ไอระเหยสีขาวขุ่นที่ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าตะวันนั้นหนาทึบจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งใด ภาพตรอกซอยที่เคยเห็นรางๆ บัดนี้เลือนหายไปใต้หมอกเย็นยะเยือก กลิ่นโลหะเย็นเยียบที่โชยมาพร้อมกับไอน้ำนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น ชวนให้นึกถึงความทรงจำอันเลวร้ายที่พยายามจะลบล้างทิ้งไป
ตะวันสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามจะจับสัมผัสของอากาศที่เย็นผิดปกติให้ได้ชัดเจนกว่านี้ มันไม่ใช่ลมหนาวธรรมดา แต่มันมีความเย็นที่กัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูก สัมผัสได้ถึงความชื้นที่เกาะตามผิวหนังอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากำลังยืนอยู่กลางพายุหิมะที่มองไม่เห็น
“นี่มันอะไรกันแน่…” เสียงของตะวันลอดผ่านลำคอแหบพร่าออกมาเบาๆ เขาขยับเท้าไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ปลายเท้าสัมผัสกับพื้นคอนกรีตที่เปียกชื้น เขาไม่รู้ว่าภาพที่เห็นตรงหน้าคือภาพลวงตา หรือเป็นปรากฏการณ์จริงที่เกิดขึ้น
ทันใดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกบางอย่างที่ด้านหลัง มือใหญ่แข็งแรงคว้าเข้าที่ต้นแขนของเขาอย่างรวดเร็ว ตะวันสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมอง
“ระวัง!” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ดวงตาคู่หนึ่งฉายแววตื่นตระหนก
เงาร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้นด้านหลังเขา ร่างนั้นสวมชุดสีดำสนิท กลมกลืนไปกับความมืดในตรอก แต่ใบหน้าภายใต้หมวกแก๊ปสีดำที่สวมอยู่นั้นชัดเจนพอที่จะเห็นแววตาของเขา
“คุณ… ใคร?” ตะวันถามเสียงแข็ง มืออีกข้างเลื่อนไปจับด้ามมีดที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็กเก็ต
“ใจเย็นก่อน” ชายคนนั้นพูด พลางผ่อนแรงที่จับต้นแขนตะวันออกเล็กน้อย “ผมเห็นคุณยืนจ้องอะไรบางอย่างนานแล้ว นึกว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย”
ตะวันยังคงระแวง แววตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของชายแปลกหน้า เขาเคยเจอคนแบบนี้มามากพอที่จะรู้ว่าคำพูดอาจจะสวยหรู แต่การกระทำอาจจะตรงกันข้าม
“แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?” ตะวันถาม พยายามจะจับสังเกตท่าทีของอีกฝ่าย
“ผมก็กำลังตามหาบางอย่างเหมือนกัน” ชายคนนั้นตอบ น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตะวันอ่านไม่ออก “คุณเห็นอะไรผิดปกติรึเปล่า?”
ตะวันเหลือบมองไปยังกลุ่มไอระเหยสีขาวขุ่นที่ยังคงก่อตัวอยู่เบื้องหน้า “ผมเห็น… หมอก”
“หมอก?” ชายคนนั้นเลิกคิ้ว “แต่ที่นี่มันไม่มีหมอกนะ”
“คุณก็เห็นมันไม่ใช่เหรอ?” ตะวันถามกลับ “ไอระเหยพวกนั้น… มันกำลังก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ”
ชายคนนั้นหรี่ตาลง มองไปยังทิศทางที่ตะวันชี้ เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์
“คุณพูดถูก” เขาตอบในที่สุด “มันไม่ใช่หมอกธรรมดา… มีอะไรบางอย่างผิดปกติ”
เขาเดินเข้าใกล้ไอระเหยนั้นมากขึ้นอย่างกล้าหาญ ตะวันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวตามไป
เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้กลุ่มไอระเหยนั้นมากขึ้น ตะวันก็สัมผัสได้ถึงความเย็นที่รุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่แค่ความเย็นธรรมดา แต่มันมีความเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากแหล่งกำเนิดบางอย่าง
“กลิ่นนี้…” ชายคนนั้นพึมพำ “ผมคุ้นๆ…”
ตะวันพยักหน้าเห็นด้วย กลิ่นโลหะเย็นเยียบที่คุ้นเคยนั้นทำให้ความรู้สึกไม่สบายใจของเขายิ่งทวีคูณขึ้น
“มันเหมือนกับ… น้ำแข็งแห้ง” ชายคนนั้นกล่าว
“น้ำแข็งแห้ง?” ตะวันทวนคำ “แต่มันไม่ใช่”
“ผมรู้” เขาตอบ “มันเหมือนกว่านั้น… มันมีความบริสุทธิ์ของโลหะที่ถูกทำให้เย็นจัด”
ทั้งสองยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองกลุ่มไอระเหยที่กำลังค่อยๆ ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่กลุ่มหมอกที่ก่อตัวขึ้นเอง แต่มันดูเหมือนจะถูกควบคุมโดยบางสิ่งบางอย่าง
“คุณคิดว่านี่คืออะไร?” ตะวันถาม
“ผมไม่แน่ใจ” ชายคนนั้นตอบ “แต่ผมรู้ว่ามันไม่ควรจะอยู่ที่นี่… ในตรอกซอยแบบนี้”
เขาเดินสำรวจไปรอบๆ บริเวณนั้น พลางชี้ไปยังผนังอิฐมอญเก่าแก่ที่ผุกร่อน
“สังเกตไหมว่าผนังตรงนี้มันเย็นกว่าที่อื่น?” เขาถาม
ตะวันลองสัมผัสผนังอิฐมอญดู มันเย็นจัดจนแทบจะปวดมือ “ใช่… เย็นผิดปกติ”
“และยิ่งไปกว่านั้น…” ชายคนนั้นเดินไปหยุดอยู่หน้าผนังบางส่วนที่ดูเหมือนจะมีคราบสนิมหนาเกาะติด “คราบสนิมพวกนี้… มันดูเหมือนจะถูกทำให้เย็นจนแข็งตัว”
ตะวันมองตามอย่างตั้งใจ คราบสนิมที่ดูเหมือนจะเคยเป็นสีน้ำตาลแดง บัดนี้กลับมีประกายสีเงินจางๆ แซมอยู่ และมีความเย็นจัดออกมาจากมันอย่างเห็นได้ชัด
“มันไม่ใช่แค่ไอเย็นธรรมดา” ตะวันสรุป “แต่มันเป็น… อะไรบางอย่างที่กำลังถูกสร้างขึ้น”
“หรือกำลังถูกทำลาย” ชายคนนั้นเสริม
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างดังขึ้นจากภายในกลุ่มไอระเหย เสียงนั้นเบามาก แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้ทั้งสองคนหยุดนิ่ง
“เสียงอะไร?” ตะวันถาม
“เหมือนเสียง… การทำงานของเครื่องจักร” ชายคนนั้นตอบ
“เครื่องจักร?” ตะวันทวนคำ “ในตรอกนี้เนี่ยนะ?”
“ผมไม่แน่ใจ” เขาถอนหายใจ “แต่ผมได้กลิ่นบางอย่าง… กลิ่นน้ำมันเครื่องที่ผสมกับกลิ่นสนิม”
ทั้งสองมองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจ
“คุณชื่ออะไร?” ตะวันถาม
“ผมชื่อ… นที” ชายคนนั้นตอบ
“ตะวัน”
“ยินดีที่ได้รู้จัก ตะวัน” นทีพูด “ดูเหมือนว่าเรากำลังเจออะไรที่ใหญ่กว่าที่เราคิด”
“นั่นสินะ” ตะวันพยักหน้า “แล้วตอนนี้เราจะทำยังไง?”
“ผมว่าเราต้องเข้าไปดูให้แน่ใจว่ามันคืออะไร” นทีกล่าว
“เข้าไปในหมอกนั่นน่ะเหรอ?” ตะวันเลิกคิ้ว “เราไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร”
“เราก็ต้องทำให้รู้” นทีตอบ “ถ้ามันเป็นอันตราย เราจะได้เตรียมตัวรับมือ”
ตะวันคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขามักจะทำงานคนเดียวเสมอ การร่วมมือกับคนแปลกหน้าไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปรากฏการณ์ตรงหน้ามันแปลกประหลาดเกินกว่าจะมองข้าม
“ก็ได้” ตะวันตกลง “แต่เราต้องระวังตัวให้มากที่สุด”
“แน่นอน” นทีตอบ
ทั้งสองก้าวเข้าไปในกลุ่มไอระเหยสีขาวขุ่นนั้นอย่างช้าๆ ความเย็นจัดกัดกินผิวหนังจนรู้สึกชา แต่พวกเขาก็ยังคงเดินหน้าต่อไป
เมื่อพวกเขาเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มไอระเหยก็ยิ่งหนาทึบขึ้นจนแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย เสียงการทำงานของเครื่องจักรก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ทันใดนั้น แสงไฟสีเขียวเรืองรองก็สว่างวาบขึ้นมาจากภายในกลุ่มหมอก แสงนั้นสว่างมากจนทำให้ทั้งสองต้องหรี่ตาลง
เมื่อแสงนั้นจางลง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเขาคือ…
ภาพที่น่าตกตะลึง ตรอกซอยแคบๆ ที่พวกเขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่ บัดนี้ได้กลายสภาพไปอย่างสิ้นเชิง ผนังอิฐมอญที่เคยผุกร่อน บัดนี้กลับเรียบเนียนราวกับถูกฉาบด้วยโลหะสีดำวาววับ และที่สำคัญที่สุด…
กลางตรอกซอยนั้น มีวัตถุโลหะขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ วัตถุนั้นมีรูปทรงประหลาด คล้ายกับเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยท่อ สายไฟ และกลไกที่ซับซ้อน มันกำลังเปล่งแสงสีเขียวเรืองรองออกมาจากส่วนกลางของมัน และจากส่วนต่างๆ ของวัตถุนั้น ก็มีกลุ่มไอระเหยสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
“นี่มัน… อะไรกันแน่?” ตะวันอุทานเสียงแผ่ว
“ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย” นทีกล่าว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอึ้ง
วัตถุโลหะขนาดยักษ์นั้นดูเหมือนจะกำลังทำงานอยู่ กลไกต่างๆ ขยับเขยื้อนด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง ชวนให้รู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายใน
“ผมว่า… เราอาจจะเจอสิ่งที่ตามหามานานแล้วก็ได้” นทีกล่าว ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความตื่นเต้นระคนหวาดกลัว
ตะวันมองไปยังวัตถุนั้นอย่างพิจารณา เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างเช่นกัน
“แต่นี่มันไม่ใช่แค่เครื่องจักรธรรมดาแน่ๆ” ตะวันกล่าว
“แน่ล่ะ” นทีตอบ “สังเกตดีๆ… ตรงกลางของมัน… มันเหมือนจะเป็น… ห้องทดลอง”
ตะวันเพ่งมองไปยังส่วนกลางของวัตถุนั้น เมื่อแสงสีเขียวเรืองรองสว่างขึ้น เขาก็เห็นได้รางๆ ว่าภายในนั้นมีบางสิ่งบางอย่างกำลังถูกสร้างขึ้น หรือถูกประกอบขึ้น
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไป?” นทีหันมาถามตะวัน
ตะวันยังคงจ้องมองไปยังวัตถุขนาดยักษ์นั้น “เราต้องเข้าไปดูให้ใกล้กว่านี้”
“เข้าไปในนั้นน่ะเหรอ?” นทีถามอย่างไม่แน่ใจ
“เราต้องรู้ว่ามันคืออะไร… และมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร” ตะวันตอบ เสียงของเขาหนักแน่น
เขาหันไปมองนที “คุณพร้อมไหม?”
นทีพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ผมพร้อม”
ทั้งสองก้าวเข้าไปใกล้เครื่องจักรขนาดยักษ์นั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ความเย็นจัดจากไอระเหยยิ่งรุนแรงขึ้น แต่พวกเขาก็ไม่ย่อท้อ
เมื่อพวกเขามาถึงฐานของเครื่องจักรขนาดยักษ์นั้น ตะวันสังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสนใจ
“ดูนั่นสิ” ตะวันชี้ไปยังส่วนหนึ่งของฐานเครื่องจักร “มีรอยบาก… เหมือนเป็นทางเข้า”
นทีเพ่งมองตาม “ใช่… เป็นรอยบากที่ดูเหมือนจะถูกเปิดออกได้”
ทั้งสองพยายามจะดันรอยบากนั้นให้เปิดออก แต่ก็ยังคงแข็งทื่อ
“ต้องมีกลไกบางอย่าง” นทีกล่าว
ขณะที่ทั้งสองกำลังพยายามหาวิธีเปิดทางเข้าอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง…
เสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหว ดังก้องไปทั่วทั้งตรอกซอย!
พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
วัตถุโลหะขนาดยักษ์นั้นเริ่มสว่างวาบด้วยแสงสีแดงฉาน!
กลุ่มไอระเหยสีขาวขุ่นที่พวยพุ่งออกมา เริ่มกลายเป็นสีแดงเข้ม!
“แย่แล้ว!” นทีตะโกน “มันกำลังจะ… ระเบิด!”
ตะวันหันขวับไปมองเครื่องจักรขนาดยักษ์นั้นด้วยความตกตะลึง แววตาของเขาฉายแววของอันตรายที่กำลังคุกคามอย่างใกล้ชิด
“หนี!” ตะวันตะโกน
แต่ทันใดนั้นเอง…
เงาร่างสีดำสนิทก็พุ่งออกมาจากภายในกลุ่มไอระเหยสีแดงฉานนั้น! ร่างนั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า!
เงาร่างนั้นพุ่งตรงมาที่… ตะวัน!

ทลายเงาบาป
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก