เสียงโลหะบิดเบี้ยวราวกับสัตว์ร้ายกำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของตะวัน แม้ว่าแรงกดมหาศาลที่เคยบดขยี้ร่างของเขาจะเริ่มคลายลงไปบ้างแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บยังคงแล่นพล่านไปทั่ว ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกทุบจนแหลกละเอียด กระดูกข้อเท้าที่เคยหัก บัดนี้กำลังเชื่อมประสานกันด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ ความเจ็บปวดแสบปลาบยังคงแล่นไปทั่ว แต่ก็เป็นความเจ็บปวดที่ให้ความหวัง ว่าเขากำลังจะหายดี
ตะวันหอบหายใจแรง กลั้นเสียงครางต่ำๆ ไว้ในลำคอ เหงื่อกาฬไหลโทรมกายราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอน สภาพของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยฝุ่นและคราบเขม่าจากการระเบิดก่อนหน้า เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยให้เห็นรอยฟกช้ำและรอยถลอกทั่วร่าง
“ยัง… ยังไม่ตาย” เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามประคองร่างที่ยังอ่อนแรงให้ลุกขึ้นยืน
ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบาก ข้อเท้าข้างที่เคยบาดเจ็บยังคงบวมเป่งและปวดร้าว แต่มันก็แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักตัวของเขาได้แล้ว เขาเหลือบมองไปรอบๆ ทรัพย์สินที่เคยอัดแน่นอยู่ในคลังแสงใต้ดินแห่งนี้ ตอนนี้กระจัดกระจายเกลื่อนกลาด เศษเหล็กและคอนกรีตแตกหักกองทับถมกันเป็นกองมหึมา แสงสลัวจากหลอดไฟที่ยังทำงานอยู่เพียงไม่กี่ดวง สาดส่องให้เห็นซากปรักหักพังอันน่าเวทนา
“เจ้าของ… คงไม่เหลืออะไรแล้ว” ตะวันคิดในใจ เขาไม่แน่ใจว่าใครคือเจ้าของคลังแสงแห่งนี้ แต่ที่แน่ๆ คือมันเต็มไปด้วยอาวุธสงครามร้ายแรง และตอนนี้มันได้กลายเป็นสุสานที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่าน
เขากวาดสายตามองหาอะไรบางอย่างที่พอจะใช้ป้องกันตัวได้ ในเมื่ออาวุธคู่ใจของเขา – ปืนพกคู่ใจ – ได้หายไปในท่ามกลางความโกลาหลเมื่อครู่
“เจอแล้ว” ดวงตาของเขาไปสะดุดกับท่อนเหล็กยาวราวหนึ่งเมตรที่ตกอยู่ไม่ไกลนัก มันดูแข็งแรงและมีน้ำหนักพอที่จะใช้เป็นอาวุธได้ เขาเดินโซเซเข้าไปคว้ามันมา กำไว้แน่น มือที่เกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน
“ถึงจะดูเหมือนรอดมาได้ แต่ก็ยังอันตรายอยู่” ตะวันรำพึง ขณะที่เขากำลังพิจารณาสภาพแวดล้อม เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่หนักแน่นก็ดังแว่วมาแต่ไกล
“ใครน่ะ?” เขาตะโกนถาม เสียงแหบพร่า
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตะวันตั้งท่าเตรียมพร้อม ยกท่อนเหล็กขึ้นป้องกันตัว หัวใจเต้นระรัว นี่คงไม่ใช่เวลาที่จะได้พักผ่อน
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากความมืด มันเป็นร่างของชายร่างกำยำ สวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากที่ดูเหมือนทำจากโลหะขัดเงา มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ฉายแววเย็นชาอยู่ภายใต้หน้ากากนั้น
“แก… คือคนที่ทำลายคลังแสงของข้า?” น้ำเสียงของชายผู้นั้นแหงแก้วราวกับน้ำแข็ง
ตะวันจำน้ำเสียงนั้นได้ทันที มันคือเสียงของ "เงา" บุรุษลึกลับที่คอยตามล่าเขามาตลอด นี่คือคนที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่ง
“เงา…” ตะวันกัดฟันกรอด
“แกกล้าดีที่มายุ่งกับของของข้า” เงาพูดพลางก้าวเข้ามาใกล้ “และยิ่งโง่ที่คิดว่าจะหนีไปได้”
“ข้าไม่ได้อยากมายุ่ง แต่แกต่างหากที่คอยตามล่าข้า” ตะวันสวนกลับ พยายามเก็บอาการเจ็บปวดไว้
“ข้าจะกำจัดแกเสีย” เงาพูดจบ ก็พุ่งเข้าใส่ตะวันทันที
การปะทะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เงาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ถึงแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เขาก็สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างคล่องแคล่ว
ตะวันใช้ท่อนเหล็กปัดป้องการโจมตีของเงา เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เขาพยายามอาศัยความได้เปรียบจากท่อนเหล็กที่มีน้ำหนักมากกว่าในการต้านทานการโจมตีอันรวดเร็วของเงา
“แกยังเจ็บอยู่สินะ” เงาเย้ยหยัน “อย่าคิดว่ารอดจากแรงกดของข้ามาได้ แล้วจะสู้กับข้าได้”
“แกมันก็แค่สัตว์ร้ายที่ถูกฝึกมา” ตะวันสวนกลับ พลางหาจังหวะสวนกลับ “ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง”
คำพูดของตะวันเหมือนจะไปสะกิดต่อมบางอย่าง ทำให้เงาโกรธจัด การโจมตีของเขาจึงรุนแรงและอันตรายยิ่งขึ้น
ตะวันสัมผัสได้ถึงอันตรายจากความโกรธของเงา เขาต้องหาทางพลิกสถานการณ์ให้ได้ เขาตัดสินใจที่จะเสี่ยง
เมื่อเงาพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ตะวันแกล้งทำเป็นพลาดท่า ท่อนเหล็กที่ถืออยู่หลุดมือไปชั่วขณะ เงาเห็นช่องว่าง จึงพุ่งเข้ามาหมายจะปิดฉากตะวัน
แต่ทันทีที่เงาเข้ามาใกล้ ตะวันก็ใช้ท่อนเหล็กที่หลุดมือไปแล้วเป็นอาวุธ ด้วยการเหวี่ยงมันไปที่ข้อเท้าของเงาอย่างแรง
“อั่ก!” เงาอุทานด้วยความเจ็บปวด เขาเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น
ตะวันไม่รอช้า รีบเข้าไปคว้าท่อนเหล็กกลับมา แล้วเหวี่ยงเข้าใส่เงาอีกครั้ง แต่เงาที่ถึงแม้จะบาดเจ็บก็ยังคงอันตราย เขาพลิกตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด
“แก… แกมัน…!” เงาพยายามพยุงตัวขึ้นมา ใบหน้าภายใต้หน้ากากแสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าเตือนแกแล้ว” ตะวันพูด เสียงหอบหายใจ “อย่ามาลองดีกับคนอย่างข้า”
แต่ก่อนที่ตะวันจะได้โจมตีเงาอีกครั้ง เสียงไซเรนดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากด้านบน
“ตำรวจ?” ตะวันอุทาน
“แก… แกทำให้ข้าเสียแผน!” เงาพูดเสียงลอดไรฟัน “คราวหน้า… แกไม่รอดแน่!”
เงาไม่รอช้า เขาใช้ความคล่องแคล่วที่เหลืออยู่ พุ่งตัวหายเข้าไปในเงามืดของซากปรักหักพัง ทิ้งไว้เพียงตะวันกับเสียงไซเรนที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ตะวันรู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่เขาจะได้หนี เขาหันไปมองทางที่เงาหายไป ก่อนจะรีบหันกลับไปทางที่เสียงไซเรนดังมา
“ต้องไปก่อนที่จะมีใครเห็น” เขาคิดในใจ
ตะวันประคองร่างที่ยังเจ็บปวด วิ่งฝ่าเศษซากปรักหักพัง มุ่งหน้าไปยังทางออกที่พอจะมองเห็นแสงสว่างรำไร
เขามาถึงปากอุโมงค์ที่เคยเป็นทางเข้าออกของคลังแสง เมื่อมองออกไปภายนอก ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือตรอกซอยมืดสลัว ที่ปลายทางมีแสงไฟนีออนสว่างจ้าของย่านธุรกิจ
เสียงไซเรนดังใกล้เข้ามาทุกที ตะวันรู้ว่าเขาไม่มีเวลาแล้ว เขาตัดสินใจเสี่ยง
เขาพุ่งตัวออกไปนอกอุโมงค์ หายเข้าไปในตรอกซอยที่มืดสลัว ทิ้งให้คราบเลือดและเศษซากแห่งคลังแสงปริศนา กลายเป็นเพียงอดีตอันขมขื่น
ตะวันวิ่งไปตามตรอกซอยอย่างไม่คิดชีวิต เขาต้องหนีให้พ้นจากเงาของตำรวจ และเงาของ "เงา" ที่ยังคงตามล่าเขาอยู่
เขามาถึงถนนใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เขาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด พยายามเดินอย่างคนธรรมดาๆ แม้ว่าภายในร่างกายจะยังคงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
เขาเหลือบมองไปด้านหลัง เขาเห็นแสงไฟสีฟ้าแดงของรถตำรวจกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้บริเวณที่เขาเพิ่งออกมา
“เกือบไปแล้ว” เขาสูดลมหายใจลึกๆ
ตะวันเดินไปตามทางอย่างเนิบนาบ พยายามหาที่ที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อนและคิดแผนการต่อไป
เขาเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง สั่งกาแฟร้อนๆ มาหนึ่งแก้ว แล้วทรุดตัวลงนั่งที่มุมร้าน
กาแฟร้อนๆ ซึมซาบเข้าไปในร่างกายที่กำลังอ่อนแรง ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
“คลังแสงนั้น… คืออะไรกันแน่?” เขาครุ่นคิด “แล้วทำไม 'เงา' ถึงต้องพยายามกำจัดข้า?”
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเขา แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาที่จะมานั่งหาคำตอบ
“ต้องหาที่ปลอดภัยก่อน” เขาคิด “แล้วค่อยมาสะสางเรื่องทั้งหมด”
ตะวันยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเดินสวนกันไปมาอย่างไม่รับรู้ถึงอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด
เขาเริ่มสงสัยในตัวตนของ "เงา" มากขึ้นเรื่อยๆ การที่เขามีคลังแสงอาวุธขนาดใหญ่นี้ แสดงว่าเขามีอำนาจและอิทธิพลมากแค่ไหน
“ข้าจะปล่อยให้คนอย่างแกมีชีวิตอยู่ทำลายล้างโลกไม่ได้” ตะวันพึมพำกับตัวเอง
เขาตัดสินใจเด็ดขาด ว่าเขาจะต้องหยุด "เงา" ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ วางเงินค่ากาแฟไว้บนโต๊ะ แล้วเดินออกจากร้านสะดวกซื้อไป
ตะวันรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล เต็มไปด้วยอันตราย และความลับอีกมากมายที่รอเขาอยู่
เขาหันมองไปยังทิศทางที่คลังแสงแห่งนั้นตั้งอยู่ ก่อนจะเดินจากไป พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะทลายเงาบาปของ "เงา" ที่กำลังคุกคามชีวิตของเขา และของคนอีกมากมาย
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เดินไปไกลนัก สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของตรอกซอยตรงหน้า
มันเป็นร่างของใครบางคน… ที่กำลังเฝ้ามองเขาอยู่…
เงาของใครบางคน… กำลังปรากฏขึ้น…

ทลายเงาบาป
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก