รัตติกาลเพลิง

ตอนที่ 15 — เปลวเพลิงทมิฬกลางรัตติกาล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,094 คำ

สายฝนที่โหมกระหน่ำยังคงเป็นฉากหลังอันบ้าคลั่งให้กับทุกการเคลื่อนไหวของเพลิง เหงื่อที่ไหลปะปนไปกับน้ำฝนทำให้ผิวหนังสากระบือของเขารู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ยิ่งไปกว่านั้นคือความเหนื่อยล้าที่เกาะกินเข้าไปถึงกระดูก แต่ภาพใบหน้าซีดเผือด ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว และเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ยังคงก้องอยู่ในหัว มันกลับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ผลักดันให้เขาต้องเดินหน้าต่อไป

“ต้องไปให้ถึง… ต้องหยุดมันให้ได้” ‌เสียงแหบพร่าดังขึ้นในลำคอ เป็นคำมั่นสัญญาที่เขามอบให้แก่ผู้ที่จากไป และแก่ตัวเอง

เขากระโจนข้ามช่องว่างระหว่างอาคาร จากดาดฟ้าหนึ่งไปยังอีกดาดฟ้าหนึ่ง ท่ามกลางสายลมที่พัดกระโชกแรงราวกับจะฉุดกระชากเขาให้ร่วงหล่นลงไปสู่เบื้องล่าง ท่ามกลางความมืดมิดที่แทบจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

“ยังอีกไกล… พวกมันอยู่ที่ไหน” เพลิงพึมพำขณะยืดตัวหลบกิ่งไม้ที่ยื่นออกมาจากยอดตึกเก่าแก่แห่งหนึ่ง ​เสียงปืนดังแว่วมาแต่ไกล ทำให้เขารู้สึกหนืดหนับไปทั้งร่าง นี่คือสัญญาณว่าสงครามครั้งนี้ยังไม่จบง่ายๆ และมันกำลังบานปลายไปสู่พื้นที่อื่นในมหานครแห่งนี้

เขามุ่งหน้าไปยังทิศทางของเสียงปืนที่ดังขึ้น แม้จะรู้ดีว่านั่นอาจหมายถึงการเผชิญหน้ากับศัตรูที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม แต่การยืนหยัดอยู่เฉยๆ ไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากปล่อยให้ความชั่วร้ายแผ่ขยายออกไป

เมื่อเขาไปถึงขอบอาคารที่สูงตระหง่านที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ‍ภาพเบื้องล่างก็ปรากฏชัดขึ้นท่ามกลางแสงไฟนีออนสีสันจัดจ้านที่ส่องสะท้อนกับหยดน้ำฝนบนพื้นถนนเบื้องล่าง

“นั่นไง…”

บนดาดฟ้าของอาคารตรงข้าม ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกัน เพลิงเห็นเงาร่างของกลุ่มคนกำลังตะโกนสั่งการกันไปมา ท่ามกลางกลุ่มควันและประกายไฟที่ลุกไหม้จากบางส่วนของอาคาร

“องค์กรเงา… แกไม่รอดแน่” เพลิงกัดฟันกรอด

เขาหยิบมีดสั้นคู่ใจที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมา ความคมกริบของใบมีดสะท้อนแสงจันทร์ที่สลัวๆ จากเบื้องบน ‌เขาตั้งสมาธิ หายใจลึกๆ ก่อนจะกระโจนออกจากขอบอาคาร กางแขนออกราวกับนกอินทรีที่กำลังทะยานสู่เหยื่อ

การลงสู่พื้นอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วเป็นสิ่งที่เพลิงฝึกฝนมาจนชำนาญ เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของพื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

“พวกมันมีอย่างน้อยห้าคน…” เพลิงประเมินสถานการณ์ด้วยสายตาอันเฉียบคม

กลุ่มคนเหล่านั้นแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิท มีสัญลักษณ์รูปดวงตาที่สามอันน่าขนลุกอยู่บนแขนเสื้อ ‍พวกเขากำลังง่วนอยู่กับการขนย้ายบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในกล่องโลหะสีดำ

“หยุดนะ!” เพลิงตะโกนเสียงดังสนั่น

เสียงตะโกนของเขาทำให้ทุกคนบนดาดฟ้าหันขวับมามองด้วยความตกตะลึง

“ใครน่ะ! เข้ามา!” หนึ่งในกลุ่มเงาตะโกนสั่ง

“ฉันเอง… เพลิง” เขาตอบพร้อมกับยกมีดสั้นขึ้นอย่างท้าทาย

เพียงพริบตาเดียว กลุ่มเงาก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือ เพลิงไม่รอช้า ​เขาวิ่งเข้าใส่กลุ่มคนเหล่านั้นทันที

คนแรกที่พุ่งเข้ามาหาเขาเป็นชายร่างใหญ่ที่ถือท่อนเหล็ก เพลิงหลบหลีกการฟาดฟันอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะใช้ปลายมีดแทงเข้าที่สีข้างของคู่ต่อสู้ ชายร่างใหญ่ร้องโหยหวนและล้มลงไปกองกับพื้น

คนที่สองพยายามใช้ปืนพกยิงใส่เพลิง แต่เขาเคลื่อนไหวได้เร็วกว่า แขนของเพลิงวาดไปข้างหน้า มีดสั้นเฉือนเข้าที่ข้อมือของชายคนนั้น ปืนหลุดมือกลิ้งไปบนพื้น

“แก… ​แกมันใครกัน!” ชายคนนั้นร้องถามด้วยความเจ็บปวด

“คนที่มาหยุดพวกแก!” เพลิงตะโกนกลับ พร้อมกับพุ่งเข้าโจมตีคนที่สามที่กำลังใช้ดาบสั้นเข้าฟัน

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดและรวดเร็ว เพลิงใช้ความคล่องแคล่วและความชำนาญในการต่อสู้ระยะประชิดเข้าต่อกรกับศัตรูที่ดูเหมือนจะมีจำนวนมากกว่า เขาหลบหลีกการโจมตีอันหลากหลาย ทั้งมีด ดาบ ​และหมัดหนักๆ ของพวกมัน

ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สาดส่องจากเบื้องล่าง ดาดฟ้าแห่งนี้กลายเป็นสมรภูมิอันดุเดือด

เพลิงรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกจากการปะทะกันหลายครั้ง เขาเริ่มเหนื่อยล้า แต่สมาธิของเขาก็ยังคงแน่วแน่ เขาต้องทำให้สำเร็จ

“นั่น! สิ่งที่พวกแกกำลังขนย้ายมันคืออะไร!” เพลิงตะโกนถามขณะที่กำลังเข้าต่อสู้กับชายอีกคนหนึ่ง

“แกไม่มีสิทธิ์รู้!” ชายคนนั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

เพลิงสังเกตเห็นว่าพวกมันกำลังขนย้ายกล่องโลหะสีดำหลายใบเข้าไปในรถตู้ที่จอดรออยู่ใกล้ๆ เขาเหลือบมองไปที่กล่องใบหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากกลุ่มคนเหล่านั้นเล็กน้อย

“พวกแกจะเอาไปไหน!” เขาถามอีกครั้ง

“ไปสู่ความว่างเปล่า!” ชายคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

เพลิงกัดฟันกรอด รู้สึกได้ถึงความอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด

เขาใช้จังหวะที่คู่ต่อสู้เผลอ ผลักกล่องโลหะที่อยู่ใกล้ๆ เขากระเด็นออกไป ทำให้กลุ่มเงาบางส่วนเสียจังหวะ

“อย่ามายุ่ง!” หนึ่งในกลุ่มเงาตะโกน

แต่เพลิงไม่สนใจ เขาพุ่งเข้าใส่ชายที่กำลังถือดาบสั้นอยู่ทันที การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด แต่เพลิงก็สามารถปลิดชีพชายคนนั้นได้อย่างรวดเร็ว

เขาหันไปมองที่รถตู้ สังเกตเห็นว่าพวกเงากำลังเร่งรีบขนย้ายกล่องทั้งหมดขึ้นรถ

“พวกแกหนีไม่ได้!” เพลิงตะโกน ก่อนจะวิ่งเข้าใส่กลุ่มเงาที่เหลือ

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางสายฝนและเสียงปืนที่ดังเป็นระยะๆ เพลิงต่อสู้ราวกับพายุ เขาใช้ทุกทักษะและความสามารถที่มี เพื่อหยุดยั้งแผนการร้ายของพวกเงา

เขาเห็นชายคนหนึ่งกำลังจะขึ้นรถตู้พร้อมกับกล่องใบสุดท้าย เพลิงไม่รอช้า เขากระโดดขึ้นไปบนหลังคารถตู้

“ไปไหนก็ไป!” เพลิงตะโกนพร้อมกับใช้มีดสั้นแทงเข้าไปที่ยางรถตู้

เสียงยางระเบิดดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องด้วยความตกใจของคนขับรถตู้

“แก… แกทำอะไร!” คนขับรถตะโกน

“ทำให้พวกแกไปไหนไม่ได้!” เพลิงตอบกลับ

กลุ่มเงาที่เหลือหันมามองเพลิงด้วยความโกรธแค้น พวกเขารวมตัวกันและพุ่งเข้าหาเพลิงบนหลังคารถตู้

การต่อสู้บนหลังคารถตู้ที่กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงเป็นภาพที่น่าหวาดเสียว เพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด เขาอาศัยความคล่องแคล่วในการหลบหลีกการโจมตี พร้อมกับใช้มีดสั้นของเขาตอบโต้

เขาเห็นชายคนหนึ่งกำลังจะใช้ปืนยิงใส่เขา เพลิงรีบเอี้ยวตัวหลบ พร้อมกับใช้เท้าเตะเข้าที่ปืน ทำให้ปืนหลุดมือไป

“แก… แกจะตาย!” ชายคนนั้นตะโกน

แต่เพลิงไม่กลัว เขาใช้จังหวะที่ชายคนนั้นกำลังจะเข้ามาประชิดตัว เตะเข้าที่ท้องของเขาอย่างแรง ทำให้ชายคนนั้นกระเด็นไปชนกับกล่องที่วางอยู่

เมื่อเพลิงสามารถจัดการกับกลุ่มเงาที่เหลือได้ เขาก็หันไปมองที่กล่องโลหะสีดำที่วางอยู่บนหลังคารถตู้

“นี่มันคืออะไรกันแน่…” เขาพึมพำ

เขาเดินเข้าไปใกล้กล่องใบหนึ่ง ใช้มีดสั้นของเขาค่อยๆ งัดเปิดออก

เมื่อฝากล่องเปิดออก แสงไฟจากท้องถนนก็ส่องกระทบเข้าไปภายใน

“นี่มัน…!”

สิ่งที่เพลิงเห็น ทำเอาเลือดในกายของเขาเย็นเยือก

ภายในกล่องใบนั้นเต็มไปด้วย… อาวุธชีวภาพ

หลอดแก้วเล็กๆ จำนวนมาก บรรจุของเหลวสีเข้มข้นที่กำลังส่งกลิ่นฉุนรุนแรง

“ไม่… นี่มัน…”

เพลิงหลับตาลง พยายามสะบัดภาพความทรงจำอันเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นในอดีตออกไป

“พวกมันกำลังจะปล่อยของพวกนี้ออกมา…”

ความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นถาโถมเข้ามาในใจของเพลิงอีกครั้ง

“ฉันต้องหยุดพวกมันให้ได้”

เขามองไปรอบๆ ดาดฟ้าแห่งนี้ สังเกตเห็นว่ามีกล่องลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายใบวางซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ

“ยังมีอีก…”

เพลิงรู้สึกถึงภาระอันหนักอึ้งที่ประดังเข้ามา เขาไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อหยุดยั้งการขนย้ายเท่านั้น แต่เขายังต้องค้นหาและทำลายแหล่งผลิตหรือแหล่งกักเก็บของอันตรายพวกนี้ทั้งหมด

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา หวังจะติดต่อกับใครสักคนเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อมองไปที่หน้าจอ เขาพบว่าไม่มีสัญญาณ

“บ้าจริง!”

เขารู้ดีว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที

ทันใดนั้นเอง เสียงประตูดังขึ้นจากทางเดินภายในอาคาร

“มีใครอยู่ไหม!” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น

เพลิงหันขวับไปมองด้วยความประหลาดใจ

“ใครนั่น?” เขาตะโกนถาม

“ฉันเอง… เพชร”

เมื่อได้ยินชื่อนั้น ดวงตาของเพลิงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง

“เพชร… มาทำอะไรที่นี่!”

เขาไม่เคยคิดว่าเพชรจะปรากฏตัวขึ้นในสถานการณ์เช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาอันคับขันเช่นนี้

“ฉันมารับนาย… และมาช่วยนาย” เสียงของเพชรดังขึ้นอย่างมั่นคง

เพลิงมองไปที่กล่องอาวุธชีวภาพที่ยังคงวางเรียงรายอยู่บนดาดฟ้าแห่งนี้ ก่อนจะหันกลับไปมองทางที่เสียงของเพชรดังออกมา

“เพชร… เธอรู้ไหมว่าพวกมันกำลังจะทำอะไร”

“ฉันรู้… และฉันก็มาเพื่อหยุดมันไปพร้อมกับนาย”

สิ้นเสียงของเพชร ประตูทางเดินก็เปิดผางออก แสงสว่างจากภายในส่องวาบออกมา เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวในชุดสีดำทะมัดทะแมง มือข้างหนึ่งถือปืนพกที่พร้อมจะเหนี่ยวไก

ใบหน้าของเธอเปื้อนคราบเหงื่อและฝุ่นเล็กน้อย แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว

เพลิงมองเพชรด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ความหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขาอีกครั้ง

“เพชร…”

“ไปกันเถอะเพลิง… เรายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก”

เพลิงพยักหน้า เขาพร้อมแล้วที่จะร่วมมือกับเพชร เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่อันตรายที่สุดในรัตติกาลนี้

แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของเขา… หากเพชรอยู่ที่นี่ แสดงว่า… องค์กรเงาคงจะรู้แล้วว่าเขากำลังตามหาอะไรอยู่…

การต่อสู้ครั้งใหญ่กว่าเดิมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น… และครั้งนี้ เขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพังอีกต่อไป.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รัตติกาลเพลิง

รัตติกาลเพลิง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!