สายลมหนาวเย็นยะเยือกยังคงพัดพาละอองฝนโปรยปรายอย่างไม่ลดละ ราวกับจะเยาะเย้ยความอ้างว้างในหัวใจของเพลิง เขาหลับตาลงช้าๆ สูดกลิ่นอับชื้นของตรอกซอยที่ผสมปนเปกับกลิ่นคาวปลาจางๆ ที่ลอยมาจากไหนสักแห่ง และกลิ่นเหล้าอ่อนๆ ที่ลอดออกมาจากบาร์ใต้ดิน “รัตติกาล” บาร์แห่งนี้คือที่ซ่อนที่เขาคุ้นเคย เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการดำดิ่งสู่โลกใต้เงามืดของมหานครแห่งนี้
เมื่อคืนก่อน เขาได้เผชิญหน้ากับ “เงา” สมาคมลับที่คอยชักใยเบื้องหลังอำนาจทั้งหมดในเมืองนี้ การต่อสู้ที่ดุเดือดบนหลังคาตึกสูงเสียดฟ้าท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ยังคงฉายภาพชัดเจนในความทรงจำ ร่างกายของเขายังคงปวดระบมจากการปะทะครั้งนั้น แต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงด้วยความโกรธแค้นที่สุมล้น
“เพลิง…แกแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้?” เสียงของ “มาลี” หญิงสาวปริศนาผู้มีเบื้องหลังอันซับซ้อน ซึ่งเพิ่งเข้ามาพัวพันกับชีวิตของเขาเมื่อไม่นานนี้ ดังขึ้นแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความกังวล เธอยืนอยู่ข้างกายเขา ใบหน้าซีดเผือดภายใต้แสงสลัวของไฟนีออนที่ส่องลงมาจากป้ายบาร์
เพลิงลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกริบที่สะท้อนแสงไฟสีแดงจากป้ายบาร์ฉายแววอำมหิต “ฉันไม่มีทางเลือกอื่น มาลี” เสียงของเขาแหบพร่า แต่หนักแน่น “พวกเขาพรากทุกอย่างไปจากฉัน…และครั้งนี้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาขวางทางได้อีก”
มาลีขยับเข้ามาใกล้ พยายามจะจับแขนของเขา “แต่ที่นี่…มันอันตรายเกินไป เพลิง พวกนั้นเป็นใครกันแน่ เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
“นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องเข้าไป” เพลิงสะบัดแขนออกอย่างแผ่วเบา “ฉันต้องรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ ใครคือคนที่ต้องรับผิดชอบกับการตายของครอบครัวฉัน”
เขาผลักประตูบาร์ “รัตติกาล” เข้าไป กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเหล้าเข้มข้นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในอากาศ ผู้คนในบาร์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ดูอันธพาล มีรอยสักเต็มตัว ใบหน้าหยาบกร้าน พวกเขากำลังดื่มกิน หัวเราะ และพูดคุยเสียงดังราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เพลิงเดินตรงไปยังบาร์ สั่งเครื่องดื่มที่แรงที่สุดเท่าที่จะหาได้ ก่อนจะหันกลับมามองมาลีที่ยืนลังเลอยู่ตรงทางเข้า “ถ้าเธอไม่ไหว ก็กลับไปได้นะ มาลี”
มาลีส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ค่ะ ฉันจะอยู่ตรงนี้”
เพลิงพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับข้อมูลที่เขาต้องการ เขาต้องการรู้ว่า “เงา” ใช้เส้นทางไหนในการเคลื่อนไหว ข้อมูลที่ได้มาเมื่อคืนนี้ยังไม่เพียงพอ เขาต้องการรายละเอียดที่แม่นยำกว่านี้
“บาร์เทนเดอร์!” เพลิงตะโกนเรียก ชายร่างท้วมผู้มีใบหน้าเคร่งขรึม หันมามองเขาอย่างรวดเร็ว “มีข่าวเกี่ยวกับ…งานพิเศษช่วงนี้บ้างไหม?”
บาร์เทนเดอร์มองเพลิงอย่างพิจารณา สังเกตเห็นรอยฟกช้ำบางส่วนบนใบหน้าของเขา “งานพิเศษ?” เขาถามกลับ “นายหมายถึงพวกนอกกฎหมายที่ชอบย่องเบาหรือไง?”
“ประมาณนั้น” เพลิงตอบอย่างหน้าตาย “แต่พวกที่ฉันกำลังตามหา…ฝีมือระดับพระกาฬ”
บาร์เทนเดอร์หัวเราะหึๆ “พวกนั้นน่ะเหรอ? พวกเขาก็มีรังของตัวเองเหมือนกันแหละ อย่ามายุ่งกับเรื่องที่ตัวเองไม่เข้าใจเลยดีกว่า”
“ฉันไม่ชอบคำพูดของนาย” เพลิงขยับเข้ามาใกล้ “ฉันกำลังมองหาคน…หรือกลุ่มคน ที่มีอำนาจและทำงานใต้ดิน”
“ถ้าพูดถึง ‘เงา’ ล่ะก็…” บาร์เทนเดอร์หยุดพูดไปชั่วครู่ ก่อนจะก้มหน้าลงไปเช็ดแก้ว “พวกนั้นเป็นตำนาน…ของจริง”
“ตำนาน?” เพลิงพ่นลมหายใจ “ตำนานที่กำลังจะถูกฉันสลายไป”
“ใจเย็นหน่อยเพื่อน” บาร์เทนเดอร์พูดเสียงเบา “พวกนั้นไม่เล่นตลกนะ ถ้าพวกเขารู้ว่านายกำลังสืบสาวเรื่องของพวกเขา…ชีวิตนายจะสั้นลงกว่าอายุขัยที่แท้จริงเยอะ”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ” เพลิงกระแทกแก้วเหล้าลงบนเคาน์เตอร์ “บอกฉันมา…ฉันต้องการข้อมูล”
บาร์เทนเดอร์มองไปรอบๆ ราวกับจะประเมินสถานการณ์ เขาเห็นสายตาแน่วแน่ของเพลิง ความมุ่งมั่นที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “เอาล่ะ…ถ้าอยากรู้มากขนาดนั้น” เขาค่อยๆ หยิบกระดาษเช็ดปากแผ่นหนึ่งมาเขียนอะไรบางอย่างลงไป “นี่คือที่ที่พวกมันมักจะปรากฏตัว…แต่ฉันเตือนไว้ก่อนนะ ที่นี่อันตรายยิ่งกว่านรก”
เพลิงรับกระดาษแผ่นนั้นมา มีเพียงที่อยู่สั้นๆ และตัวอักษรย่อ “อาคาร ‘นกเหยี่ยว’…ชั้นบนสุด”
“อาคารนกเหยี่ยว?” มาลีทวนคำอย่างไม่เข้าใจ “ฉันไม่เคยได้ยินชื่อตึกนี้มาก่อน”
“เป็นตึกที่สร้างมานานแล้ว อยู่ใจกลางเมืองเก่า” บาร์เทนเดอร์อธิบาย “แต่ปัจจุบัน…ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง…มีข่าวลือว่าพวก ‘เงา’ ใช้เป็นฐานบัญชาการลับ”
“ชั้นบนสุด…” เพลิงพึมพำ “นั่นคือเป้าหมายต่อไปของฉัน”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากทางเข้าบาร์ ชายฉกรรจ์สามคน ร่างกายกำยำ สวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าไร้อารมณ์ ก้าวเข้ามาในบาร์อย่างเงียบเชียบ แต่ทรงพลัง ดวงตาของพวกเขาเหลือบมองมาที่เพลิงทันที
“พวกมันมาแล้ว” บาร์เทนเดอร์กระซิบเสียงเบา
เพลิงหันกลับไปมอง ชายทั้งสามคนเดินตรงมาที่เขาอย่างไม่ลังเล “นายคงจะ ‘เงา’ ที่มาหาฉันสินะ” เพลิงพูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“แก…กำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งในกลุ่ม พูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความคุกคาม “แกเข้ามาในอาณาเขตของพวกเรา…โดยไม่ได้รับอนุญาต”
“อาณาเขตของพวกแก?” เพลิงหัวเราะเยาะ “ฉันไม่มีอาณาเขตของใครทั้งนั้น…นอกจากอาณาเขตที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง”
“อย่ามาปากดี!” ชายอีกคนพูด พลางชักมีดสั้นออกมาจากซองข้างเอว
“มาสิ” เพลิงตอบ สายตาของเขาจับจ้องไปยังมีดสั้นเล่มนั้น “ถ้าพวกแกอยากได้คำตอบ…ก็ต้องมาต่อสู้กับฉันก่อน”
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างกะทันหัน เพลิงไม่ใช่แค่นักสู้ที่อาศัยความแข็งแกร่ง แต่เขายังมีไหวพริบและการเคลื่อนไหวที่ว่องไว ราวกับสายลม เขาหลบหลีกการโจมตีของชายฉกรรจ์ทั้งสามได้อย่างฉิวเฉียว
ชายคนแรกพุ่งเข้ามาด้วยหมัดตรงที่หนักหน่วง เพลิงเอียงตัวหลบ ก่อนจะใช้สันมือฟาดเข้าที่ขมับของคู่ต่อสู้จนเซถอยไป
ชายคนที่สองพยายามจะใช้มีดสั้นแทงเข้ามาที่สีข้างของเพลิง แต่เพลิงกลับคว้าแขนของเขาไว้ พลิกตัวจนชายคนนั้นเสียหลัก ล้มลงไปกระแทกกับพื้น
ชายคนที่สามที่เหลืออยู่ พุ่งเข้าใส่เพลิงด้วยการเตะสูงที่น่ากลัว เพลิงใช้ท่อนแขนปัดป้องเอาไว้ ก่อนจะใช้จังหวะที่คู่ต่อสู้เสียการทรงตัว กระโดดขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์บาร์ แล้วใช้เท้าทั้งสองข้างถีบเข้าที่หน้าอกของชายคนนั้นอย่างแรง จนเขากระเด็นไปชนกับโต๊ะ
ผู้คนในบาร์ต่างกรีดร้องและแตกตื่น หลบหลีกกันไปคนละทิศละทาง บาร์เทนเดอร์รีบหลบหลังเคาน์เตอร์
มาลีมองเหตุการณ์ด้วยความตกตะลึง แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ข้างเพลิง เธอรู้ดีว่าเพลิงมีความสามารถ แต่ไม่คิดว่าเขาจะต่อสู้ได้เก่งกาจถึงเพียงนี้
เพลิงกระโดดลงจากเคาน์เตอร์ มายืนเผชิญหน้ากับชายฉกรรจ์ทั้งสามที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล “บอกฉันมา…ใครส่งพวกแกมา?”
ชายฉกรรจ์คนแรก พยายามจะลุกขึ้น แต่กลับทรุดลงไปอีกครั้ง “แก…จะเสียใจ…” เขากระแอมไอ
“ฉันจะเสียใจก็ต่อเมื่อฉันพลาด” เพลิงตอบพลางเดินเข้าไปใกล้ “และคืนนี้…ฉันไม่มีวันพลาด”
ทันใดนั้น ประตูบาร์ก็เปิดผางออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นชายร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมสัน ดวงตาเย็นชา สวมชุดสูทสีดำสนิท เขาเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ราวกับดูละครโรงใหญ่
“น่าประทับใจเสียจริง” ชายคนนั้นพูดเสียงนุ่ม “การต่อสู้ที่ดุเดือด…เหมาะกับสถานที่แห่งนี้”
เพลิงหันไปมองชายคนใหม่ “นายคือใคร?”
“ฉัน…คือผู้ดูแล” ชายคนนั้นตอบ “ดูแลทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเงามืด…รวมถึงแก”
“ผู้ดูแล?” เพลิงเลิกคิ้ว “ถ้างั้น…นายก็คือคนที่ฉันตามหา”
“ไม่…แกยังหาไม่เจอหรอก” ผู้ดูแลพูดพลางเดินเข้ามาใกล้ “แกแค่เจอ…เบี้ยตัวหนึ่งเท่านั้น”
“เบี้ย?” เพลิงหัวเราะ “งั้นก็ถึงเวลาที่ฉันจะกำจัดเบี้ยตัวนี้ให้สิ้นซาก”
“ใจเย็นๆ” ผู้ดูแลยกมือขึ้น “การต่อสู้ครั้งนี้…คงจะยาวนานกว่าที่แกคิด”
เขาหันไปมองมาลี “ส่วนเธอ…หญิงสาวผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่…แกควรจะถอยไปก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
มาลีส่ายหน้า “ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”
“ดี” ผู้ดูแลพยักหน้ารับ “ถ้าอย่างนั้น…ก็เตรียมตัวให้พร้อม”
เขาหันกลับมาหาเพลิง “อาคารนกเหยี่ยว…รอแกอยู่…แต่ไม่ใช่ในรูปแบบที่แกคาดหวัง”
ทันใดนั้น ผู้ดูแลก็ชักปืนพกออกมาจากซองในเสื้อสูท แล้วเล็งมาที่เพลิง
“ไม่!” มาลีร้อง
เพลิงตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขากระโจนเข้าหาผู้ดูแล พยายามจะแย่งปืน แต่ผู้ดูแลก็ชำนาญไม่แพ้กัน การต่อสู้ครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวในบาร์ “รัตติกาล”
ขณะที่เพลิงกำลังต่อสู้กับผู้ดูแลอย่างดุเดือด ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนก็ลุกขึ้นยืนได้แล้ว พวกเขาถอยไปตั้งหลัก ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เพลิงอีกครั้งจากด้านหลัง
เพลิงตกอยู่ในวงล้อม เขาต้องเผชิญหน้ากับผู้ดูแลที่ร้ายกาจ และลูกสมุนที่แข็งแกร่งอีกสามคน
“แกจะตายที่นี่…เพลิง!” ผู้ดูแลตะโกน
“ยังไม่จบง่ายๆ หรอก!” เพลิงตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพลิงรู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยน เขาต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้น เขาจะตกเป็นเหยื่อของ “เงา” อย่างแท้จริง
เขากำลังจะเผชิญหน้ากับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้…บนหลังคาตึก “นกเหยี่ยว” อันเป็นตำนานแห่งมหานครแห่งนี้
อนาคตของเขา…และความลับของ “เงา” กำลังจะถูกเปิดเผย…แต่ด้วยราคาที่ต้องจ่าย…อาจจะสูงเกินกว่าที่เขาจะรับไหว…

รัตติกาลเพลิง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก