ลมหนาวพัดโชยเข้ามาพร้อมกับละอองฝนโปรยปราย เพลิงยืนนิ่งอยู่หน้าบาร์ใต้ดิน "รัตติกาล" ที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ ที่แทบไม่มีใครย่างกราย กลิ่นคาวปลากลิ่นอับชื้นปนเปกันไปกับกลิ่นเหล้าอ่อนๆ จากภายใน เสียงดนตรีแจ๊สที่บรรเลงอย่างนุ่มนวลแต่แฝงความเศร้าสร้อยลอดออกมาจากบานประตูสีดำทึบ การตัดสินใจครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา เขาผลักประตูเข้าไป
ภายใน "รัตติกาล" แสงไฟสลัวสีเหลืองอมส้มสร้างบรรยากาศที่ลึกลับและเย้ายวน เคาน์เตอร์บาร์ไม้ขัดเงาวับสะท้อนแสงไฟ มีบาร์เทนเดอร์ร่างท้วมใบหน้าถมึงทึงกำลังขัดแก้วอย่างเงียบๆ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ดูไม่น่าไว้ใจ ใบหน้าเคร่งขรึม สายตาจับจ้องไปที่สิ่งรอบข้างอย่างระแวดระวัง เสียงพูดคุยกระซิบกระซาบดังเป็นระยะๆ คล้ายกับกลุ่มคนในเงามืดที่กำลังแลกเปลี่ยนความลับ
เพลิงเดินตรงไปยังมุมหนึ่งที่ดูห่างไกลสายตาผู้คนที่สุด นั่งลงบนเก้าอี้บาร์ไม้สูง สั่งเครื่องดื่มด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย “วิสกี้เปล่า แก้วเดียว”
บาร์เทนเดอร์พยักหน้าหงึกๆ ไม่ได้เอ่ยทักทายใดๆ เพียงแต่หยิบขวดวิสกี้ดีกรีสูงออกมา เทลงในแก้วใสจนเกือบเต็ม ก่อนจะวางมันลงตรงหน้าเพลิง
เพลิงยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ ความเผ็ดร้อนของวิสกี้แล่นวาบลงลำคอ ช่วยปลุกเร้าประสาทสัมผัสที่เริ่มเฉื่อยชาจากความเหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นตัวมากขึ้น ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง พยายามจับสังเกตทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน "รัตติกาล" แม้จะดูเหมือนเป็นเพียงบาร์ธรรมดาที่เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังหาที่พักพิงจากความหนาวเย็น แต่เพลิงรู้ดีว่า ที่แห่งนี้มีความพิเศษซ่อนอยู่
เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเช่นนั้น แต่สัญชาตญาณของเขาบอกแบบนั้น มันเป็นสัญชาตญาณที่เคยช่วยชีวิตเขามาแล้วหลายต่อหลายครั้งในอดีต
“คุณมาคนเดียวเหรอ?” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง
เพลิงหันไปมอง ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้น เธอยืนอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งของเขา ใบหน้าของเธอถูกปกคลุมด้วยผมสีดำยาวที่ปรกหน้าบางส่วน ทำให้มองเห็นเพียงโครงหน้าคมสัน ดวงตาของเธอเป็นประกายภายใต้แสงไฟสลัว สวมชุดเดรสสีดำรัดรูปที่เผยให้เห็นรูปร่างที่สมส่วน
“แล้วคุณล่ะ มากับใคร?” เพลิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความระแวดระวัง
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอฟังดูแหบแห้งแต่ก็มีเสน่ห์ “ฉันมาคนเดียวเหมือนกัน เห็นคุณนั่งอยู่คนเดียว เลยเข้ามาทักทาย”
“ขอบคุณ” เพลิงกล่าวสั้นๆ ก่อนจะหันกลับไปจิบวิสกี้ต่อ เขารู้สึกได้ถึงสายตาของเธอที่ยังคงจับจ้องมาที่เขา
“คุณชื่ออะไร?” เธอถามต่อ
“เพลิง” เขาตอบ
“ฉันชื่อนิล” หญิงสาวแนะนำตัว “คุณดูเหมือนคนที่ไม่ค่อยเข้ามาในที่แบบนี้เท่าไหร่”
“คุณมองขาดเลยนะ” เพลิงยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ก็ดูออก” นิลเอ่ย “สายตาของคุณมันเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง... หรือกำลังหนีอะไรบางอย่าง”
คำพูดของเธอทำให้เพลิงชะงักไปเล็กน้อย เขาก้มหน้ามองแก้ววิสกี้ในมือ “บางทีอาจจะทั้งสองอย่าง”
นิลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย “ถ้าคุณกำลังหาอะไรบางอย่าง ฉันอาจจะพอช่วยได้”
เพลิงเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน เขาเห็นประกายบางอย่างในดวงตาของเธอที่คล้ายกับตัวเอง ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจของเขา มันคือความรู้สึกของการได้พบเจอคนที่เข้าใจ โดยไม่ต้องอธิบาย
“คุณหมายถึงอะไร?” เพลิงถาม
“ที่นี่... ไม่ใช่แค่บาร์ธรรมดา” นิลกระซิบเสียงเบา “มันเป็นแหล่งรวมข่าวสาร เป็นที่ที่คนในเงามืดมาแลกเปลี่ยนข้อมูล เป็นที่ที่คนอย่างคุณ... หรืออย่างฉัน... อาจจะเจอสิ่งที่ต้องการ”
เพลิงปล่อยเสียงลมหายใจออกมาเบาๆ เขาไม่ได้แปลกใจกับคำพูดของเธอ “คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นเหรอ?”
“ฉันก็แค่... คนที่รู้ว่าควรจะไปหาข้อมูลจากที่ไหน” นิลยักไหล่ “ถ้าคุณกำลังตามหาใครบางคน หรือต้องการรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับองค์กรที่ทรงอิทธิพลในเมืองนี้... ฉันอาจจะให้คำแนะนำได้”
"องค์กรที่ทรงอิทธิพล" คำนี้ก้องกังวานอยู่ในหัวของเพลิง เขากำลังตามหาเบาะแสเกี่ยวกับ "เงาสังหาร" องค์กรที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายมากมายที่เกิดขึ้นในเมืองนี้
“คุณรู้เรื่อง 'เงาสังหาร' ด้วยเหรอ?” เพลิงถามอย่างตรงไปตรงมา
นิลหัวเราะในลำคอ “ใครบ้างล่ะที่ไม่รู้จักชื่อนี้ในวงการของเรา... มันเป็นชื่อที่ทำให้คนขนลุกได้เสมอ”
"วงการของเรา" เพลิงอดสงสัยไม่ได้ว่านิลอยู่ในวงการไหนกันแน่ หรือเธอเป็นเพียงแค่คนหาข่าวที่เก่งกาจ?
“ฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับฐานทัพของพวกเขา” เพลิงตัดสินใจลองเสี่ยงดู “แล้วก็... ต้องการรู้ว่าใครคือผู้นำที่แท้จริง”
นิลมองเพลิงนิ่งนาน สีหน้าของเธอจริงจังขึ้น “ข้อมูลที่คุณขอมา... มันอันตรายมากนะ เพลิง”
“ฉันรู้” เพลิงตอบเสียงหนักแน่น “แต่ฉันต้องรู้”
“ฐานทัพของ 'เงาสังหาร' มันไม่ใช่ที่ที่จะใครก็ได้จะเข้าถึงได้ง่ายๆ” นิลอธิบาย “มันตั้งอยู่ในอาคารสูงเสียดฟ้ากลางใจเมือง... เป็นอาคารที่ดูเหมือนสำนักงานธรรมดาๆ แต่เบื้องหลังมันซับซ้อนกว่านั้นมาก”
"อาคารสูงเสียดฟ้า" เพลิงนึกถึงตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ทั่วเมือง ภาพของตึกสูงที่สะท้อนแสงไฟนีออนสีฉูดฉาดผุดขึ้นมาในความคิด
“อาคารไหน?” เพลิงถาม
“อาคาร 'อัญมณี'” นิลเอ่ยชื่อ “มันเป็นอาคารที่ใหม่ที่สุด สูงที่สุด และดูหรูหราที่สุดในย่านธุรกิจ”
"อัญมณี" ชื่อนี้คุ้นหู เพลิงเคยเห็นมันจากข่าว เป็นอาคารที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน มีข่าวลือเกี่ยวกับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ใช้ในการก่อสร้าง
“แล้วผู้นำล่ะ?” เพลิงถามต่อ
นิลส่ายหน้าช้าๆ “เรื่องผู้นำ... นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้แน่ชัด แม้แต่คนที่ทำงานในองค์กรเอง ก็ยังมีข่าวลือที่แตกต่างกันไป บางคนบอกว่าเป็น 'จอมพล' ผู้มากอำนาจ บางคนก็บอกว่าเป็น 'เจ้าหญิง' ผู้ซ่อนเร้น... แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเบื้องหลังทั้งหมดคือ 'บิดา' ชายผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้า”
"บิดา"... คำนี้ฟังดูน่าเกรงขามและลึกลับ เพลิงรู้สึกว่ากำลังได้ข้อมูลที่สำคัญ
“คุณได้ข้อมูลนี้มาจากไหน?” เพลิงถาม
“ก็... จากแหล่งข่าวของฉันน่ะสิ” นิลยิ้ม “พวกเขามักจะรู้เรื่องราวที่คนอื่นไม่รู้”
จู่ๆ เสียงเพลงแจ๊สที่บรรเลงมาตลอดก็หยุดลง ความเงียบเข้าปกคลุมบาร์ชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านนอก
ลูกค้าในบาร์หลายคนหันไปมองประตูด้วยความระแวดระวัง เพลิงรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศ มันไม่ใช่แค่ความเงียบธรรมดา แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด
ประตูบาร์ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ชายร่างกำยำสามคนยืนประจันหน้าอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความดุดัน สวมชุดสีดำสนิทที่ดูทะมัดทะแมง
“ใครคือ 'เพลิง'?” ชายคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยถามด้วยเสียงที่ดุดัน
เพลิงรู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นไปทั่วสันหลัง เขาไม่ได้ตอบ แต่สายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องไปที่ชายกลุ่มนั้น
นิลขยับเข้ามาใกล้เพลิงอีกเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าจะมีคนอยากเจอคุณนะ”
“ไม่เคยเจอหน้าเลย” เพลิงพึมพำ
“เขาว่ากันว่า... องค์กรพวกนั้นมีสายตาที่มองเห็นได้ทุกที่” นิลกระซิบ
ชายคนหนึ่งในกลุ่มก้าวเข้ามาในบาร์ สายตาของเขาไล่สำรวจไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่เพลิง “คนที่จะตามหา... อยู่ตรงนี้”
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้เคาน์เตอร์บาร์ ซึ่งเพลิงเคยสังเกตเห็นว่ามีท่าทีพิรุธมาตั้งแต่แรก ก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ยกมือขึ้นคว้าปืนที่ซ่อนอยู่ในเสื้อ
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เหนี่ยวไก เพลิงก็เคลื่อนไหวแล้ว!
ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป เพลิงพุ่งตัวไปด้านข้าง คว้าแก้ววิสกี้ที่อยู่บนเคาน์เตอร์มาปาใส่หน้าชายคนนั้นอย่างแม่นยำ วิสกี้กระฉอกเข้าตา ทำให้ชายคนนั้นชะงักงันไปชั่วขณะ
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง นิลก็คว้าขวดเหล้าที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มาฟาดใส่ศีรษะของชายอีกคนที่พุ่งเข้ามาหาเพลิงอย่างแรง เสียงขวดแตกดังสนั่น
เพลิงไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าหาชายคนแรกที่ยังคงตาพร่าจากวิสกี้ ใช้หมัดขวาชกเข้าที่ท้องอย่างแรงจนชายคนนั้นตัวงอ ก้มลงไอไม่หยุด
ส่วนชายคนที่สอง นิลใช้ช่วงเวลาที่เขาเสียหลักเข้าเตะตัดขาจนล้มลงไปกองกับพื้น
ชายคนที่สามที่ยืนอยู่ตรงประตูเห็นท่าไม่ดี รีบชักปืนออกมาหมายจะยิง
แต่เพลิงเร็วกว่า! เขาหยิบเก้าอี้บาร์ไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุดมาฟาดใส่แขนที่ถือปืนของชายคนนั้นอย่างแรง ปืนหลุดมือกลิ้งไปบนพื้น
“นี่มัน... อะไรกัน?” ชายคนที่สามอุทานด้วยความตกใจ
“พวกแกมาผิดที่แล้ว” เพลิงพูดเสียงเย็นชา
สถานการณ์ในบาร์เปลี่ยนจากบรรยากาศลึกลับ กลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ ในพริบตา ลูกค้าที่เหลือแตกตื่น รีบวิ่งหนีออกไปด้านนอก
เพลิงและนิลยืนประจันหน้ากับชายฉกรรจ์ทั้งสามคน เพลิงรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น การปรากฏตัวของเขาในที่แห่งนี้คงทำให้องค์กร "เงาสังหาร" รู้สึกถึงภัยคุกคาม
“ดูเหมือนว่า... การมาของเธอจะทำให้เรื่องมันยุ่งขึ้นนะ” นิลพูดขณะที่เธอยังคงอยู่ในท่าเตรียมพร้อม
“ก็ดี” เพลิงตอบ ดวงตาของเขามุ่งมั่น “จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร เร็วขึ้น”
เขาเหลือบมองไปยังหน้าต่างบานเล็กๆ ด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์ มองเห็นเงาสูงใหญ่ของอาคาร "อัญมณี" ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงไฟยามราตรีของมหานคร
คืนนี้... รัตติกาลแห่งอันตรายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ
[จบตอนที่ 4]

รัตติกาลเพลิง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก