ทลายเงาบาป

ตอนที่ 26 — เสียงสะท้อนจากนรก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,043 คำ

เสียงโลหะบิดเบี้ยวราวกับสัตว์ร้ายกำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของตะวัน แม้ว่าแรงกดมหาศาลที่เคยบดขยี้ร่างของเขาจะเริ่มคลายลงไปบ้างแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บยังคงแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย เขาพยายามขยับแขนขา แต่กลับพบว่ามันแข็งทื่อ ราวกับจะแตกหักได้ทุกเมื่อ เหงื่อกาฬไหลซึมชุ่มร่าง เขาหอบหายใจติดขัด ‌จมูกได้กลิ่นอายสนิมเหล็กฉุนกึก ผสมผสานกับกลิ่นดินชื้นๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของคลังแสงใต้ดินแห่งนี้

ภาพสุดท้ายที่เขานึกออกคือประกายไฟที่สาดกระเซ็นจากสายเคเบิลที่ขาดสะบั้น พร้อมกับเสียงระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังขึ้นกะทันหันขณะที่เขากำลังพยายามปลดระเบิดลูกสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานของเครื่องจักรกลหนักบางอย่าง มันคืออุปกรณ์ขนาดมหึมาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน การโจมตีของศัตรูเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับรู้ความเคลื่อนไหวของเขาดีเกินไป

“อึ่ก...” เสียงครางเบาๆ ​หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ตะวันพยายามลืมตา แต่เปลือกตาหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แสงไฟสลัวๆ จากหลอดนีออนที่ใกล้จะดับค่อยๆ ปรากฏขึ้นในม่านตา เมื่อภาพเริ่มชัดเจนขึ้น สิ่งที่เห็นทำให้หัวใจเขากระตุกวูบ

เขาไม่ได้อยู่บนพื้นราบอีกต่อไป ‍ร่างของเขาติดอยู่กับบางสิ่งบางอย่างที่ยื่นออกมาจากผนังด้านข้าง เป็นท่อนเหล็กที่บิดเบี้ยว โลหะชิ้นนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นเหมือนกรงขังที่พันธนาการร่างของเขาเอาไว้ เศษซากของเครื่องจักรกลที่แตกกระจายเกลื่อนกลาดอยู่รอบตัว ฝุ่นและเขม่าควันยังคงลอยอบอวลในอากาศ

“นี่มัน...อะไรกัน” เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เขาพยายามขยับตัวอีกครั้ง ‌ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่ว แขนซ้ายของเขาคงจะหักอย่างแน่นอน รู้สึกได้ถึงความผิดรูปผิดร่างที่ผิดปกติ

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินด้านหน้า มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยของลูกน้องกลุ่มนั้น แต่เป็นเสียงที่หนักแน่นและมั่นคงกว่า ราวกับทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ตะวันพยายามสงบสติอารมณ์ ‍ความคิดเริ่มแล่นไปอย่างรวดเร็ว สถานการณ์นี้อันตรายกว่าที่เขาคาดไว้มาก

“ใคร...” เขาเปล่งเสียงถาม พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่

เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงปากทางเดิน เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่ สวมชุดสีเข้มที่ดูกลืนไปกับความมืดของคลังแสง ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยเงา แต่แววตาที่สะท้อนแสงไฟสลัวๆ ​นั้นคมกริบ และดูเหมือนจะฉายแววเย็นชา

“ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญ” เสียงทุ้มลึกดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่ตะวันเคยได้ยินมาก่อน “แต่ดูสภาพแล้ว แขกของเราคงจะเหนื่อยอ่อนไม่น้อย”

ตะวันกัดฟันกรอด “แกเป็นใคร”

ชายร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีคุกคาม ​แต่ทุกก้าวของเขาแฝงไว้ด้วยความมั่นใจที่น่าขนลุก “ชื่อของข้าไม่สำคัญเท่ากับหน้าที่ของข้า หน้าที่ของข้าคือการทำให้แน่ใจว่าไม่มีใครสามารถเข้ามาทำลายสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาได้”

“สิ่งที่พวกแกสร้าง?” ตะวันพยายามดันร่างของตัวเองให้สูงขึ้น “พวกแกกำลังสร้างหายนะให้โลกต่างหาก!”

ชายร่างสูงหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและไร้ซึ่งความสนุกสนาน “หายนะ? หรือความหวัง? ​ขึ้นอยู่กับว่าแกมองจากมุมไหน” เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากตะวันไม่กี่ก้าว สายตาของเขาไล่มองสำรวจสภาพบาดเจ็บของตะวันอย่างพิจารณา “แกเก่งกว่าที่ข้าคิด ปลดระเบิดได้มากขนาดนั้นเชียว”

“แล้วแกก็มาพร้อมกับแผนสำรองสินะ” ตะวันกล่าว พยายามประเมินสถานการณ์ ศัตรูรายนี้ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า หรืออย่างน้อยก็เป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจ

“แน่นอน” ชายร่างสูงตอบ “เมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามา ก็ต้องมีผู้กวาดล้าง” เขาผายมือไปยังเศษซากที่อยู่รอบๆ “เครื่องจักรนี้...มันคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของพวกเรา มันจะเปลี่ยนสมการแห่งอำนาจไปตลอดกาล”

“อำนาจที่ได้มาจากการทำลายล้าง?” ตะวันสวนกลับ “พวกแกกำลังเล่นกับไฟ!”

“ไฟที่สามารถให้แสงสว่างได้” ชายร่างสูงตอบกลับทันควัน “หรือเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้” เขาจ้องมองตะวันด้วยสายตาที่ไม่อาจหยั่งถึง “บอกข้ามาหน่อย ตะวัน...แกมาจากไหน? ใครส่งแกมา?”

ตะวันเงียบไป เขาไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง หรือเบื้องหลังของภารกิจนี้ให้กับใคร ยกเว้นแต่คนในทีมของเขาเท่านั้น

“ไม่พูดสินะ” ชายร่างสูงเดินอ้อมมาอีกด้านหนึ่งของตะวัน “ไม่เป็นไร ข้ามีวิธีมากมายที่จะทำให้คนเรายอมเปิดปาก” เขาก้มลง มองตะวันอย่างใกล้ชิด “แต่ก่อนอื่น...ข้าขอชื่นชมความทรหดของแกก่อน”

ทันใดนั้น ชายร่างสูงก็ยกมือขึ้น แขนของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับงู ตะวันไม่มีเวลาแม้แต่จะตั้งตัว ก่อนที่ปลายมือของชายร่างสูงจะสัมผัสเข้ากับบาดแผลที่สีข้างของเขา

“อ๊ากกก!” เสียงตะโกนลั่นของตะวันดังขึ้นไปทั่วคลังแสง ความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่างกายทวีความรุนแรงขึ้นหลายเท่า เขาเห็นประกายสีฟ้าอ่อนๆ เคลื่อนไหวอยู่รอบๆ ปลายนิ้วของชายร่างสูง ราวกับพลังงานบางอย่างที่ถูกปลดปล่อยออกมา

“นี่คือพิษของแร้ง” ชายร่างสูงกระซิบข้างหูตะวัน “มันจะทำให้กล้ามเนื้อของแกกระตุกอย่างรุนแรง และทำให้เลือดของแกแข็งตัวช้าลง แกจะรู้สึกเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ”

ตะวันดิ้นรนเฮือกสุดท้าย แต่ยิ่งขยับ ร่างกายก็ยิ่งตอบสนองด้วยการกระตุกอย่างบ้าคลั่ง ความเจ็บปวดราวกับไฟฟ้าช็อตแผ่ซ่านไปทุกเส้นประสาท เขาพยายามกัดฟันเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมาอีก แต่ร่างกายมันต่อต้านคำสั่งของสมอง

“แก...แกมัน...ปีศาจ” ตะวันพยายามพูด แต่เสียงขาดห้วง

“ปีศาจที่กำลังจะปลดปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่” ชายร่างสูงกล่าว “และแก...แกก็เป็นเพียงเศษธุลีที่ขวางทาง” เขาก้าวถอยหลัง มองดูตะวันทรมานด้วยสายตาที่เย็นชา

ขณะที่ตะวันกำลังจะหมดสติไป ภาพของเมษา แสงดาว และทุกคนที่เขารักก็แวบเข้ามาในหัว เขาต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้ ต้องหยุดแผนการของพวกมันให้ได้

“แก...จะไม่มีวัน...สำเร็จ” ตะวันพยายามรวบรวมพลังที่เหลือรอด แววตาของเขายังคงแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนน

ชายร่างสูงหัวเราะอีกครั้ง “เราจะได้เห็นกัน” เขากล่าว “แต่ก่อนอื่น...ข้ามีงานที่ต้องทำ” เขาหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กขึ้นมา “หน่วยควบคุม! ดึงร่างของมันออกมาจากซากเครื่องจักร และนำไปที่ห้องสอบสวน หมายเลข 3”

เสียงตอบรับดังขึ้นจากอุปกรณ์สื่อสาร “รับทราบ”

ชายร่างสูงหันกลับมามองตะวันอีกครั้ง “ขอให้โชคดีในการสนทนาครั้งต่อไปของเรา ตะวัน” เขากล่าว ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งตะวันไว้กับความเจ็บปวดที่ถาโถม และความมืดมิดที่ค่อยๆ กลืนกินสติสัมปชัญญะของเขา

ตะวันรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนใต้ฝ่าเท้า คราวนี้ไม่ใช่เสียงของเครื่องจักร แต่เป็นเสียงของกลไกบางอย่างที่กำลังทำงาน อาจจะเป็นลิฟต์ หรืออะไรบางอย่างที่กำลังจะเคลื่อนย้ายร่างที่บาดเจ็บของเขาไปสู่ที่ที่ไม่รู้จัก

สิ้นเสียงฝีเท้าของชายร่างสูง ความเงียบก็กลับมาปกคลุมคลังแสงอีกครั้ง แต่ในความเงียบนั้น กลับเต็มไปด้วยเสียงของความเจ็บปวดที่ยังคงก้องอยู่ในหูของตะวัน เขารู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงเหวอันมืดมิด ภาพของเครื่องจักรกลขนาดมหึมาที่เขาเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายยังคงติดตา มันคืออะไรกันแน่? และอำนาจที่ชายร่างสูงพูดถึง มันจะน่ากลัวสักแค่ไหน?

เขาพยายามต่อสู้กับความเหนื่อยล้า และความเจ็บปวดที่กำลังถาโถม แต่ร่างกายมันอ่อนแรงเกินไป เขาได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงฝีเท้าหลายคู่ เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ

“จับมันให้มั่น!” เสียงหนึ่งดังขึ้น

ตะวันรู้สึกถึงมือที่หยาบกร้านเข้ามาคว้าจับร่างที่อ่อนปวกเปียกของเขา เขาพยายามจะขัดขืน แต่ก็ไร้เรี่ยวแรง

“ปล่อยฉันนะ!” เขาตะโกน แต่เสียงของเขากลับเบาหวิว

เขาถูกยกขึ้น และรู้สึกเหมือนกำลังถูกเคลื่อนย้ายไปไหนสักแห่ง แสงไฟจากหลอดนีออนที่สลัวๆ สาดกระทบใบหน้าเป็นครั้งคราว ภาพของเศษซากเครื่องจักรกลที่เกลื่อนกลาดอยู่รอบตัวก็ค่อยๆ เลือนหายไป

เมื่อร่างของเขาถูกวางลงบนพื้นผิวที่เย็นเฉียบ ตะวันก็พยายามลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

เขาไม่ได้อยู่ในคลังแสงอีกต่อไป แต่เป็นห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงเก้าอี้เหล็กเพียงตัวเดียวตั้งอยู่กลางห้อง ผนังเป็นปูนเปลือย และมีประตูเหล็กบานใหญ่ปิดสนิทอยู่เบื้องหน้า

และที่สำคัญที่สุด...เบื้องหน้าของเขา คือชายร่างสูงคนเดิมที่ยืนรออยู่ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

“ยินดีต้อนรับสู่ห้องสอบสวน หมายเลข 3” ชายร่างสูงกล่าว “เรามีเรื่องต้องพูดคุยกันอีกเยอะเลยนะ ตะวัน”

ดวงตาของตะวันเบิกกว้าง เขาเห็นวัตถุบางอย่างในมือของชายร่างสูง มันคือ...เข็มฉีดยาขนาดใหญ่ บรรจุน้ำใสที่กำลังเรืองแสงอย่างประหลาด

ความกลัวที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนเริ่มคืบคลานเข้ามา เขาจำต้องเผชิญหน้ากับอดีต และความลับที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง “เงาบาป” ของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เรื่องราวของตะวันกำลังจะก้าวเข้าสู่บททดสอบที่โหดร้ายที่สุด แล้วเขาจะสามารถเอาชีวิตรอด และเปิดโปงความจริงอันดำมืดนี้ได้หรือไม่?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ทลายเงาบาป

ทลายเงาบาป

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!