ทลายเงาบาป

ตอนที่ 14 — ปริศนาจากหมอกเย็น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,105 คำ

ความเย็นยะเยือกที่โอบล้อมร่างของตะวันนั้นไม่ใช่ความเย็นธรรมดา มันเป็นความเย็นที่กัดกินถึงกระดูก ลมหายใจที่พ่นออกมากลายเป็นไอสีขาวขุ่นที่ล่องลอยอยู่ในอากาศอันหนาทึบ กลิ่นโลหะเย็นฉับพลันยังคงรุนแรง ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกที่เกิดจากพิษเสียทีเดียว มันเป็นความรู้สึกที่ปนเปไปกับความหวังและความหวาดระแวง ความหวังว่านี่คือทางออก ‌และความหวาดระแวงว่ามันอาจเป็นกับดักที่ร้ายกาจกว่าเดิม

ตะวันสูดลมหายใจลึก พยายามทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่แปลกประหลาดนี้ ไอระเหยสีขาวขุ่นนั้นมีความหนาแน่นอย่างไม่น่าเชื่อ มันลดทอนการมองเห็นจนแทบจะเป็นศูนย์ แต่แทนที่จะทำให้เขาสิ้นหวัง มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขา ความรู้สึกที่เขาคุ้นเคยดีจากการเผชิญหน้ากับอันตรายมานับครั้งไม่ถ้วน

"นี่มันอะไรกันแน่..." เขาพึมพำกับตัวเอง ​เสียงแหบพร่าสะท้อนในความเงียบที่ถูกบดบังด้วยเสียงลมหายใจอันแผ่วเบาของเขาเอง

เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปข้างหน้า สัมผัสของนิ้วมือที่แห้งผากค่อยๆ ไล้ไปในอากาศที่เย็นเฉียบ เขาคาดหวังว่าจะเจออะไรบางอย่าง แต่กลับมีเพียงความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บ

"ไม่ใช่หมอก... ไม่ใช่น้ำแข็งแห้ง..." เขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ‍กลิ่นโลหะที่รุนแรงนั้นบอกเป็นนัยว่ามันเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางอุตสาหกรรมบางอย่าง หรืออาจเป็นการทดลองที่ผิดพลาด

ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากเบื้องหน้า เสียงนั้นเบามาก จนเกือบจะถูกกลืนหายไปในเสียงของอากาศที่หมุนวนอยู่รอบตัวเขา แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ตะวันหยุดนิ่ง

เสียงนั้นเหมือนเสียงกระซิบ... หรือเสียงเครื่องจักรบางชนิดที่กำลังทำงานอย่างเชื่องช้า

เขาเพ่งสมาธิอย่างสุดกำลัง หูของเขาพยายามแยกแยะเสียงนั้นออกจากบรรยากาศอันวุ่นวายรอบกาย

"มันอยู่ตรงนี้..." ‌เขาคิดในใจ "มันต้องมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างหน้า"

ด้วยความระมัดระวัง ตะวันก้าวเดินต่อไปอย่างช้าๆ เท้าของเขาพยายามเหยียบย่ำไปบนพื้นผิวที่เย็นเฉียบและอาจจะลื่น เขารู้สึกได้ถึงแรงเสียดทานที่น้อยลงเรื่อยๆ ทุกย่างก้าว

เขาเริ่มรู้สึกได้ถึงโครงสร้างบางอย่างที่อยู่เบื้องหน้า มือของเขาแตะเข้ากับพื้นผิวที่เย็นและแข็ง มันไม่ใช่ผนังอิฐที่คุ้นเคย ‍และก็ไม่ใช่ผนังคอนกรีตทั่วไป มันมีความเรียบเนียนผิดปกติ และมีรอยต่อที่เล็กมากจนแทบมองไม่เห็น

"โลหะ..." เขาพึมพำ นี่มันคืออะไรกัน? ตรอกซอยแบบนี้จะถูกสร้างขึ้นด้วยโลหะได้อย่างไร?

เขาค่อยๆ เลื่อนมือไปตามพื้นผิวนั้น พยายามทำความเข้าใจรูปทรงและขนาดของมัน ​แต่ไอระเหยสีขาวขุ่นนั้นยังคงหนาทึบจนเป็นอุปสรรค

ทันใดนั้น เขาสังเกตเห็นแสงไฟสีฟ้าอ่อนๆ ที่ลอดผ่านรอยต่อเล็กๆ บนพื้นผิวโลหะนั้น แสงนั้นริบหรี่ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้กำลังเดินอยู่ในความมืดมิดที่สมบูรณ์

"มีคนอยู่ข้างใน..." ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวของตะวัน เขาต้องเข้าไปข้างในให้ได้

เขาเริ่มคลำหาช่องทาง ​หรือประตูที่จะสามารถเปิดออกไปได้ มือของเขาลูบไล้ไปตามพื้นผิวโลหะนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะปิดสนิท

"ไม่... ต้องมีทาง..." เขาพยายามอย่างไม่ลดละ

เขาสัมผัสได้ถึงรอยต่อที่ใหญ่กว่าที่อื่นเล็กน้อย ตรงนั้นมีลักษณะที่ดูเหมือนจะแยกออกจากกันได้ เขาออกแรงดันเบาๆ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ต้องใช้แรงมากกว่านี้..."

ตะวันรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มี ​ผลักดันเข้าไปที่รอยต่อนั้นอย่างเต็มแรง

"อึ๊ด..." เสียงของเขาดังลอดผ่านลำคอ

ทันใดนั้น พื้นผิวโลหะชิ้นนั้นก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกไปด้านข้างอย่างเงียบเชียบ มันไม่ได้มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเหมือนประตูเก่าๆ แต่กลับมีความลื่นไหลราวกับว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

ไอระเหยสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกมาจากช่องว่างนั้นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม กลิ่นโลหะเย็นฉับพลันยิ่งทวีความรุนแรงจนตะวันต้องยกมือขึ้นปิดจมูก

เมื่อไอระเหยเริ่มจางลงเล็กน้อย เขาก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน

มันไม่ใช่ห้อง... แต่มันเป็นทางเดินที่กว้างขวาง สร้างจากวัสดุโลหะขัดเงา แสงไฟสีฟ้าอ่อนๆ ที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ส่องสว่างมาจากแผงไฟที่ติดตั้งอยู่ตามผนังทางเดินเป็นระยะๆ

ทางเดินทอดยาวไปเบื้องหน้า ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด

และสิ่งที่ทำให้ตะวันต้องเบิกตากว้าง คือภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา

บนพื้นของทางเดิน ไม่ใช่พื้นคอนกรีตหรือพื้นกระเบื้อง แต่มันคือแผงวงจรขนาดมหึมาที่ซับซ้อน ลายเส้นสีเขียวและสีแดงทอดตัวไปทั่ว ส่งประกายระยิบระยับอยู่ใต้แสงไฟสีฟ้า

"นี่มัน... คอมพิวเตอร์?" ตะวันอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการได้ว่าในตรอกซอยเล็กๆ แห่งนี้ จะมีเทคโนโลยีล้ำสมัยถึงเพียงนี้ซุกซ่อนอยู่

เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปในทางเดินนั้น ประตูโลหะปิดลงด้านหลังเขาอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้เขาอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความเย็นและความอลังการของแผงวงจรขนาดยักษ์

กลิ่นโลหะยังคงอบอวล แต่คราวนี้มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้เสียทีเดียว กลับมีความรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากแผงวงจรเหล่านั้น

ตะวันเดินสำรวจไปตามทางเดิน เขาเห็นแผงควบคุมขนาดเล็กติดตั้งอยู่ตามผนังบางจุด มีหน้าจอแสดงผลที่ยังคงทำงานอยู่ แต่เขาก็อ่านไม่ออก มันเป็นภาษาที่เขาไม่คุ้นเคย

"ใครเป็นคนสร้างสิ่งนี้... และทำไม?" คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเขา

เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงทางแยกหนึ่ง ทางแยกนั้นมีขนาดใหญ่กว่าทางเดินปกติเล็กน้อย และมีประตูบานใหญ่อยู่ตรงกลาง

ประตูบานนั้นดูแตกต่างออกไป มันมีลักษณะเป็นแผงวงจรขนาดใหญ่เช่นกัน แต่มีสัญลักษณ์บางอย่างที่ดูคุ้นตา ปรากฏอยู่บนนั้น

สัญลักษณ์รูปปีกกา...

ตะวันนึกถึงภาพที่เขาเคยเห็นในคฤหาสน์ของคุณหญิงย่า ภาพสัญลักษณ์เดียวกันที่ติดอยู่บนวัตถุบางอย่างในห้องทำงานลับของท่าน

"ปีกกา... นี่มันเกี่ยวข้องกันงั้นเหรอ?"

เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น เขาเดินเข้าไปใกล้ประตูบานนั้นมากขึ้น สัมผัสของนิ้วมือเขาแตะลงบนสัญลักษณ์ปีกกา

ทันใดนั้น สัญลักษณ์ปีกกาก็สว่างขึ้นเป็นสีแดงสด

เสียงเครื่องจักรที่เงียบสงบอยู่ก่อนหน้านี้ เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเสียงที่หนักแน่นและซับซ้อนกว่าเดิม

แผงวงจรบนพื้นเริ่มเปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมาเป็นจังหวะ

และจากตรงกลางของประตูบานใหญ่ ภาพโฮโลแกรมบางอย่างก็เริ่มปรากฏขึ้น

ภาพนั้นเป็นภาพของคน... แต่ก็ไม่ใช่คนเสียทีเดียว มันเป็นภาพเงาที่โปร่งใส เคลื่อนไหวได้อย่างสมจริง

ตะวันยืนตะลึงกับสิ่งที่เห็น เขาไม่เคยเห็นเทคโนโลยีการฉายภาพแบบนี้มาก่อน

เงาโปร่งใสนั้นค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาหาเขา ดวงตาของมันจ้องมองตรงมาที่เขา ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา

เสียงทุ้มแหบพร่าดังออกมาจากเงาโปร่งใสนั้น

"ในที่สุด... เจ้าก็มาถึง"

เสียงนั้นทำให้ตะวันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง เขาไม่รู้ว่าใครคือผู้ที่กำลังพูดอยู่ แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังอำนาจบางอย่างที่แฝงเร้นอยู่ในน้ำเสียงนั้น

"เจ้าคือใคร?" ตะวันถามเสียงแข็ง พยายามซ่อนความประหลาดใจและความหวาดกลัวเอาไว้

"ข้าคือผู้ดูแล... ผู้ดูแลของที่นี่" เงาโปร่งใสตอบ "และเจ้า... คือผู้ถูกเลือก"

"ถูกเลือก? เลือกไปทำไม?" ตะวันย้อนถาม

"เพื่อทลายเงาบาป... ที่กำลังคุกคามโลกนี้" เงาโปร่งใสกล่าว

คำว่า "เงาบาป" ทำให้ตะวันนึกถึงชื่อของนิยายที่เขาได้ยินมาจากคุณหญิงย่าอีกครั้ง

"เจ้าหมายถึงอะไร? เงาบาปคืออะไร?"

"มันคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น... สิ่งที่กัดกินจิตวิญญาณ... และนำพาความมืดมิดมาสู่โลก" เงาโปร่งใสอธิบาย "และเจ้า... คือความหวังเดียวที่จะหยุดยั้งมัน"

ตะวันรู้สึกสับสน เขาไม่เข้าใจทั้งหมดนี้ มันดูเหมือนเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะรับรู้ได้ในตอนนี้

"ข้าจะหยุดยั้งมันได้อย่างไร? ข้าเป็นเพียงคนธรรมดา..."

"เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา... เจ้ามีสายเลือดที่แตกต่าง... มีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง" เงาโปร่งใสกล่าว "และที่นี่... จะเป็นที่ที่เจ้าจะได้รับทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ... เพื่อทำภารกิจของเจ้าให้สำเร็จ"

"ที่นี่คืออะไรกันแน่?" ตะวันถาม มองไปรอบๆ ทางเดินที่เต็มไปด้วยแผงวงจรอันน่าทึ่ง

"นี่คือศูนย์กลาง... ศูนย์กลางแห่งความรู้... ศูนย์กลางแห่งพลัง" เงาโปร่งใสตอบ "มันถูกสร้างขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม... สงครามที่กำลังจะมาถึง"

"สงครามกับใคร?"

"กับเงา... และกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังเงา"

เงาโปร่งใสค่อยๆ เลื่อนเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ราวกับจะส่งพลังงานบางอย่างมาให้ตะวัน

"เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง... ที่จะเผชิญหน้ากับอดีต... และกำหนดอนาคต?"

ตะวันมองเข้าไปในดวงตาของเงาโปร่งใส เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ทรงพลัง เขาไม่รู้ว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่สิ่งใด แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น

เขาจำต้องก้าวต่อไป... เพื่อไขปริศนาทั้งหมดนี้

"ข้าพร้อมแล้ว" ตะวันกล่าวออกไป เสียงของเขาหนักแน่นกว่าที่เคย

เงาโปร่งใสยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่มองไม่เห็น แต่ตะวันรู้สึกได้ถึงมัน

"ดี... เพราะการเดินทางของเจ้า... เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น"

ประตูบานใหญ่ตรงหน้าตะวันเริ่มเปิดออกอีกครั้ง เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง...

แต่ก่อนที่ตะวันจะได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ประตูบานนั้นก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ตะวันยืนอยู่เพียงลำพังในทางเดินอันมืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีฟ้าจากแผงวงจรที่ส่องสว่างให้เห็น...

และเสียงกระซิบของเงาโปร่งใสที่ยังคงดังอยู่ในหูของเขา...

"ระวัง... ศัตรูอยู่ใกล้กว่าที่เจ้าคิด..."

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ทลายเงาบาป

ทลายเงาบาป

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!