สายลมหนาวเย็นยะเยือกยังคงพัดพาละอองฝนโปรยปรายอย่างไม่ลดละ ราวกับจะเยาะเย้ยความอ้างว้างในหัวใจของเพลิง เขาหลับตาลงช้าๆ สูดกลิ่นอับชื้นของตรอกซอยที่ผสมปนเปกับกลิ่นคาวปลาจางๆ ที่ลอยมาจากไหนสักแห่ง และกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ที่ลอดออกมาจากบาร์ใต้ดินแห่งนั้น มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคย เป็นกลิ่นที่บ่งบอกถึงชีวิตอีกด้านหนึ่งของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล ชีวิตที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้แสงนีออนฉูดฉาด
เพลิงยืนนิ่งอยู่กลางตรอกแคบๆ ที่แสงไฟจากถนนใหญ่สาดส่องลงมาได้เพียงริบหรี่ สองข้างทางเต็มไปด้วยถังขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ป้ายร้านค้าที่ซีดจาง และเงาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ทุกการเคลื่อนไหว ทุกเสียงที่เกิดขึ้นล้วนเป็นข้อมูลที่เขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว
"คิดว่าซ่อนตัวอยู่นานแค่ไหน?" เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เพลิงสะดุ้งเล็กน้อย เขาไม่หันกลับไป แต่ริมฝีปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปาก "ยังไม่ถึงนาทีเลย"
"เร็วเหมือนเคย" เสียงนั้นยังคงตามติดมาอย่างไม่ลดละ "แต่ครั้งนี้เธอจะหนีไม่พ้น"
เพลิงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับบุคคลปริศนา ชายร่างผอมสูง สวมเสื้อโค้ทสีดำยาวปิดบังรูปร่าง ใบหน้าถูกอำพรางด้วยหมวกปีกกว้างและหน้ากากที่ดูเหมือนทำจากหนังเนื้อดี มีเพียงดวงตาที่สะท้อนแสงไฟในตรอกปรากฏอยู่ด้านใน แววตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"แกเป็นใคร?" เพลิงถาม เสียงของเขาแข็งกร้าวดังเช่นทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู
"ชื่อไม่ใช่สิ่งสำคัญตอนนี้" ชายปริศนาตอบ "สิ่งที่สำคัญคือสิ่งที่เธอถืออยู่"
เพลิงกวาดตามองไปที่มือของตัวเอง มือข้างหนึ่งกำลังกำวัตถุบางอย่างที่ห่อหุ้มด้วยผ้าสีดำเอาไว้ เขาจำได้ว่ามันคืออะไร เป็นของสำคัญที่เขาต้องนำไปส่งให้ถึงมือ "แกต้องการมัน?"
"ไม่ใช่ฉัน" ชายปริศนาเอียงศีรษะเล็กน้อย "แต่เจ้านายของฉันต้องการ"
"องค์กรนั่น..." เพลิงพึมพำ พลางนึกถึงองค์กรลับที่เขาพยายามสืบหามาตลอดหลายปี "พวกแกเป็นใครกันแน่?"
"เราคือผู้ที่คอยจัดระเบียบโลก" เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "และสิ่งของที่เธอถืออยู่กำลังจะทำให้ระเบียบนั้นสั่นคลอน"
"โลกนี้ไม่ต้องการระเบียบแบบพวกแก" เพลิงสวนกลับ "โลกต้องการอิสระ"
"อิสระที่นำมาซึ่งความวุ่นวาย? อิสระที่ทำให้คนอ่อนแอต้องถูกเหยียบย่ำ? ไม่ใช่สิ่งที่เจ้านายของฉันต้องการ"
"แล้วสิ่งที่แกต้องการล่ะ?"
ชายปริศนาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังประเมินเพลิง "ฉันต้องการเพียงแค่ทำตามหน้าที่"
ทันใดนั้นเอง ชายปริศนาชักมีดสั้นเล่มบางออกมาจากแขนเสื้อ ความคมของใบมีดสะท้อนแสงไฟในตรอกเป็นประกายเย็นเยียบ "และหน้าที่ของฉันคือการเอาสิ่งนั้นมา และกำจัดอุปสรรคทั้งหมด"
สิ้นเสียง ชายปริศนาพุ่งเข้าหาเพลิงด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง เพลิงไม่รอช้า เขาถอยหลังอย่างรวดเร็ว หลบคมมีดที่ฟันฉับลงมาหมายจะสับแขนของเขา เสียงมีดกระทบกับอิฐผนังดัง "เคร้ง!"
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นในตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยขยะและเงา เพลิงเคลื่อนไหวพลิ้วไหวราวกับสายน้ำ เขาใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ หลบหลีกการโจมตีของชายปริศนาอย่างเฉียดฉิว มือข้างหนึ่งยังคงกำวัตถุสำคัญไว้แน่นอย่างหวงแหน
"แกเร็วมาก" ชายปริศนาชมเชยด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก "แต่ความเร็วเพียงอย่างเดียวไม่พอ"
พลันชายปริศนาก็เปลี่ยนรูปแบบการโจมตี จากที่เคยเน้นความเร็วและแม่นยำ เขาเริ่มใช้กำลังมากขึ้น เหวี่ยงมีดปะทะกับวัตถุต่างๆ ในตรอก สร้างความเสียหายให้แก่สิ่งรอบข้าง เพลิงต้องคอยหลบหลีกอย่างระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นอาจได้รับบาดเจ็บจากเศษซากที่กระเด็นออกมา
"แกคงไม่รู้สินะว่าสิ่งนี้มีความหมายต่อฉันแค่ไหน" เพลิงกล่าว ขณะที่เขาใช้ถังขยะที่ล้มคว่ำบังการโจมตี "มันอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดโปงความลับทั้งหมด"
"ความลับที่แกพยายามค้นหามาตลอด" ชายปริศนาตอบ "แต่มันจะจบลงที่นี่"
เพลิงพุ่งตัวเข้าหาชายปริศนา ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ไหล่ของเขา แต่ชายปริศนาหลบได้ทัน เขาหมุนตัวกลับมาใช้เท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของเพลิงอย่างแรง เพลิงกระเด็นถอยหลังไปชนกับผนังอิฐอย่างจัง
"อึ่ก!" เขาพยายามตั้งสติ แรงกระแทกทำให้หน้าท้องระบมไปหมด แต่เขายังคงยืนหยัดอยู่ได้
"ถ้าแกยอมแพ้ตอนนี้ ฉันอาจจะไว้ชีวิตแก" ชายปริศนาเสนอ "แต่ถ้าดื้อดึง..."
"ฉันไม่มีวันยอมแพ้" เพลิงพูดพลางยันตัวขึ้นยืน ดวงตาของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความมุ่งมั่น "ไม่มีวันที่จะให้พวกแกได้ในสิ่งที่ต้องการ"
เขาเหลือบมองไปที่วัตถุในมือ แสงไฟจากถนนสาดส่องพอให้เห็นว่าเป็นกล่องโลหะสีดำขนาดเล็ก เพลิงรู้ดีว่ามันคืออะไร มันคือ "กุญแจ" ที่สามารถไขความลับขององค์กรที่เขาตามล่าอยู่ได้
"แกมันก็แค่เบี้ยบนกระดาน" ชายปริศนาพูดเย้ยหยัน "พวกแกไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าเรากำลังทำเพื่ออะไร"
"เพื่ออะไร? เพื่อครองโลก? เพื่อกดขี่คนอื่น?" เพลิงสวนกลับ "ความทะเยอทะยานของพวกแกมันจะนำไปสู่หายนะ!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังประจันหน้ากัน เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นมาจากระยะไกล มันดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สร้างความตึงเครียดให้แก่สถานการณ์
"ดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญ" ชายปริศนาพึมพำ "ฉันต้องไปแล้ว"
เขาหันหลังให้กับเพลิง และหายลับไปในเงามืดของตรอกอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น
เพลิงยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาปล่อยลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา โล่งใจที่รอดพ้นจากการต่อสู้ที่อาจจะยาวนานกว่านี้ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกหงุดหงิดที่ศัตรูหลบหนีไปได้
เสียงไซเรนดังใกล้เข้ามาทุกขณะ เพลิงรู้ว่าเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อได้นาน เขาหันไปมองทางที่ชายปริศนาหายไป ก่อนจะหันกลับมามองวัตถุในมือ
"ยังไม่จบแค่นี้แน่" เขาพูดกับตัวเอง พลางรีบเก็บกล่องโลหะไว้ในเสื้อด้านในอย่างมิดชิด
เขากระโดดข้ามกองขยะ และปีนขึ้นไปบนกำแพงเตี้ยๆ ก่อนจะกระโจนไปยังหลังคาตึกแถวที่อยู่ติดกัน ท่ามกลางละอองฝนที่ยังคงโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง เพลิงเคลื่อนไหวไปตามหลังคาตึกอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ราวกับเป็นเงาที่ถูกพายุพัดพาไป
เขาต้องรีบไปจากที่นี่ ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง และก่อนที่องค์กรนั้นจะส่งคนอื่นมาตามล่าเขาอีกครั้ง
เมื่อเพลิงมาถึงหลังคาตึกสูง เขาหยุดยืนมองทิวทัศน์ของมหานครที่ทอดยาวเบื้องหน้า แสงไฟจากตึกระฟ้าต่างๆ ส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับพันเม็ด ท่ามกลางเมฆฝนที่ปกคลุมท้องฟ้า
"พวกแกคิดว่าฉันจะหยุดแค่นี้หรือไง?" เพลิงพึมพำ เขากระชับวัตถุในมือแน่น "ฉันจะเปิดโปงพวกแกให้ได้"
เขาหันไปมองทิศทางของอาคารสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป นั่นคือฐานทัพขององค์กรลับที่เขากำลังตามล่าอยู่
"ถึงเวลาที่ต้องลุยให้ถึงรังของพวกมันแล้ว" เขาตัดสินใจ
พลัน ดวงตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างบนหลังคาตึกฝั่งตรงข้าม เงาของใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางความมืด
เพลิงขมวดคิ้ว เขาจำได้ว่าชายคนนั้นมีลักษณะคล้ายกับคนที่เขาเพิ่งต่อสู้ด้วย แต่ดูเหมือนจะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่า
"ยังไม่จบจริงๆ ด้วย" เขาถอนหายใจ
เขาตัดสินใจไม่รอช้า เพลิงวิ่งไปทางขอบหลังคา และกระโจนข้ามช่องว่างระหว่างตึกไปยังหลังคาอีกฝั่งหนึ่งอย่างแม่นยำ
ร่างของเขาตกลงบนหลังคาอย่างเงียบเชียบ เขาก้มตัวลงต่ำ ซุ่มซ่อนอยู่หลังเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่
เงาที่เขาเห็นก่อนหน้านี้กำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เพลิงมองผ่านช่องว่างเล็กๆ ของเครื่องปรับอากาศ ดวงตาของเขามีประกายแห่งความท้าทาย
"ครั้งนี้คงไม่สามารถหนีไปง่ายๆ แล้วสินะ" เขาคิด
เขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งใหม่ ท่ามกลางสายลมและละอองฝนที่ยังคงโปรยปราย รัตติกาลยังคงดำเนินต่อไป และเพลิงก็ยังคงต้องต่อสู้เพื่อความจริงที่เขาเชื่อมั่น
เขาไม่รู้ว่าใครคือคนที่กำลังเดินเข้ามา หรือจะมีกี่คนที่รอเขาอยู่เบื้องหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่คือ เขาจะไม่มีวันยอมแพ้ต่อองค์กรชั่วร้ายที่กำลังคุกคามโลกใบนี้
การเดินทางของเพลิงยังอีกยาวไกล และการต่อสู้บนหลังคาตึกในค่ำคืนอันหนาวเหน็บนี้ เพิ่งจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ.

รัตติกาลเพลิง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก