ทลายเงาบาป

ตอนที่ 21 — แผนลวงกลางคลังแสง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,063 คำ

เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล็กที่ถูกบิดเบือนดังสนั่นราวกับว่าโครงสร้างทั้งหมดกำลังจะแตกสลาย ตะวันกัดฟันแน่น มือข้างหนึ่งกุมข้อเท้าที่กระดูกเริ่มประสานกันอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดแสบปลาบยังคงแล่นไปทั่วร่าง แต่ก็เริ่มเบาบางลงอย่างน่าอัศจรรย์ภายใต้การทำงานของ “ยา” ที่เขาฉีดเข้าไปเมื่อครู่ แสงไฟฉายติดหมวกที่เขาสวมอยู่ส่องประกายวูบวาบ ‌สะท้อนภาพหยดน้ำที่เกาะพราวตามผนังคอนกรีตชื้นแฉะ เบื้องหน้าเขาคือทางเดินแคบๆ ที่ทอดลึกเข้าไปในความมืด กลิ่นอับชื้นของปูนและสนิมเหล็กยังคงรุนแรง ราวกับว่ามันคือลมหายใจของสถานที่แห่งนี้

“เกือบแล้ว… ใกล้แล้ว” ตะวันพึมพำกับตัวเอง พลางก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ​เท้าข้างที่เจ็บยังคงมีอาการชาอยู่บ้าง แต่เขารู้ดีว่าเวลาคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในตอนนี้ เขาต้องไปให้ถึง “หัวใจ” ของคลังแสงแห่งนี้ ก่อนที่ทุกคนจะรู้ตัวว่าเขาได้แทรกซึมเข้ามา

ภาพความทรงจำเมื่อสักครู่ยังคงติดตา เขาเห็นเงาร่างของชายชุดดำหลายคน กำลังขนย้ายกล่องโลหะสีดำทึมหลายกล่องลงจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ ‍ภายใต้แสงไฟนีออนสลัวๆ ของตรอกซอยที่ถูกทิ้งร้าง ความลับบางอย่างกำลังถูกปกปิด และเขาเชื่อว่ามันคือ “สิ่งนั้น” ที่หัวหน้าใหญ่ขององค์กร “เงาบาป” ต้องการ

“ถ้าผมคิดถูก… ‌ที่นี่ต้องมีทางเชื่อมต่อกับระบบระบายน้ำ หรือไม่ก็อุโมงค์ลับบางอย่าง” ตะวันวิเคราะห์ในใจ ขณะที่สายตาสำรวจผนังคอนกรีตอย่างละเอียด เขาเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมโยงสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองหลวง ซึ่งมักถูกใช้เป็นเส้นทางลับในการขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย และคลังแสงแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

ทันใดนั้น ‍เสียงฝีเท้าที่ดังมาแต่ไกลก็ดึงสติของเขากลับมา เสียงนั้นดังมาจากทางที่เขาเพิ่งเดินผ่านมา เขากระชากสายตาจากผนัง หันไปมองทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว

“ใครน่ะ!” เสียงตะโกนห้าวๆ ดังแหวกความเงียบเข้ามา

ตะวันรีบกดไฟฉายให้ดับลงทันที เขาผลุบตัวหลบเข้าไปในซอกมุมที่มืดมิดที่สุดข้างผนัง มองเห็นเงาร่างของชายสองคนกำลังเดินเข้ามาอย่างใจเย็น ​มือข้างหนึ่งของแต่ละคนล้วนถือไฟฉาย

“เมื่อกี้เสียงอะไรวะ?” ชายคนหนึ่งถาม

“ไม่รู้สิ… อาจจะหนู หรือไม่ก็แมว” อีกคนตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“แน่ใจเหรอ? เสียงเหมือนคนนะเว้ย”

“ถ้าเป็นคนก็คงไม่รอดมาถึงนี่หรอกน่า… ไอ้พวกนั้นมันกวาดล้างไปหมดแล้ว”

“เออ… ก็จริง”

ตะวันกลั้นหายใจ ​หัวใจเต้นรัว เขาแอบมองดูทั้งสองคนเดินผ่านไปอย่างเฉียดฉิว เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษาความปลอดภัยขั้นต้นเท่านั้น สิ่งที่รอเขาอยู่เบื้องหน้า ย่อมอันตรายยิ่งกว่า

เมื่อเสียงฝีเท้าของทั้งสองคนค่อยๆ จางหายไป ตะวันก็ค่อยๆ ขยับตัวออกมา ​เขาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก แต่ก็รู้ว่าไม่สามารถประมาทได้เลย เขาต้องรีบไปให้ถึงเป้าหมายให้เร็วที่สุด

เขาก้าวเดินต่อไปในความมืด การเดินครั้งนี้ต้องใช้ประสาทสัมผัสทุกส่วน ความชื้นในอากาศสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่มากกว่าเดิม ผนังคอนกรีตเริ่มถูกแทนที่ด้วยเหล็กที่ขึ้นสนิมหนาตา มีท่อส่งน้ำขนาดใหญ่หลายท่อพาดผ่านไปตามเพดาน บางท่อมีรอยรั่วซึมเป็นหย่อมๆ สร้างเสียงหยดน้ำที่ก้องกังวานไปทั่ว

“ใกล้แล้ว… ความรู้สึกมันบอก” เขาพึมพำ พลางใช้มือสัมผัสผนังไปเรื่อยๆ เพื่อจับทิศทาง

ในที่สุด เขาก็มาถึงทางแยกใหญ่ เบื้องหน้ามีทางเดินทอดไปสองทาง ด้านซ้ายดูเหมือนจะทอดลึกลงไปอีก ส่วนด้านขวาดูเหมือนจะทอดขนานไปกับทางที่เขาเพิ่งเดินมา

“ทางไหนดีวะ?” ตะวันครุ่นคิด เขากระชากเอาสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พลิกดูแผนผังคร่าวๆ ที่เขาได้มา

“ถ้าตามแผน… ทางขวาควรจะเป็นห้องเก็บอุปกรณ์” เขาพึมพำ “แต่ถ้าทางซ้าย… มันอาจจะเป็นทางเข้าหลัก… หรือไม่ก็ทางออกฉุกเฉิน”

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากทางด้านขวา เป็นเสียงที่เบามาก แต่ด้วยความที่เขามีประสาทการได้ยินที่เฉียบคมผิดปกติ ทำให้เขาสามารถจับเสียงนั้นได้

“เสียง… เหมือนอะไรบางอย่างกำลังทำงาน”

ตะวันตัดสินใจ เขาจะลองเสี่ยงไปทางขวาก่อน ถ้ามีอะไรผิดปกติ เขาก็พร้อมที่จะถอยกลับ

เขาเดินเข้าสู่ทางเดินด้านขวาอย่างเงียบเชียบ ความมืดหนาทึบยิ่งกว่าเดิม แสงไฟฉายของเขาแทบจะส่องได้ไม่เกินสองเมตร กลิ่นอายของน้ำมันเครื่องและโลหะที่ถูกหล่อลื่นลอยมาแตะจมูก

“ใช่… ที่นี่ต้องมีอะไรสักอย่าง”

เขาค่อยๆ ก้าวเดินไปตามทางเดิน จนกระทั่งมาถึงผนังทึบ ตะวันใช้มือสัมผัสผนัง พลางเพ่งมองหาช่องทาง เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่ส่งผ่านมาทางผนัง

“มีอะไรอยู่หลังผนังนี่แน่ๆ”

เขาเพ่งมองไปรอบๆ และสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับรอยต่อเล็กๆ รอยหนึ่งที่ดูเหมือนจะถูกปิดทับไว้ด้วยปูนอย่างแนบเนียน

“ทางลับ…”

ตะวันใช้ปลายมีดพับที่พกติดตัว ค่อยๆ แซะไปตามรอยต่อ เขาต้องใช้ความอดทนและละเอียดอ่อนอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังเกินไป

“ค่อยๆ… ค่อยๆ…”

หลังจากใช้เวลาอยู่นานพอสมควร เขาก็สามารถแซะปูนออกจนเกิดเป็นช่องเล็กๆ พอที่เขาจะมองลอดเข้าไปได้

เบื้องหน้าคือภาพที่ทำให้เขาแทบหยุดหายใจ

มันคือห้องที่ใหญ่พอสมควร ผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยชั้นวางของที่เรียงรายไปด้วยกล่องโลหะสีดำทึมหลายร้อยใบ ตรงกลางห้องมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเอกสาร และเครื่องมือบางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือ… บนผนังด้านหนึ่งของห้อง มีหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่กำลังแสดงภาพเคลื่อนไหวอยู่!

ภาพที่ปรากฏคือภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ทั่วคลังแสงแห่งนี้!

“พวกมัน… ฉลาดจริงๆ” ตะวันพึมพำ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมการเข้ามาของเขาถึงยังไม่ถูกตรวจจับ

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด… ที่นี่คือศูนย์ควบคุม”

เขาก้มมองที่ข้อมือของตัวเอง นาฬิกาดิจิทัลแสดงเวลา 23:47 น. เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วก่อนที่ “การส่งมอบ” จะเริ่มขึ้น

แต่แล้ว… เสียงจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ตามมุมห้องก็ดังขึ้น

“มีผู้บุกรุก… ย้ำ มีผู้บุกรุก… ระบบรักษาความปลอดภัยแจ้งเตือน… ระดับสีแดง… กำลังตรวจสอบตำแหน่ง”

เสียงของผู้หญิงที่ฟังดูเย็นชาและไร้อารมณ์ดังขึ้นจากลำโพง ตะวันรู้ทันทีว่าเขาถูกจับได้แล้ว!

“บ้าจริง! มันตรวจจับได้เร็วกว่าที่คิด!”

เขาไม่รอช้า มือคว้ามีดพับออกมา เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึง เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินที่เขาเพิ่งเดินผ่านมา เร็วขึ้น หนักขึ้น ราวกับกองทัพกำลังกรูกันเข้ามา

ตะวันสูดหายใจลึก เขาต้องทำลายระบบนี้ให้ได้ ก่อนที่คนของ “เงาบาป” จะเข้ามาถึง

เขากระโจนเข้าไปที่โต๊ะทำงาน พลางกวาดสายตาไปที่เครื่องมือต่างๆ ที่วางอยู่ “นี่ไง!” เขาเห็นคีมตัดสายไฟขนาดใหญ่

“ถ้าตัดสายไฟหลัก… ระบบก็น่าจะล่ม… หรืออย่างน้อยก็ทำให้ภาพจากกล้องวงจรปิดหายไป”

เขาไม่รีรอ ก้มลงไปมองหาแหล่งที่มาของสายไฟ ท่ามกลางความมืดและเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที

“ไม่… ฉันจะปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จไม่ได้เด็ดขาด”

เสียงตะโกนด่าทอและเสียงปืนที่ดังขึ้นมาจากด้านนอก ทำให้เขารู้ว่าเวลาของเขาน้อยเต็มที

ทันใดนั้น ประตูเหล็กที่ถูกซ่อนไว้ตรงผนังด้านที่เต็มไปด้วยกล่องโลหะ ก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว!

ร่างของชายชุดดำหลายสิบคนปรากฏตัวขึ้นในชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากาก พร้อมอาวุธครบมือ พวกเขาเล็งปืนมาที่ตะวันอย่างพร้อมเพรียง

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะโกนดังขึ้น

ตะวันรู้ว่าเขาไม่มีทางสู้กับคนจำนวนมากขนาดนี้ได้ เขาต้องหาทางหนี หรือไม่ก็… สร้างความปั่นป่วนให้มากที่สุด

“พวกแก… ไม่มีวันจับฉันได้!” ตะวันตะโกนกลับ เขาเห็นสายไฟหลักเส้นหนึ่งที่พาดอยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน

“มาดูกัน… ว่าใครจะแน่กว่ากัน!”

เขากระโจนเข้าใส่สายไฟเส้นนั้นอย่างรวดเร็ว ใช้คีมตัดสายไฟที่อยู่ในมือฟาดฟันลงไปอย่างบ้าคลั่ง

“แชะ! แชะ! แชะ!”

ประกายไฟแลบแปลบปลาบไปทั่วห้อง แสงไฟนีออนเริ่มกระพริบอย่างรุนแรง หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ฉายภาพวูบวาบไปมา ก่อนที่มันจะมืดสนิทลง

“แย่แล้ว!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากกลุ่มชายชุดดำ

“ระบบล่ม! สัญญาณหายไปหมด!”

นี่คือโอกาสของเขา!

ตะวันไม่เสียเวลา รีบวิ่งไปที่ผนังที่เต็มไปด้วยกล่องโลหะ พลางใช้มีดพับของเขาพยายามจะงัดกล่องบางกล่องออกมา

“ถ้าฉันเอา “สิ่งนั้น” ออกไปได้… พวกมันก็หมดประโยชน์!”

แต่ทว่า… ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร…

เสียงของคนคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังเขา เป็นเสียงที่เย็นชา ไร้อารมณ์ แต่กลับแฝงไปด้วยความอันตรายที่ยากจะหยั่งถึง

“น่าชื่นชม… ที่บุกเข้ามาถึงที่นี่ได้… ตะวัน”

ตะวันชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อ เขาค่อยๆ หันกลับไปมอง…

เบื้องหน้าเขา… คือชายในชุดสีดำสนิท ยืนสง่าอยู่ท่ามกลางความมืด ใบหน้าของเขาถูกปกคลุมด้วยหน้ากากสีเงินแวววาว ที่ดูราวกับจะสะท้อนความเย็นชาออกมา ดวงตาภายใต้หน้ากากนั้น… จ้องมองมาที่ตะวัน ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในจิตวิญญาณ

“ท่าน… ท่านประธาน?” ตะวันเอ่ยชื่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เขาไม่คิดเลยว่า… คนที่อันตรายที่สุด… จะปรากฏตัวออกมาในเวลานี้… และในสถานที่แห่งนี้…

“เจ้า… เก่งเกินไป… สำหรับคนธรรมดา” ชายชุดดำเอ่ยเสียงเนิบนาบ “แต่… เจ้าก็ต้องจบสิ้น… ที่นี่”

ทันใดนั้น… ชายชุดดำคนนั้นก็ยกมือขึ้น… และนิ้วของเขาก็ชี้ไปที่ตะวัน…

“จัดการ… มัน”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ทลายเงาบาป

ทลายเงาบาป

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!