ตอนที่ 10 — เสียงกระซิบจากเงา
สายลมหนาวเย็นยะเยือกยังคงพัดพาละอองฝนโปรยปรายอย่างไม่ลดละ ราวกับจะเยาะเย้ยความอ้างว้างในหัวใจของเพลิง เขาหลับตาลงช้าๆ สูดกลิ่นอับชื้นของตรอกซอยที่ผสมปนเปกับกลิ่นคาวปลาจางๆ ที่ลอยมาจากไหนสักแห่ง และกลิ่นเหล็กสนิมที่ติดตรึงอยู่ในอากาศราวกับเป็นลายเซ็นของสถานที่แห่งนี้ ännu (ที่นี่) คือมุมอับที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังม่านแห่งรัตติกาล เป็นดั่งหลุมดำที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งให้เลือนหายไปในเงามืด
แต่คืนนี้ ความมืดมิดนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความเวิ้งว้างไร้ผู้คน เพลิงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคมกริบสแกนไปทั่วบริเวณ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังลอดมาจากปลายตรอก เสียงนั้นไม่ได้มาจากสัตว์จรจัด หรือวัยรุ่นที่แอบหนีผู้ปกครองออกมาเที่ยวเล่น เสียงนั้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนักแน่น และประสงค์ร้าย
"ออกมาสิ... ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์ร่างสูงโปร่ง เขาถือปืนสั้นในมือข้างหนึ่ง นิ้วชี้พาดอยู่บนไกปืนอย่างระมัดระวัง แสงไฟนีออนสีส้มจากป้ายร้านค้าที่ปิดตายสาดส่องกระทบใบหน้าของเขา ทำให้มองเห็นรอยแผลเป็นยาวเหยียดที่ลากผ่านโหนกแก้ม
เพลิงไม่ตอบ เขาขยับตัวไปอย่างเงียบเชียบ พลางสังเกตการณ์ชายคนนั้นอย่างใจเย็น รอยแผลเป็นที่ใบหน้านั้น บ่งบอกถึงประสบการณ์โชกโชนในการต่อสู้ และดวงตาที่ฉายแววอำมหิตนั่น ก็ยืนยันได้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา
"ถ้าเธอไม่ยอมออกมา ฉันจะเข้าไปหาเอง" ชายคนนั้นก้าวเข้ามาอีกสองสามก้าว แสงไฟสะท้อนประกายจากคมมีดสั้นที่เหน็บไว้ข้างเอว
เพลิงตัดสินใจ เขาไม่ต้องการให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ เขาเลือกที่จะเผชิญหน้า
"แกเป็นใคร" เพลิงถามเสียงเรียบ ดวงตาจับจ้องไปยังมือที่ถือปืนของอีกฝ่าย
"คำถามที่โง่เขลา... ฉันคือคนที่องค์กรส่งมาเพื่อจัดการกับ 'ปัญหา' อย่างเธอ" ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอ "และเธอก็คือ 'ปัญหา' ชิ้นใหญ่ที่ถูกจับตามานาน"
"องค์กรไหน" เพลิงถามต่อ พยายามดึงเวลาเพื่อประเมินสถานการณ์
"เธอไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อ... แค่รู้ว่าชีวิตของเธอจะจบลงที่นี่" พูดจบ ชายคนนั้นก็ยกปืนขึ้นเล็งมาที่เพลิง
เพลิงรู้ดีว่าเขาไม่มีเวลามากนัก เขาพุ่งตัวหลบออกไปทางด้านข้าง ทันทีที่ลำแสงสีแดงจากศูนย์เล็งปรากฏขึ้นบนพื้นปูน เขาได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนเฉียดผ่านร่างของเขาไปเพียงเล็กน้อย
"ว่องไวดีนี่... แต่ก็แค่นั้น" ชายคนนั้นพูด พลางก้าวเข้ามาอีกครั้ง เขาไม่ได้ยิงซ้ำ แต่กลับใช้จังหวะที่เพลิงกำลังเสียหลัก ชักมีดสั้นออกมาจากเอว
เพลิงกลิ้งตัวหลบไปอีกครั้ง เสียงฝีเท้าของชายคนนั้นดังถี่ขึ้น เขาไม่ได้วิ่ง แต่เป็นการก้าวที่มั่นคง และทรงพลัง ราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
"ฉันชื่อ 'เงามรณะ' จำชื่อนี้ไว้ให้ดี... เพราะมันจะเป็นชื่อสุดท้ายที่เธอจะได้ยิน" ชายที่เรียกตัวเองว่าเงามรณะพูด ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เพลิงด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดในตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยถังขยะและกองเศษวัสดุ เพลิงอาศัยความคล่องแคล่วว่องไวของตนเอง หลบหลีกคมมีดของเงามรณะที่ฟันฉับๆ ราวกับใบพัดลม
"แกคิดว่าการใช้มีดจะเอาชนะฉันได้งั้นเหรอ" เพลิงสวนกลับอย่างเย้ยหยัน
"มันไม่เพียงพอ... แต่มันก็มากพอที่จะตัดแขนตัดขาของเธอได้" เงามรณะตอบด้วยเสียงหอบเล็กน้อย แม้จะดูเหมือนกำลังได้เปรียบ แต่เพลิงก็สัมผัสได้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีที่ดูเหมือนจะเหนื่อยล้าของอีกฝ่าย
เพลิงตัดสินใจเปลี่ยนแผน เขาไม่ได้ต้องการยืดเยื้อการต่อสู้นี้ให้นานเกินไป เขาเหลือบมองไปยังทางออกของตรอกที่มีแสงสว่างรำไรจากถนนใหญ่
"แกจะหนีไปไหน" เงามรณะเห็นสายตาของเพลิง เขาเร่งความเร็วในการโจมตีขึ้นอีก
เพลิงใช้จังหวะที่เงามรณะพุ่งเข้ามา เขาหมุนตัวหลบไปทางด้านหลังของถังขยะใบใหญ่ ใบมีดของเงามรณะเฉียดกระทบเข้ากับถังขยะ ทำให้เกิดเสียงดังโครมคราม
"แกมันก็แค่พวกอันธพาล... คิดว่าตัวเองเก่ง" เงามรณะพูดพลางหันมาหาเพลิง
"แกนั่นแหละ... ที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น" เพลิงกล่าว ก่อนจะใช้จังหวะที่เงามรณะกำลังเสียสมาธิเล็กน้อย พุ่งตัวออกไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว
เขาวิ่งออกจากตรอกไปสู่ถนนใหญ่ที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝน แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสาดส่องให้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เต็มไปด้วยความแค้นของเงามรณะที่ปรากฏขึ้นที่ปากตรอก
"แกหนีไม่พ้นหรอก... เพลิง!" เงามรณะตะโกนก้อง
เพลิงไม่ตอบ เขาเร่งฝีเท้า หวังจะหาที่หลบซ่อนที่ปลอดภัยกว่านี้ ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองในยามค่ำคืน
ขณะที่เขากำลังวิ่งไปตามทางเท้าที่เต็มไปด้วยผู้คน เพลิงสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่เขาจากมุมสูง เขาเงยหน้าขึ้นมอง และพบกับเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่บนหลังคาของอาคารสูงเสียดฟ้า
"พวกมัน... มากันหมดแล้วจริงๆ" เพลิงพึมพำกับตัวเอง
เขาไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าไปในซอยเล็กๆ อีกครั้ง คราวนี้เป็นซอยที่ค่อนข้างมืดกว่าเดิม แต่มีบันไดหนีไฟที่ทอดตัวขึ้นสู่เบื้องบน
"ฉันไม่ยอมให้พวกแกจับฉันได้ง่ายๆ หรอก" เพลิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
เขาเริ่มปีนบันไดหนีไฟอย่างรวดเร็ว เสียงฝนที่โปรยปรายยิ่งเพิ่มความยากลำบาก แต่เพลิงก็ไม่ย่อท้อ เขามองเห็นเป้าหมายแล้ว
เมื่อเขาปีนขึ้นมาถึงชั้นที่สิบ ภาพเบื้องหน้าทำให้หัวใจของเพลิงเต้นระรัว
เบื้องหน้าเขา คือหลังคาของอาคารสูงระฟ้าที่ทอดตัวยาวเหยียด ท่ามกลางสายฝนและลมแรง มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ พวกเขาทั้งหมดสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากที่ออกแบบมาอย่างประณีต
"ยินดีต้อนรับสู่สนามเด็กเล่นของเรา... เพลิง" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มคนเหล่านั้น เป็นเสียงของผู้หญิงที่เย็นชา ราวกับน้ำแข็ง
เพลิงมองไปรอบๆ เขาเห็นอาคารสูงอีกหลายหลังที่เชื่อมต่อกันด้วยสะพานเหล็กที่ดูหวาดเสียว และบนหลังคาของอาคารเหล่านั้น เขาก็เห็นเงาของนักฆ่าอีกหลายคนกำลังเคลื่อนไหว
"นี่มัน... กับดัก" เพลิงกล่าว
"ถูกต้อง... เรากำลังจะกำจัด 'ขยะ' ชิ้นสุดท้ายที่ค้างคาใจของเรา" หญิงสาวคนนั้นกล่าว
ทันใดนั้น เพลิงก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง เขาหันกลับไปมอง และพบกับเงามรณะ ที่ยืนอยู่ตรงบันไดหนีไฟ
"เกมเพิ่งจะเริ่มขึ้น... เพลิง" เงามรณะยิ้มเยาะ
เพลิงรู้ดีว่าเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด เขาอยู่ท่ามกลางศัตรูที่รายล้อม และไม่มีทางหนี
"พวกแกคิดว่าชนะแล้วงั้นเหรอ" เพลิงถามอย่างท้าทาย
"เรายังไม่ได้เริ่ม... แต่เราจะจบมันให้เร็วที่สุด"
เพลิงมองไปยังกลุ่มนักฆ่าที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ เขาเห็นประกายแสงวูบวาบจากอาวุธที่พวกเขาถืออยู่
"ถ้าพวกแกอยากได้ ฉันก็พร้อมจะให้" เพลิงกล่าว พลางก้าวเท้าไปข้างหน้า
ดวงตาของเพลิงฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและความเด็ดเดี่ยว แม้จะรู้ดีว่ากำลังเผชิญหน้ากับความตาย แต่เขาก็พร้อมที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด
"แต่ก่อนที่ฉันจะตาย... ฉันจะทำให้พวกแกเสียใจที่กล้าเข้ามายุ่งกับฉัน!"
สิ้นคำพูด เพลิงก็พุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มนักฆ่าที่กำลังเข้ามา ท่ามกลางสายฝนและลมที่โหมกระหน่ำ การต่อสู้ที่ดุเดือดและเต็มไปด้วยอันตรายบนหลังคาตึกในยามค่ำคืน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
เพลิงจะสามารถเอาชีวิตรอดจากการล้อมกรอบอันโหดร้ายนี้ได้หรือไม่? ใครคือองค์กรลับที่ต้องการกำจัดเขา? และเบื้องหลังของ "เงามรณะ" คืออะไร? คำตอบเหล่านี้จะถูกเปิดเผยในบทต่อไป...

รัตติกาลเพลิง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก