สายฝนยังคงกระหน่ำไม่หยุดหย่อน ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท้องฟ้ายามค่ำคืนของมหานครแปรเปลี่ยนเป็นผืนผ้าสีดำสนิท ที่ถูกฉีกขาดเป็นริ้วๆ ด้วยสายฟ้าแลบสีขาวสว่างไสวที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว ลมพายุที่พัดแรงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับต้องการจะฉุดกระชากทุกสิ่งทุกอย่างให้หลุดลอยไปจากขอบเขตแห่งความเป็นจริง น้ำฝนที่สาดซัดเข้าใบหน้าของเพลิงอย่างไม่ปรานี ทำให้เขาต้องยกแขนเสื้อขึ้นปาดออกอย่างหงุดหงิด ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังร่างเงาที่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วบนลานดาดฟ้าอันกว้างขวางของอาคารสูงเสียดฟ้าแห่งนี้
“แกมาแล้วสินะ เพลิง” เสียงทุ้มต่ำของชายผู้หนึ่งดังขึ้น ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องที่กึกก้อง เขาเดินออกมาจากเงามืดของปล่องระบายอากาศบนหลังคา ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยชุดสีดำสนิทที่ดูกลมกลืนไปกับค่ำคืน ดวงตาของเขาสะท้อนแสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าที่อยู่ไกลออกไป เป็นประกายเย็นชาที่บ่งบอกถึงอันตราย
“แกคือใคร?” เพลิงเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการตากลมและฝนมานาน แต่อัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นที่พร้อมจะปะทะ
“คำถามที่น่าสนใจ” ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขาฟังดูไม่น่าไว้วางใจ “แต่คงไม่สำคัญเท่ากับคำถามที่ว่า... แกจะทำอะไรต่อไป?”
เพลิงไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สายตาของเขาสังเกตการณ์ทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างไม่กระพริบ เขาเห็นประกายบางอย่างที่แวววาวใต้แขนเสื้อของชายผู้นั้น ซึ่งบ่งบอกว่าเขาไม่ได้มามือเปล่า
“แกคิดว่าแกสามารถหนีไปได้ตลอดรึไง?” ชายผู้นั้นกล่าวต่อ “องค์กรของเราตามแกมาทุกฝีก้าว ทุกที่ที่แกไป... จะมีใครสักคนคอยต้อนรับแกเสมอ”
“ถ้าพวกแกคิดว่าตามรอยฉันมาได้ง่ายๆ พวกแกก็คิดผิดแล้ว” เพลิงตอบ เสียงของเขาค่อยๆ ทวีความแข็งกร้าวขึ้น
“เราไม่ได้ตามรอยแกมาง่ายๆ หรอก” ชายผู้นั้นเย้ยหยัน “เราส่งคนของเราไป... เพื่อให้แน่ใจว่าแกจะไม่หนีหายไปไหน”
ทันใดนั้นเอง ร่างเงาอีกหลายร่างก็ปรากฏขึ้นรอบๆ ตัวเพลิง ราวกับดอกเห็ดที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินหลังฝนตก พวกเขาล้วนสวมใส่ชุดสีดำเช่นเดียวกับชายผู้นำ กลุ่มคนเหล่านี้มีอาวุธอยู่ในมือ บางคนถือปืนพก บางคนถือมีดสั้น ใบหน้าของพวกเขาถูกบดบังด้วยหน้ากากสีดำ ทำให้ยากที่จะคาดเดาอารมณ์หรือเจตนาที่แท้จริง
เพลิงยืนนิ่ง เขารับรู้ได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่จิตใจของเขาไม่ได้สั่นคลอน เขาเคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้มาแล้วหลายครั้ง ประสบการณ์ที่หล่อหลอมเขาให้แข็งแกร่งขึ้น
“กี่คนก็ช่าง” เพลิงกล่าวเสียงเรียบ “ฉันไม่เคยกลัว”
“งั้นก็พิสูจน์สิ” ชายผู้นำกล่าวพร้อมกับชักปืนพกออกมา ปลายกระบอกปืนเงาวาวสะท้อนแสงไฟจากป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
“แกคงรู้ดีว่านี่คืออะไร” เขาพูดพลางชี้ปืนมาที่เพลิง “นี่คือปืน... และฉันจะยิงแก”
“ลองดูสิ” เพลิงสวนกลับอย่างท้าทาย
วินาทีนั้นเอง ชายผู้นำก็เหนี่ยวไกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
กระสุนพุ่งแหวกอากาศตรงไปยังร่างของเพลิง แต่ด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคมที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก เพลิงสามารถเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด กระสุนเฉี่ยวผ่านอากาศไปกระทบเข้ากับผนังคอนกรีตด้านหลังของเขาด้วยเสียงดัง ปูนกะเทาะออกเป็นฝุ่นฟุ้ง
“เกือบไปแล้วสินะ” ชายผู้นำพูดพลางเล็งปืนใหม่
แต่เพลิงไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เขาพุ่งตัวเข้าหาชายผู้นำอย่างรวดเร็วราวกับพายุ เขาใช้ความเร็วและพลังทั้งหมดที่มีในการพุ่งเข้าปะทะ
“บ้าเอ๊ย!” ชายผู้นำอุทานด้วยความตกใจ เขาพยายามจะยิงซ้ำ แต่เพลิงเข้าประชิดตัวเขาเสียก่อน
เพลิงใช้แขนข้างหนึ่งรวบแขนที่ถือปืนของชายผู้นำไว้แน่น ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งกำลังจะปล่อยหมัดหนัก แต่ชายผู้นำก็ไม่ยอมแพ้ เขาดิ้นรนพยายามจะสะบัดตัวออก
“แกคิดว่าจะทำอะไรได้!” ชายผู้นำตะคอก
“ทำให้แกเงียบไง!” เพลิงตอบ เขาบิดแขนของอีกฝ่ายอย่างแรงจนชายผู้นำร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ปืนพกหลุดจากมือ และกลิ้งตกลงไปบนพื้นดาดฟ้า
ทันทีที่ปืนหลุดมือ เพลิงก็ปล่อยหมัดตรงเข้าใส่ใบหน้าของชายผู้นำอย่างจัง!
“โอ๊ย!” ชายผู้นำเซถลาไปด้านหลังอย่างแรง ล้มลงไปกองกับพื้น
“จัดการมัน!” ชายผู้นำตะโกนสั่งลูกน้องที่เหลือ
กลุ่มคนชุดดำอีกเจ็ดแปดคนพุ่งเข้ามาล้อมเพลิงจากทุกทิศทุกทาง พวกเขาถืออาวุธในมือ พร้อมที่จะเข้าโจมตี
เพลิงยืนตั้งท่าอย่างมั่นคง สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว เขาประเมินสถานการณ์และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่จะมาถึง
“พวกแกเยอะเกินไปแล้ว” เพลิงพึมพำกับตัวเอง “แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉัน”
ชายคนแรกพุ่งเข้ามาพร้อมกับมีดสั้นในมือ เขาพยายามจะปาดเข้าที่สีข้างของเพลิง แต่เพลิงใช้ฝ่ามือปัดมีดออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้องของชายคนนั้นอย่างแรงจนอีกฝ่ายจุก
คนที่สองเข้ามาทางด้านขวา เพลิงหมุนตัวหลบการโจมตีด้วยไม้เบสบอลที่เขาถืออยู่ ก่อนจะใช้ปลายไม้เบสบอลฟาดเข้าที่ขาของอีกฝ่ายอย่างแรง ทำให้เขาล้มลงไป
คนที่สามและสี่เข้ามาพร้อมกัน คนหนึ่งใช้หมัดชก อีกคนพยายามจะล็อกตัวเพลิง เพลิงใช้ความคล่องแคล่วของเขาในการหลบหลีกการโจมตี เขาต่อยสวนกลับเข้าที่ปลายคางของคนแรกอย่างแม่นยำ ทำให้เขาทรุดลงไป ก่อนจะใช้เทคนิคการทุ่ม ทำให้คนที่สองเสียหลักล้มลงไป
การต่อสู้บนยอดตึกสูงท่ามกลางสายฝนและลมพายุ ดูกลายเป็นฉากหลังอันบ้าคลั่งให้กับการต่อสู้ที่ดุเดือดของเพลิง เขาเคลื่อนไหวราวกับนักล่าผู้สง่างาม ร่างกายของเขาเปียกปอนไปด้วยน้ำฝน แต่ท่วงท่ากลับดูสง่าผ่าเผย
เพลิงใช้ทุกอย่างที่มีให้เป็นประโยชน์ เขาใช้การ์ดที่มีดสั้นที่ซ่อนไว้ที่ข้อเท้าฟาดเข้าใส่คู่ต่อสู้ที่พยายามจะเข้ามาประชิดตัว เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีในการปัดป้องและโจมตีกลับ
“แกมันก็แค่หมาบ้า!” หนึ่งในกลุ่มคนชุดดำตะโกนขณะที่พยายามจะคว้าแขนของเพลิง
“หมาบ้าที่กัดไม่ปล่อย!” เพลิงสวนกลับ เขาใช้เท้าถีบเข้าใส่หน้าอกของอีกฝ่ายอย่างแรงจนกระเด็นไปชนกับเพื่อนของตัวเอง
เพียงไม่นาน ชายชุดดำที่เหลืออยู่ก็เริ่มเสียเปรียบ เพลิงสามารถจัดการพวกเขาไปได้ทีละคนๆ ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งก่อนๆ ของเขาไม่ได้เป็นอุปสรรค เขายังคงมีพลังเหลือเฟือที่จะต่อสู้
ชายผู้นำที่ยังคงนอนอยู่บนพื้น พยายามจะคลานไปหยิบปืนพกของเขา แต่เพลิงเห็นเสียก่อน เขากระโดดเข้าไปคว้าปืนมาได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอื้อมถึง
“หมดเวลาเล่นแล้ว” เพลิงพูดพร้อมกับชี้ปืนไปที่ชายผู้นำ
ชายผู้นำมองเพลิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขารู้ดีว่าเขาได้ประเมินเพลิงต่ำเกินไป
“แก... แกทำแบบนี้ไม่ได้!” ชายผู้นำพยายามพูดเสียงสั่น
“ทำไมจะทำไม่ได้?” เพลิงถาม “พวกแกตามล่าฉันมานานแล้ว สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนมากมาย วันนี้เป็นวันที่พวกแกต้องชดใช้”
“พวกแกไม่มีทางเข้าใจ!” ชายผู้นำตะโกน “องค์กรของเรา... มันยิ่งใหญ่กว่าที่แกคิด!”
“ใหญ่แค่ไหนก็ช่าง” เพลิงกล่าว “แต่ถ้ามันทำให้คนบริสุทธิ์ต้องเดือดร้อน ฉันก็จะทำลายมันให้สิ้นซาก”
ทันใดนั้นเอง เพลิงก็เห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ด้านหลังของชายผู้นำ แสงไฟที่กระพริบถี่ๆ จากอุปกรณ์บางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อของเขา
“นั่นมันอะไร?” เพลิงถาม
ชายผู้นำยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้าย “ถ้าแกคิดว่าแกจะจับฉันได้... แกคิดผิดแล้ว”
ก่อนที่เพลิงจะทันได้ทำอะไร ชายผู้นำก็กดปุ่มบนอุปกรณ์ชิ้นนั้น!
แสงสีแดงสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนที่ดังสนั่นหวั่นไหว!
“บึ้ม!”
เกิดการระเบิดขนาดเล็กขึ้นที่ตัวของชายผู้นำ แรงระเบิดไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เพลิงต้องผงะถอยหลังไป เขาเห็นร่างของชายผู้นำถูกแรงระเบิดกลิ้งออกไป และควันสีดำก็ลอยขึ้นมา
เพลิงรีบใช้แขนป้องใบหน้าจากแรงระเบิดและเศษชิ้นส่วนที่กระเด็นมา เขารู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านมาถึงตัว
เมื่อควันจางลง เพลิงก็มองไปยังจุดที่ชายผู้นำยืนอยู่ แต่กลับพบเพียงพื้นดาดฟ้าที่ไหม้เกรียม และเศษชิ้นส่วนกระจัดกระจาย
“หนีไปแล้วรึไง?” เพลิงพึมพำ เขาขมวดคิ้วแน่น รู้สึกหงุดหงิดที่ปล่อยให้เป้าหมายหลุดมือไปได้
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง พายุยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุดหย่อน สายฝนยังคงสาดซัด แต่ตอนนี้ ความรู้สึกของเพลิงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ไม่... แกยังไม่หนีไปไหนหรอก” เพลิงกล่าวอย่างมั่นใจ “แกจะกลับมา... และฉันก็จะรอแกอยู่ตรงนี้”
เขาก้าวเดินไปที่ขอบของดาดฟ้า ยืนมองไปยังมหานครที่สว่างไสวเบื้องล่าง ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกหนัก ร่างกายของเขาเปียกปอน แต่แววตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่
การต่อสู้บนยอดมหานครครั้งนี้จบลงแล้ว แต่เพลิงรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ใหญ่กว่า
เขาจะตามล่าใครคนนั้น และองค์กรลับที่อยู่เบื้องหลังต่อไป... ไม่ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม.

รัตติกาลเพลิง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก