สายฝนยังคงบ้าคลั่ง ราวกับจะกลบเสียงกรีดร้องของเมืองที่กำลังจมดิ่งในความมืดมิด เพลิงยืนอยู่บนยอดอาคารสูงเสียดฟ้าแห่งหนึ่ง ท่ามกลางลมพายุที่โหมกระหน่ำ น้ำฝนสาดซัดเข้าใบหน้าจนแสบตา เหงื่อที่ไหลปะปนกับน้ำฝนยิ่งทำให้ผิวหนังที่บอบช้ำแสบร้อน เขาหายใจหอบหนัก กล้ามเนื้อทุกส่วนส่งเสียงประท้วงต่อความเหนื่อยล้าที่เกาะกินเข้าไปถึงกระดูก แต่ในดวงตาของเขายังคงมีประกายแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันยอมแพ้
ภาพที่ปรากฏในหัวของเพลิงยังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว และเสียงขอความช่วยเหลือที่ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท เขาพยายามสะบัดภาพเหล่านั้นออกไป แต่เหมือนกับว่ามันได้ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของเขาเสียแล้ว ยิ่งพยายามหนีมากเท่าไหร่ ภาพเหล่านั้นก็ยิ่งตามหลอกหลอนเขามากขึ้นเท่านั้น
"ไม่... ฉันต้องไม่ยอมแพ้" เพลิงพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและอ่อนแรงแทบจะไม่ได้ยินท่ามกลางเสียงลมและสายฝน เขายกมือขึ้นปาดน้ำฝนออกจากใบหน้า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ บนยอดตึกสูงที่เต็มไปด้วยเงาทะมึนของอุปกรณ์ระบายอากาศและโครงสร้างเหล็กที่บิดเบี้ยวภายใต้แสงไฟกะพริบจากภายนอก
เบื้องล่างคือมหานครที่ถูกย้อมด้วยสีดำสนิท มีเพียงแสงไฟจากอาคารต่างๆ ที่ส่องสว่างประปราย ราวกับดาวตกที่ร่วงหล่นลงสู่ผืนดินอันมืดมิด ถนนหนทางเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝนที่ดังกระหน่ำ และเสียงฟ้าร้องคำรามเป็นระยะๆ ราวกับกำลังร่วมวงเฉลิมฉลองให้กับความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้น
เพลิงรู้ดีว่าเขามาถูกที่แล้ว อาคารแห่งนี้คือหนึ่งในฐานทัพลับขององค์กร 'เงารัตติกาล' องค์กรที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของคนสำคัญหลายต่อหลายคน รวมถึงคนที่เขาต้องการจะช่วยเหลือ เพลิงมาที่นี่เพื่อหาเบาะแสและทำลายแผนการร้ายของพวกมัน
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงพายุ "คิดว่าการหลบมาอยู่บนยอดตึกจะปลอดภัยงั้นรึ เจ้าหนู?"
เพลิงหันขวับไปตามเสียง ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทปรากฏขึ้นจากเงามืดที่มุมหนึ่งของระเบียง ร่างนั้นเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับแมวป่า ดวงตาของเขาวาววับภายใต้แสงสลัว
"ใคร?" เพลิงถาม เสียงของเขายังคงแหบพร่า แต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด
ชายคนนั้นยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นฟันสีขาวที่ตัดกับผิวสีเข้ม "ข้าคือ 'เงามรณะ' หนึ่งในสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของเงารัตติกาล เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อข้าบ้างรึ?"
เพลิงจำชื่อนี้ได้ดี เงามรณะเป็นหนึ่งในมือสังหารระดับพระกาฬขององค์กร มีชื่อเสียงในเรื่องความโหดเหี้ยมและฝีมือในการต่อสู้ที่หาตัวจับยาก การมาของมันที่นี่ หมายความว่าเขาถูกจับตาดูอยู่ตลอดเวลา
"ถึงข้าจะไม่เคยเจอหน้า แต่ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามาพอสมควร" เพลิงตอบ พลางก้าวถอยหลังเล็กน้อย มือของเขาขยับไปคว้ามีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในเข็มขัด
"เสียใจด้วยที่เจ้าจะต้องมาพบข้าในสภาพที่ไม่สมบูรณ์เช่นนี้" เงามรณะพูด พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ เพลิงสังเกตเห็นว่าชุดของเงามรณะดูจะหนาเป็นพิเศษ อาจจะได้รับการป้องกันบางอย่าง
"สภาพไม่สมบูรณ์? แล้วเจ้าล่ะ? ดูเหมือนจะสบายดีเกินไปนะ" เพลิงเย้ยหยัน พยายามดึงเวลาและสังเกตการณ์
"ความสบายเป็นสิ่งลวงตา เจ้าหนู พายุนี้กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง รวมถึงตัวเจ้าด้วย" เงามรณะหัวเราะเสียงแหบพร่า ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เพลิงด้วยความเร็วสูง
การปะทะครั้งแรกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เงามรณะโจมตีด้วยหมัดหนักที่ตรงเข้าใส่ใบหน้าของเพลิง เพลิงยกแขนขึ้นปัดป้องอย่างฉิวเฉียด โลหะที่แข็งแกร่งของชุดเกราะที่แขนของเงามรณะกระทบกับแขนของเขาจนเกิดเสียงดัง 'กึก' เพลิงรู้สึกถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านมาถึงกระดูก
"ชุดเกราะ?" เพลิงคิดในใจ เขารู้ว่านี่จะไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดา
เพลิงอาศัยจังหวะที่เงามรณะเสียหลักจากการโจมตีที่พลาด เตะสกัดขาไปข้างหน้า แต่เงามรณะพลิกตัวหลบได้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะสวนกลับด้วยคมมีดที่พุ่งเข้าใส่สีข้างของเพลิง
เพลิงม้วนตัวหลบอย่างหวุดหวิด ใบมีดของเงามรณะเฉี่ยวผ่านเสื้อผ้าจนขาดวิ่น รู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่สัมผัสผิวหนัง
"เร็วนัก!" เพลิงอุทานในใจ เขาไม่เคยเจอใครที่เร็วนักในสภาพอากาศเช่นนี้
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำ ราวกับเวทีการต่อสู้ถูกจำลองขึ้นบนยอดพิมาน ลมพายุพัดกระโชกแรง ทำให้การทรงตัวเป็นไปได้ยาก แต่ทั้งคู่ต่างก็เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของพายุ
เพลิงพยายามใช้ความได้เปรียบจากความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง เขาหลบหลีกการโจมตีของเงามรณะ โดยอาศัยเสาเหล็กและอุปกรณ์ต่างๆ บนยอดตึกเป็นที่กำบัง
"เจ้าซ่อนตัวเก่ง แต่ก็หนีไม่พ้นข้าหรอก!" เงามรณะตะโกนพลางพุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้มันใช้ท่วงท่าที่รุนแรงกว่าเดิม หมัดและเท้าสลับกันโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง
เพลิงกัดฟันสู้ เขาพยายามหาช่องโหว่ในการป้องกันของเงามรณะ แต่ชุดเกราะนั้นเป็นอุปสรรคสำคัญ การโจมตีของเขาหลายครั้งถูกสกัดกั้นด้วยโลหะที่แข็งแกร่ง
"ถ้าอย่างนั้น... จะลองของแข็งหน่อย!" เพลิงคิด ก่อนจะใช้จังหวะที่เงามรณะกำลังจะโจมตีด้วยการเตะสูง เพลิงทรุดตัวลงต่ำ แล้วใช้ไหล่กระแทกเข้าที่ช่วงขาของเงามรณะอย่างแรง
เงามรณะเสียหลักเล็กน้อย แต่ก็ยังทรงตัวอยู่ได้ แต่เพลิงไม่รอช้า เขากระโดดขึ้น ใช้เท้าทั้งสองข้างเตะเข้าใส่ใบหน้าของเงามรณะอย่างจัง
"เพล้ง!" เสียงดังสนั่น เงามรณะเซถอยหลังไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพลิงมองเห็นรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนส่วนของหมวกกันน็อกที่สวมอยู่
"นั่นแหละ! ชุดเกราะไม่ใช่ของอมตะ!" เพลิงตะโกนอย่างสะใจ
แต่รอยร้าวเล็กๆ นั้นไม่ได้ทำให้เงามรณะอ่อนแอลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งทำให้มันดุร้ายขึ้น
"บังอาจ! เจ้าทำให้ข้าโกรธ!" เงามรณะคำราม เสียงของมันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด มันปลดอาวุธที่ซ่อนอยู่ แสงสว่างวูบวาบจากคมมีดขนาดใหญ่ที่พับเก็บไว้ปรากฏขึ้น
"คมมีดคู่?" เพลิงเลิกคิ้ว นี่คืออาวุธประจำตัวของเงามรณะที่เขาเคยได้ยินมา
เงามรณะฟาดฟันคมมีดคู่เข้าใส่เพลิงอย่างบ้าคลั่ง ใบมีดที่แหลมคมกรีดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว เพลิงต้องตั้งรับอย่างสุดกำลัง เขาใช้มีดสั้นของตนปัดป้องการโจมตีอย่างยากลำบาก เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว
เพลิงรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาถึงมือทุกครั้งที่ปะทะ ใบมีดของเงามรณะคมกริบราวกับใบมีดโกน สามารถเฉือนผ่านโลหะหนาได้
"เจ้าเก่งกว่าที่ข้าคิดไว้" เงามรณะพูดพลางถอยกลับไปเล็กน้อย "แต่ความแข็งแกร่งของเจ้ากำลังจะหมดลง"
เพลิงรู้ดีว่าเงามรณะพูดถูก เขากำลังเหนื่อยล้า ความเจ็บปวดจากบาดแผลต่างๆ เริ่มส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของเขา แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดได้
"ไม่... ยังไม่หมด" เพลิงพึมพำ เขาเพ่งสมาธิไปที่การโจมตีของเงามรณะ สังเกตจังหวะการหมุนตัว การเหวี่ยงแขน
ทันใดนั้น เพลิงสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง จังหวะการหมุนตัวของเงามรณะก่อนจะโจมตีด้วยคมมีดคู่ จะมีการเปิดช่องว่างที่ช่วงลำคอเล็กน้อย ตรงบริเวณรอยต่อของหมวกกันน็อกกับชุดเกราะ
"เจอแล้ว!" เพลิงคิด
เขาตัดสินใจเสี่ยงครั้งใหญ่ เขาปล่อยให้เงามรณะโจมตีเข้ามาอย่างเต็มที่ เมื่อเงามรณะเหวี่ยงคมมีดคู่เข้ามา เพลิงไม่ปัดป้อง แต่กลับหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งเข้าไปในระยะประชิด
เงามรณะตกใจกับการเคลื่อนไหวที่คาดไม่ถึงของเพลิง มันพยายามจะถอยกลับ แต่เพลิงเร็วกว่า
เพลิงกระโดดขึ้น ใช้มีดสั้นของเขาแทงเข้าใส่บริเวณรอยต่อที่เขาเล็งไว้
"ฉัวะ!" เสียงคมมีดกรีดผ่านเนื้อและโลหะบางๆ เพลิงรู้สึกถึงแรงต้านทานที่ลดลงอย่างกะทันหัน
เงามรณะร้องเสียงหลง มันเซถอยหลังไป มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมที่ลำคอ เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาจากรอยแผล
"เป็นไปไม่ได้!" เงามรณะตะโกนด้วยความไม่เชื่อ
เพลิงใช้จังหวะที่เงามรณะเสียหลัก เตะเข้าใส่กลางลำตัวอย่างแรง ส่งร่างของเงามรณะกระเด็นไปชนกับราวเหล็กของระเบียง
"ซ่า!" เสียงโลหะดังขึ้น เงามรณะทรุดตัวลงกับพื้น หายใจหอบหนัก
เพลิงยืนมองเงามรณะด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็ยังคงมุ่งมั่น เขาเดินเข้าไปหาช้าๆ
"เจ้าบอกว่าพายุจะกลืนกินทุกสิ่ง... แต่ดูเหมือนว่าเจ้ากำลังจะถูกมันกลืนกินเสียเอง" เพลิงพูดเสียงเรียบ
เงามรณะพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ "เจ้า... เจ้าจะทำอะไร?"
เพลิงหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเงามรณะ เขามองเข้าไปในดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม บัดนี้กลับฉายแววของความสิ้นหวัง
"ข้าต้องการข้อมูล... เกี่ยวกับคนที่ถูกจับตัวไป" เพลิงตอบ
ก่อนที่เงามรณะจะได้ตอบอะไร เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังมาจากทางบันได "ใครอยู่ตรงนั้น?"
เพลิงได้ยินเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นในหัว เขาเหลือบมองเงามรณะที่กำลังพยายามจะพูดบางอย่าง ก่อนจะหันกลับไปมองทางต้นเสียง
"แย่แล้ว... ศัตรูมาเพิ่ม" เพลิงคิด
เขาไม่สามารถสู้กับศัตรูทั้งหมดได้ในสภาพนี้ และเงามรณะก็ดูเหมือนจะหมดสภาพแล้ว
"บอกข้ามา... ใครเป็นคนรับผิดชอบ?" เพลิงถามเงามรณะอย่างเร่งรีบ
เงามรณะเงยหน้าขึ้นมองเพลิง ดวงตาของมันดูเหมือนจะมีความคิดบางอย่าง
"ท่าน... ท่านคือ..."
เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาทุกที และเพลิงก็รู้ดีว่าเขาไม่มีเวลาเหลืออีกแล้ว
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? เพลิงจะหนีรอดจากกลุ่มศัตรูที่กำลังบุกเข้ามาได้อย่างไร? และข้อมูลที่เขาต้องการจากเงามรณะจะถูกเปิดเผยหรือไม่?

รัตติกาลเพลิง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก