ทลายเงาบาป

ตอนที่ 12 — ปรากฏการณ์แห่งเงา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,026 คำ

ตะวันยืนนิ่งราวกับถูกตรึงเอาไว้ด้วยมนต์สะกด สัมผัสเย็นยะเยือกจากไอระเหยสีขาวขุ่นที่ลอยอวลอยู่รอบตัวมันค่อยๆ คืบคลานเข้าสู่ร่าง กลิ่นโลหะเย็นเยียบที่ฉุนจัดจนแสบจมูก ชวนให้นึกถึงน้ำแข็งแห้ง หรือไม่ก็สารเคมีบางชนิดที่มนุษย์ไม่ควรกระทำกับร่างกายตัวเอง มันไม่ได้กลัว แต่ความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในใจนั้นรุนแรงเกินกว่าจะอธิบายได้ ‌ราวกับว่าธรรมชาติกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง ที่มีนัยสำคัญยิ่งกว่าการปรากฏตัวของศัตรูใดๆ ที่เคยเผชิญหน้ามา

หมอกหนาทึบที่เคยบดบังทัศนวิสัย บัดนี้กลับเริ่มบางลงอย่างช้าๆ ไม่ใช่เพราะลมพัด หรืออากาศที่เบาบางลง แต่มันราวกับว่าไอระเหยนั้นกำลังถูกดูดซับกลับเข้าไปในผนังอิฐมอญที่ผุกร่อน หรือไม่ก็สลายตัวหายไปอย่างเงียบเชียบ ​เหลือไว้เพียงภาพของตรอกแคบที่เริ่มปรากฏให้เห็นอีกครั้ง แสงไฟนีออนสีซีดจางๆ เดิมทีก็ไม่สว่างมากนัก บัดนี้ยิ่งดูหรี่ลงไปอีก เมื่อถูกหมอกที่จางหายไปนั้นกลืนกิน

เบื้องหน้าของตะวัน ปรากฏเงาดำทะมึน รูปร่างสูงใหญ่ผิดมนุษย์ ราวกับก้อนหินที่ถูกสกัดขึ้นมาอย่างหยาบๆ ‍มันไม่เคลื่อนไหว ไม่ส่งเสียงใดๆ แต่ความรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น ชวนให้ขนลุกซู่ ตะวันเพ่งสายตามอง เงาดำนั้นค่อยๆ ปรากฏรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่เงาจากสิ่งของ ‌หรือผู้คน แต่เป็นเงาที่ก่อตัวขึ้นเองจากความมืดมิด ความมืดที่เคยคิดว่าเป็นเพียงการขาดแสง บัดนี้กลับมีชีวิต มีรูปทรง และมีตัวตน

"นี่มันอะไรกันแน่" ตะวันพึมพำกับตัวเอง เสียงของมันแหบพร่าเล็กน้อย ‍ราวกับว่าลำคอถูกบีบรัดด้วยความตึงเครียด

ทันใดนั้นเอง เงาดำนั้นก็ขยับ มันไม่ได้ก้าวเดิน แต่ดูเหมือนจะเลื้อยเคลื่อนเข้ามาหาอย่างช้าๆ ผนังอิฐมอญที่เคยผุกร่อน บัดนี้ดูเหมือนจะกลืนกินแสงไฟนีออนเหล่านั้นเข้าไป ราวกับว่าความมืดที่ก่อตัวเป็นรูปร่างนั้น มีอำนาจที่จะดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่าง

"อย่าเข้ามา!" ​ตะวันตะโกน เสียงกึกก้องในตรอกแคบ มันชักปืนพกที่พกติดตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ปลดเซฟตี้ออก เสียงคลิกของเซฟตี้ฟังดูเล็กน้อยเสียจนแทบจะไม่ได้ยินท่ามกลางความเงียบงันที่น่าขนลุก

เงาดำนั้นยังคงคืบคลานเข้ามาอย่างไม่ลดละ มันไม่แสดงท่าทีว่าจะหลบหลีก หรือตอบโต้เมื่อตะวันยกปืนขึ้นเล็ง ตะวันกัดฟันกรอด ​ความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันไม่ใช่ความกลัวในอันตราย แต่เป็นความรู้สึกที่เหมือนกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่จริงในโลก

"ฉันเตือนแล้วนะ!" ตะวันตัดสินใจเหนี่ยวไกปืน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในตรอกแคบ กระสุนพุ่งตรงเข้าใส่เงาดำกลางลำตัว

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย กระสุนพุ่งผ่านร่างเงาดำไปอย่างไร้ผล ราวกับว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตา ​หรือไอน้ำที่กำลังสลายตัวไป ตะวันเบิกตากว้าง ความรู้สึกเย็นเยียบที่เคยสัมผัสเมื่อครู่ บัดนี้กลับกลายเป็นความหนาวสั่นที่แล่นไปทั่วทั้งตัว

"เป็นไปไม่ได้!"

เงาดำนั้นยังคงคืบคลานเข้ามา มันเริ่มส่งเสียง เสียงนั้นแหวกอากาศที่เงียบสงัด ราวกับเสียงลมหายใจของสัตว์ร้ายที่กำลังจะโผเข้าตะครุบเหยื่อ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล่องเสียง แต่มันเหมือนเสียงที่มาจากเบื้องลึกของบางสิ่งบางอย่างที่เก่าแก่ และทรงพลัง

ตะวันถอยหลังอย่างรวดเร็ว เขาพยายามกวาดสายตาไปรอบๆ หาทางหนี หรือหาอาวุธอื่น แต่ผนังอิฐมอญทั้งสองข้างดูเหมือนจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับว่าตรอกแห่งนี้กำลังบีบตัวเข้าหากัน

"แกเป็นใครกันแน่!" ตะวันตะโกนถาม พยายามชะลอการเคลื่อนที่ของเงาดำนั้นด้วยการตะโกน

เงาดำนั้นตอบกลับมาด้วยเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงนั้นค่อยๆ แปรเปลี่ยนรูปไป มีความหมายแฝงเร้นอยู่ภายใน เป็นภาษาที่ตะวันไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่มันกลับสื่อสารเข้ามาถึงจิตใต้สำนึกของเขาอย่างชัดเจน

"เงา... บาป... ที่ต้องชดใช้..."

คำพูดเหล่านั้นราวกับมีคมมีดกรีดลงไปในโสตประสาทของตะวัน บาป? เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองมีบาปหนักหนาถึงขนาดที่ต้องมีสิ่งมีชีวิตประหลาดเช่นนี้ตามล่า

"ฉันไม่มีบาปอะไรทั้งนั้น!" ตะวันสวนกลับอย่างหัวเสีย ความโกรธเริ่มเข้าครอบงำ แทนที่ความหวาดกลัว

เขาตัดสินใจยิงอีกครั้ง คราวนี้เล็งไปที่บริเวณที่คิดว่าน่าจะเป็น "หัว" ของเงาดำนั้น เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม กระสุนยังคงพุ่งผ่านไปอย่างง่ายดาย

"แกมันก็เป็นแค่ภาพลวงตา! เป็นแค่ผี!" ตะวันตะโกนลั่น

เงาดำนั้นหัวเราะ เสียงหัวเราะของมันเย็นเยียบ และชวนสยองขวัญ ราวกับเสียงน้ำแข็งเสียดสีกัน

"ไม่ใช่ผี... แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากบาป..."

ตะวันรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังถาโถมเข้ามา มันไม่ใช่แค่พลังงานทางกายภาพ แต่เป็นพลังงานทางจิตใจที่มองไม่เห็น ราวกับว่าความมืดที่ก่อตัวเป็นรูปร่างนั้น กำลังจะกลืนกินจิตวิญญาณของเขา

"ถอยไป!" ตะวันตะโกนอีกครั้ง พร้อมกับพุ่งเข้าใส่เงาดำนั้นด้วยความบ้าบิ่น เขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรลงไป แต่ในวินาทีนั้น เขาต้องการเผชิญหน้ากับมันตรงๆ ไม่ใช่วิ่งหนี

เขาพุ่งเข้าใส่เงาดำนั้น แต่แทนที่จะชนเข้ากับก้อนวัตถุที่มีตัวตน ตะวันกลับรู้สึกราวกับว่ากำลังวิ่งผ่านม่านน้ำที่เย็นเฉียบ เขาตัวเย็นเฉียบไปทั่วทั้งตัว ราวกับว่าอุณหภูมิในร่างกายลดลงฮวบฮาบ

เมื่อพ้นผ่านร่างเงาดำมาได้ ตะวันหันกลับไปมอง เขาเห็นเงาดำนั้นยืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิม เพียงแต่มันดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ราวกับว่ามันได้ดูดซับพลังงานบางอย่างจากตัวเขาไป

"แก..." ตะวันพยายามพูด แต่เสียงของเขาติดขัด

ทันใดนั้นเอง ตะวันก็รู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกายของตัวเอง เขาเห็นมือของตัวเอง... มันเริ่มจางลง! แสงไฟนีออนสีซีดๆ ที่ส่องมา ยังคงส่องผ่านแขนของเขาได้!

"ไม่จริง!" เขาตะโกนลั่น ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์

เขายกมืออีกข้างขึ้นมาดู มันก็เป็นเช่นเดียวกัน แขนของเขาเริ่มโปร่งแสง และบางลงเรื่อยๆ ราวกับว่าเขากำลังจะกลายเป็นเงาไปอีกคน

"แกทำอะไรกับฉัน!" ตะวันตะโกนถามเงาดำนั้นอย่างสิ้นหวัง

เงาดำนั้นยังคงยืนนิ่ง แต่จากภายในร่างเงาที่ทะมึนนั้น มีเสียงกระซิบดังขึ้นมาอีกครั้ง

"ชดใช้... ในสิ่งที่ถูกลืม..."

ตะวันทรุดตัวลงกับพื้น เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมายร้ายแรง... หรือเปล่า? ความคิดของเขาเริ่มสับสน ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีสิ่งใดที่เชื่อมโยงกับการปรากฏตัวของเงาบาปนี้ได้เลย

"สิ่งที่ถูกลืม... อะไรคือสิ่งที่ถูกลืม..." ตะวันพึมพำ เขาพยายามรวบรวมสติ พยายามหาคำตอบ

ทันใดนั้นเอง เขาเห็นเงาดำนั้นเริ่มขยับอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้คืบคลานเข้ามา แต่กลับหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ราวกับพายุหมุนที่ก่อตัวขึ้น

"พลังของเงา... กำลังครอบงำ..." เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง

ตะวันรู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาหวิว เขาพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ขาของเขาก็ไม่ตอบสนอง

"ไม่! ฉันไม่ยอม!" เขาตะโกนสุดเสียง

แต่เสียงของเขาก็เริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ราวกับว่ามันกำลังถูกกลืนกินไปพร้อมกับร่างกายที่จางหายไป

เงาดำนั้นหมุนวนเร็วขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มดูดเอาความมืดจากผนังอิฐมอญรอบข้างเข้ามา รวมทั้งแสงไฟนีออนที่สลัวๆ นั้นด้วย

ตะวันมองดูมือของตัวเองอีกครั้ง มันโปร่งแสงจนแทบจะมองไม่เห็นแล้ว เหลือเพียงโครงร่างที่กำลังจะสลายไป

"ใคร... ใครกันแน่... ที่ต้องชดใช้..." ตะวันพึมพำคำสุดท้ายก่อนที่สติของเขาจะเลือนลางไป

ในขณะที่ร่างกายของตะวันกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความมืดที่ก่อตัวเป็นเงาร่างนั้น จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากปากตรอก เสียงฝีเท้านั้นดังถี่ และหนักแน่น ราวกับว่ากำลังรีบร้อนเข้ามา

"ตะวัน! แกอยู่ที่นี่ใช่ไหม!" เสียงนั้นดังมาอย่างคุ้นเคย

ตะวันพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อตอบรับ แต่ก็ทำได้เพียงเสียงครางแผ่วเบา

เงาดำนั้นหยุดการหมุนวน มันหันกลับมามองไปยังต้นเสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามา

"อีกคน... ที่มีบาป..." เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง

ตะวันมองเห็นร่างของคนคนหนึ่ง กำลังวิ่งฝ่าความมืดเข้ามาในตรอกนั้นอย่างรวดเร็ว ร่างนั้นคือ "คิม" เพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดของเขา

"คิม..." ตะวันพึมพำชื่อนั้นอย่างแผ่วเบา

คิมวิ่งเข้ามาถึงตัวตะวัน และเห็นสภาพของตะวันในขณะนั้น เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

"ตะวัน! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมแกถึง..." คิมพูดไม่ทันจบประโยค

เงาดำนั้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง มันกำลังจะพุ่งเข้าใส่คิม

"หนีไป! คิม! หนีไป!" ตะวันตะโกนเตือน

แต่เงาดำนั้นเร็วกว่าที่คิด มันพุ่งเข้าใส่คิมอย่างรวดเร็ว...

ตะวันมองเห็นทุกอย่างราวกับภาพสโลว์โมชั่น ร่างกายของเขาแทบจะหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงจิตสำนึกที่กำลังจะดับวูบ

วินาทีนั้นเอง...

...บางสิ่งบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อก็ได้เกิดขึ้น...

...มันจะช่วยตะวันได้หรือไม่... หรือจะนำพาไปสู่หายนะที่ยิ่งกว่าเดิม...

...คำตอบจะอยู่ในตอนต่อไป...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ทลายเงาบาป

ทลายเงาบาป

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!