นเฉียบสะท้อนแสงไฟสีแดงฉานที่ส่องสว่างเป็นระยะๆ เสียงเครื่องจักรที่ทำงานอยู่เบื้องลึกดังแว่วมาเป็นระยะๆ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย
“ที่นี่...มันเหมือนขุมนรก” ไหมเอ่ยเสียงแผ่ว
“มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ” กร้าวตอบ “มา...เราต้องหาทางเข้าไปให้ลึกกว่านี้”
พวกเขาเคลื่อนที่ไปตามทางเดินที่คดเคี้ยว หลบหลีกสายตาของยามที่เดินตรวจตรา กร้าวใช้ทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก จัดการกับอุปสรรคที่ขวางหน้าได้อย่างไร้ที่ติ
ในขณะที่กำลังเดินผ่านห้องโถงกว้างแห่งหนึ่ง สายตาของกร้าวก็เหลือบไปเห็นบางอย่างเข้า
“นั่นไง” กร้าวชี้ไปยังแท่นบูชาขนาดใหญ่ ที่มีรูปปั้นอสูรหน้าตาดุร้ายตั้งอยู่บนนั้น “นั่นคือแกนกลางของพลังที่พวกมันใช้”
“เราต้องทำลายมัน” ไหมกล่าว
“ใช่” กร้าวพยักหน้า “แต่ก่อนอื่น... เราต้องหาที่ซ่อนก่อน”
ทั้งสองมองหาที่ซ่อนที่เหมาะสม และพบกับช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก พวกเขาปีนเข้าไปหลบซ่อนอยู่ภายในนั้น
ขณะที่หลบอยู่ภายในช่องระบายอากาศ กร้าวก็เห็นภาพที่ทำให้เลือดในกายพลุ่งพล่าน
เขาเห็น “กานต์” หัวหน้าหน่วยพิฆาตของอสูรเงา ยืนอยู่ต่อหน้าแท่นบูชานั้น กำลังพูดคุยกับนักบวชชุดดำคนหนึ่ง
“ท่านอาจารย์... พลังงานของ 'ดวงตาอสูร' นั้นใกล้จะสมบูรณ์แล้ว” กานต์กล่าว
“ยอดเยี่ยม” นักบวชชุดดำตอบ “อีกไม่นาน... เราก็จะสามารถปลุกพลังแห่งรัตติกาลที่แท้จริงขึ้นมาได้”
กร้าวจำ “ดวงตาอสูร” ได้ทันที มันคือวัตถุโบราณที่ถูกกล่าวขานว่ามีพลังอำนาจมหาศาล และนลินก็เคยเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับตำนานของมัน
“นี่มัน...บังเอิญเกินไป” กร้าวกระซิบ
“อะไรเหรอ?” ไหมถาม
“กานต์... เขาคือคนที่สั่งให้ฆ่านลิน” กร้าวตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“เราต้องหยุดพวกมัน” ไหมกล่าว
“แน่นอน” กร้าวตอบ “แต่เราต้องรอจังหวะที่เหมาะสม”
ขณะที่พวกเขากำลังวางแผน กานต์ก็หันมาทางช่องระบายอากาศอย่างกะทันหัน ราวกับสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา
“มีใครอยู่แถวนี้” กานต์ตะโกน
กร้าวและไหมเบิกตากว้าง พวกเขาโดนจับได้!
“แย่แล้ว” ไหมอุทาน
“เตรียมตัวให้พร้อม” กร้าวสั่ง “ฉันจะพาเธอออกไป”
ทันทีที่กร้าวพูดจบ กานต์ก็พุ่งเข้ามาที่ช่องระบายอากาศอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีใครหนีพ้นเงาอสูรไปได้!” กานต์ตะโกน
กร้าวและไหมรู้ดีว่านี่คือการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่สุด และอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเขา...
กร้าวกระโจนออกจากช่องระบายอากาศ เข้าปะทะกับกานต์อย่างจัง การปะทะกันของทั้งสองสร้างเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องโถง
“แก...แกคือคนที่ฉันตามหา” กานต์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล “แกเข้ามาในที่ของฉันทำไม!”
“มาเพื่อจบทุกอย่าง!” กร้าวตะโกนตอบ พลางปล่อยหมัดหนักใส่กานต์
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด กร้าวใช้ทุกทักษะที่เขามีในการต่อสู้กับกานต์ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล แต่เขาก็ยังคงสู้ต่อไป
ไหมเองก็ไม่น้อยหน้า เธอใช้ทักษะของเธอในการต่อสู้กับนักบวชชุดดำ และเหล่าทหารที่พยายามเข้ามาขวาง
“ดวงตาอสูร”... คือพลังที่พวกมันต้องการปลุก และกร้าวรู้ดีว่าถ้าพวกมันทำสำเร็จ โลกทั้งใบก็จะตกอยู่ในอันตราย
เขาจะต้องหยุดยั้งกานต์ และทำลาย “ดวงตาอสูร” ให้จงได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
แต่ในขณะที่กร้าวกำลังจะหาจังหวะโจมตีจุดตาย กานต์กลับใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่าง ทำให้กร้าวเสียจังหวะ
“แกคิดว่าแกจะชนะฉันได้งั้นเหรอ?” กานต์หัวเราะเยาะ “แกมันก็แค่เศษธุลี!”
พลันนั้นเอง สิ่งที่กร้าวไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เพลิงทมิฬ นัยน์ตาอสูร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก