ตะวันยืนนิ่งกลางตรอกแคบที่ไร้ผู้คน กลิ่นโลหะเย็นเยียบที่ตีจมูกนั้นเข้มข้นขึ้นจนรู้สึกได้ถึงความอันตรายที่คุกคามอยู่เบื้องหน้า ลมหนาวที่พัดมากระทบผิวหนังเย็นเยียบ แต่ความรู้สึกที่ปั่นป่วนภายในกายกลับร้อนระอุราวกับไฟที่กำลังจะลุกโชน แสงไฟนีออนสีซีดจากป้ายร้านค้าที่ปิดตาย สาดส่องเป็นเงารางๆ สะท้อนบนผนังอิฐมอญที่ผุพัง เป็นฉากหลังอันน่าขนลุกให้กับตรอกแห่งนี้
"กลิ่นนี้..." เสียงแหบพร่าของตะวันดังขึ้นเบาๆ เขาจำกลิ่นนี้ได้ มันเป็นกลิ่นที่ปะปนมากับความตาย กลิ่นของเลือดแห้ง กลิ่นของโลหะที่เปื้อนคราบเลือด และที่สำคัญ มันคือกลิ่นที่เขาพยายามจะหลีกหนีมาตลอดชีวิต
สายตาของตะวันสอดส่องไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เขาเคยชินกับการใช้ชีวิตอยู่บนคมมีด การเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่คับขันคือสัญชาตญาณที่ฝังลึกอยู่ในตัวเขา เขาค่อยๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบ เสียงฝีเท้าของเขาแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมที่หอนหวีดหวิว
ยิ่งก้าวลึกเข้าไปในตรอก กลิ่นโลหะก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น จนแทบจะสัมผัสได้ถึงอนุภาคโลหะที่ลอยอยู่ในอากาศ เขาหยุดชะงักเมื่อสายตาปะทะเข้ากับเงาตะคุ่มที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหน้า เงาดำทะมึนที่ขยับไหวเล็กน้อย ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มโจมตี
"ใคร?" ตะวันเปล่งเสียงถามออกไป น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและอำนาจ แต่ก็แฝงด้วยความระแวง
เงานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนออกมาจากมุมมืด ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกบดบังด้วยเงาของหมวกปีกกว้าง ทำให้มองไม่เห็นรายละเอียดใดๆ ทว่าสิ่งที่ทำให้ตะวันต้องผงะคือปืนพกที่ถูกยกขึ้นมาเล็งตรงมาที่เขา ปลายกระบอกปืนสีดำสะท้อนแสงไฟนีออนอย่างเยือกเย็น
"แกมาทำอะไรที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากภายใต้หมวก ใบหน้าของคนตรงหน้ายังคงซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด แต่ตะวันสัมผัสได้ถึงความอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเขา
ตะวันยืนนิ่งไม่ขยับ เขาพยายามประเมินสถานการณ์ เขาไม่เคยเห็นหน้าชายคนนี้มาก่อน และไม่เคยมีใครมาก่อนที่บังอาจเข้ามาเผชิญหน้ากับเขาในที่แบบนี้
"ข้าก็แค่เดินผ่านมา" ตะวันตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาท่าทีให้เป็นปกติที่สุด แต่ในใจของเขากลับกำลังคำนวณถึงทางหนีทีไล่ เขาไม่ต้องการที่จะมีเรื่องในที่แบบนี้ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาก็พร้อมที่จะต่อสู้
"เดินผ่านมา? ในตรอกนี้? อย่ามาเล่นตลก" ชายปริศนาหัวเราะเยาะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นแห้งผากราวกับเศษใบไม้ที่ถูกเหยียบย่ำ "แกไม่ใช่คนแถวนี้ ฉันรู้"
ตะวันเม้มปากแน่น เขาเริ่มรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ชายคนนี้มีความสามารถในการสังเกตการณ์สูง และดูเหมือนจะรู้จักตรอกแห่งนี้เป็นอย่างดี
"แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ?" ตะวันถามกลับ เขาค่อยๆ วางมือลงบนด้ามมีดที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืด เขาพร้อมที่จะชักมีดออกมาได้ทุกเมื่อ
"ถ้าไม่ใช่... แกก็เป็นอันตราย" ชายปริศนาพูดจบ ก็เลื่อนนิ้วไปวางที่ไกปืน "บอกมา แกมาทำอะไรที่นี่ หรือแกจะให้ฉันพาแกไปพบกับความตาย?"
ลมหนาวโหมกระหน่ำเข้ามาอีกครั้ง เหมือนจะยิ่งเพิ่มบรรยากาศแห่งความตึงเครียด แสงไฟนีออนกระพริบถี่ขึ้น สร้างเงาที่บิดเบี้ยวไปมาบนพื้นถนน ราวกับกำลังเต้นระบำแห่งความตาย
"ข้าไม่มีอะไรจะบอกแก" ตะวันกล่าวเสียงหนักแน่น เขาตัดสินใจแล้วว่าการต่อสู้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทันทีที่ตะวันพูดจบ ชายปริศนาไม่รอช้า เขากระชากไกปืนออกไป เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วตรอกแคบ สะท้อนก้องเป็นวงกว้าง
ตะวันตอบสนองได้อย่างฉับไว เขาไม่รอให้กระสุนนัดแรกมาถึงตัว เขากระโจนหลบไปด้านข้างทันที กระสุนเจาะผ่านอากาศไปเฉียดไหล่เขาไปอย่างหวุดหวิด
"เร็วพอตัวนี่" ชายปริศนาพึมพำอย่างไม่พอใจ เขาเล็งปืนอีกครั้ง
ตะวันใช้จังหวะที่ชายปริศนาเล็งปืน พุ่งตัวเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว เขากลิ้งตัวไปบนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยเศษขยะและคราบสกปรก หลบกระสุนนัดที่สองที่ตามมาอย่างฉิวเฉียด
"แกมันพวกไร้ค่า" ชายปริศนาตะโกนขณะที่ตะวันกำลังเคลื่อนที่เข้าหา
แต่ก่อนที่ตะวันจะเข้าถึงตัวชายปริศนา ชายอีกคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากเงามืดด้านข้าง ร่างสูงใหญ่กำยำ ถือไม้เบสบอลเหล็กในมือ เขาพุ่งเข้ามาโจมตีตะวันทันที
ตะวันเห็นชายคนที่สองก็ต้องชะงักเล็กน้อย แต่ก็ตั้งสติได้ในทันที เขาใช้เทคนิคการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างดี หลบการฟาดของไม้เบสบอลได้อย่างหวุดหวิด
"พวกแกเป็นใครกันแน่?" ตะวันถามขณะที่หลบหลีกการโจมตีจากชายร่างใหญ่
"แกไม่จำเป็นต้องรู้" ชายร่างใหญ่ตอบเสียงห้วน เขาออกหมัดหนักเข้าใส่ตะวันอย่างต่อเนื่อง
ตะวันรู้ตัวว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ เขาต้องเผชิญหน้ากับนักแม่นปืน และนักมวยร่างยักษ์พร้อมกัน เขาต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อเอาชีวิตรอด
ตะวันกัดฟันสู้ เขาพลิกตัวหลบหมัดของชายร่างใหญ่ แล้วใช้จังหวะที่ชายคนนั้นเสียหลัก เตะตัดขาอย่างรวดเร็ว ชายร่างใหญ่เสียการทรงตัว ล้มลงไปกองกับพื้น
"แกมันก็แค่นี้" ตะวันพูดเหน็บแนม
แต่ก่อนที่ตะวันจะได้มีโอกาสจัดการกับชายร่างใหญ่ ชายปริศนาที่ถือปืนอยู่ ก็ยิงปืนขึ้นฟ้าอีกครั้ง เป็นสัญญาณ
ไม่นานนัก ร่างของชายชุดดำอีกหลายคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดของตรอก พวกเขามีอาวุธครบมือ และดูเหมือนจะพร้อมสำหรับการต่อสู้เต็มรูปแบบ
ตะวันรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้น เขาติดกับดักเสียแล้ว
"แกคงคิดว่าแกเก่งสินะ" ชายปริศนาเดินเข้ามาหาตะวันอย่างช้าๆ "แต่แกคิดผิดแล้ว"
ตะวันถอยหลังอย่างระมัดระวัง เขาสังเกตเห็นว่าชายชุดดำที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นนั้น ไม่ได้มีท่าทีที่จะโจมตีเขาในทันที พวกเขายืนเรียงแถวกันอยู่ราวกับเป็นองครักษ์
"พวกแกเป็นใครกันแน่? มาเฟีย? หรือหน่วยงานลับ?" ตะวันถาม
"แกไม่จำเป็นต้องรู้" ชายปริศนาพูดซ้ำ "แต่ที่แน่ๆ คือ แกกำลังจะตาย"
ตะวันรู้ว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับคนทั้งหมดนี้ได้ เขาต้องหาทางหนี
เขาสังเกตเห็นช่องทางเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นทางออกฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่หลังถังขยะใบใหญ่
"ข้าไม่รู้ว่าพวกแกเป็นใคร แต่ข้าไม่กลัวพวกแก!" ตะวันตะโกน เขาเตรียมตัวที่จะพุ่งเข้าไปยังช่องทางนั้น
"คิดว่าหนีพ้นเหรอ?" ชายปริศนาหัวเราะ "ไม่มีใครหนีพ้นเงาของพวกเราไปได้"
ตะวันไม่รอฟังคำพูดใดๆ อีก เขาออกแรงวิ่งสุดกำลังไปยังช่องทางนั้น
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง กระสุนเจาะผ่านอากาศมาเฉียดร่างของตะวันไปหลายนัด แต่ตะวันก็ยังคงวิ่งต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
เขากระโดดข้ามถังขยะใบนั้น แล้วพุ่งเข้าสู่ช่องทางเล็กๆ ที่มืดมิด
"ตามมันไป!" ชายปริศนาออกคำสั่ง
ร่างของชายชุดดำหลายคนพุ่งตามตะวันเข้าไปในช่องทางนั้นทันที
ตะวันวิ่งไปตามทางเดินแคบๆ ที่มืดสนิท กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบต่างๆ คลุ้งไปทั่ว เขาไม่รู้ว่าทางเดินนี้จะนำพาเขาไปที่ใด แต่เขาก็รู้ว่านี่คือโอกาสเดียวของเขา
เสียงฝีเท้าของพวกที่ตามมาดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตะวันสัมผัสได้ถึงลมหายใจของพวกมันที่รดต้นคอ
"แกหนีไม่พ้นหรอก!" เสียงของชายปริศนาตะโกนมาแต่ไกล
ตะวันเร่งฝีเท้าขึ้น เขาเห็นแสงสว่างรำไรอยู่เบื้องหน้า มันอาจจะเป็นทางออก หรืออาจจะเป็นกับดักอีกอย่างหนึ่ง
เขากระโดดพุ่งออกไปจากทางเดินแคบๆ นั้น
สิ่งที่เขาพบไม่ใช่ถนน แต่เป็นโถงกว้างขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยแสงไฟสว่างจ้า และที่สำคัญที่สุด คือคลังแสงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชนิด
"นี่มัน..." ตะวันอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
เขาหันกลับไปมองทางเดินที่เขาเพิ่งออกมา ก็เห็นร่างของชายชุดดำหลายคนกำลังทยอยออกมาจากทางนั้น ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเรา" ชายปริศนาปรากฏตัวขึ้นที่ปากทางเดิน เขาก้าวเข้ามาในโถงกว้างอย่างช้าๆ "และยินดีต้อนรับสู่จุดจบของแก"
ตะวันยืนประจันหน้ากับชายปริศนาและเหล่านักฆ่าอีกหลายคน ในคลังแสงใต้ดินที่เต็มไปด้วยอันตราย เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว นอกจากต้องต่อสู้
ทันใดนั้นเอง แสงไฟในโถงก็ดับวูบลงอย่างกะทันหัน
ความมืดมิดเข้าปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง
ตะวันได้ยินเสียงฝีเท้าที่แตกตื่น และเสียงตะโกนด้วยความตกใจของพวกนักฆ่า
นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวของเขา… ในความมืดมิดนี้เอง เขาจะทลายเงาบาปที่กำลังไล่ล่าเขาอยู่!

ทลายเงาบาป
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก