รัตติกาลเพลิง

ตอนที่ 26 — เพลิงสังหารใต้เงาพยัคฆ์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,087 คำ

หยาดฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ก่อตัวเป็นม่านสีเทาขมุกขมัวบดบังทัศนียภาพอันเวิ้งว้างของมหานครยามค่ำคืน เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องราวกับจะประกาศก้องถึงการมาถึงของหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา เพลิงยืนนิ่งอยู่บนยอดตึกสูงเสียดฟ้าแห่งหนึ่ง ผนังคอนกรีตเย็นชืดซึมซาบไอฝนจนเปียกชื้น เสื้อหนังสีดำสนิทของเขาแนบติดกับร่างจนแทบมองเห็นโครงสร้างกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่น ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกแก๊ปสีเข้มกวาดมองไปรอบตัว ความเงียบสงัดของยามค่ำคืนถูกเจาะทะลวงด้วยเสียงน้ำฝนที่กระทบพื้นคอนกรีตและเสียงลมที่หวีดหวิวเป็นระยะ ‌ความอันตรายแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ ราวกับมีบางสิ่งกำลังจ้องมองเขาจากมุมมืด

“มาแล้วสินะ” เสียงทุ้มห้าวของเพลิงดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยพลังแฝงที่ยากจะละเลย มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านใน มืออีกข้างยังคงจับมั่นประคองปืนพกคู่ใจที่เย็นเฉียบราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้ากับลูกน้องขององค์กรลับ แต่เป็นการก้าวเข้าสู่ใจกลางอาณาเขตของ “พยัคฆ์เงา” ​หัวหน้าองค์กรผู้ลึกลับ ผู้ซึ่งถูกเล่าขานว่าเป็นนักฆ่าที่เก่งกาจที่สุด โหดเหี้ยมที่สุด และไร้ความปรานีที่สุด เพลิงรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่เขาไม่มีทางเลือก การช่วยเหลือ “อรุณ” ‍เพื่อนรักที่ถูกจับตัวไปเป็นตัวประกัน คือเป้าหมายเดียวที่สำคัญที่สุดในตอนนี้

ทันใดนั้น เงาดำทะมึนหลายสิบเงาก็ปรากฏตัวขึ้นจากมุมต่างๆ ของดาดฟ้า บ้างกระโจนลงมาจากทางเดินเท้าที่สูงกว่า บ้างก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเงาที่ลอยละลิ่ว พวกเขาคือหน่วยสังหารของพยัคฆ์เงา แต่ละคนสวมชุดดำสนิทอำพรางตัวจนแทบกลืนไปกับความมืด ‌มีเพียงแสงสะท้อนจากคมมีดหรือกระบอกปืนที่แวบวับให้พอสังเกตเห็นได้

“มากันครบหน้าครบตาเลยนะ” เพลิงกัดฟันพูด ดวงตาของเขากระตุกวูบขณะประเมินสถานการณ์ “คิดว่าจะหยุดฉันได้งั้นรึ”

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงจำนวนที่มากกว่า แต่เพลิงไม่เคยหวาดกลัว เขาหายใจเข้าลึกๆ ปรับสภาพจิตใจให้พร้อมเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย

“จัดการมัน!” ‍เสียงตะโกนสั่งการดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืด

ทันทีที่คำสั่งสิ้นสุดลง เหล่าหน่วยสังหารก็พุ่งเข้าหาเพลิงราวกับพายุฝน เพลิงไม่รอช้า เขาหมุนตัวหลบคมมีดที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะเหนี่ยวไกปืนพกทั้งสองกระบอกที่ประคองอยู่ในมือ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวตัดกับเสียงฟ้าร้องที่ดังครืนมาติดๆ กระสุนพุ่งแหวกม่านฝนเข้าใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำ เกิดเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเป็นระยะ

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดบนหลังคาที่เปียกลื่นไปด้วยน้ำฝน ​เพลิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับพายุหมุน เขาใช้ทุกสิ่งที่มี ทั้งปืน ความเร็ว ความแข็งแกร่ง และไหวพริบในการต่อสู้ระยะประชิด เขาปล่อยหมัดเข้าใส่ลำตัวและใบหน้าของศัตรูอย่างรวดเร็วและรุนแรง ศอก ​เข่า เท้า ถูกนำมาใช้ในการป้องกันตัวและโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในหน่วยสังหารพยายามจะใช้มีดสั้นปาดคอเพลิง แต่เพลิงไวกว่า เขายกแขนซ้ายขึ้นปัดป้องพร้อมกับใช้แขนขวาฟาดเข้าที่ขมับของศัตรูจนอีกฝ่ายเซถลาไปก่อนจะเหนี่ยวไกปืนยิงเข้าใส่กลางหน้าอก ศัตรูทรุดลงไปกองกับพื้นเปียกชุ่ม

“ช้าไปหน่อยนะ” เพลิงพึมพำขณะกระโดดหลบกระสุนที่เฉียดหูไปอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด เขากระโดดโหยงตัวไปบนโครงเหล็กที่ยื่นออกมาจากผนังตึก ​ก่อนจะยิงสกัดการบุกเข้ามาของศัตรูอีกสองคน

หยาดฝนยังคงสาดซัด ใบหน้าของเพลิง แต่เขาไม่สนใจ ความเย็นของมันกลับทำให้เขามีสมาธิมากขึ้น เขาเห็นเงาที่เคลื่อนไหวอยู่นอกรัศมีสายตา และพร้อมจะตอบโต้ทุกการโจมตี

“แกมันก็แค่หมาบ้าตัวหนึ่งเพลิง!” เสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง “แกคิดว่าจะหนีพ้นมือของพยัคฆ์เงาไปได้งั้นรึ”

เพลิงหันขวับไปยังทิศทางของเสียงนั้น เขาเห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท ยืนอยู่บนขอบระเบียงของตึกฝั่งตรงข้าม ร่างนั้นยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ท่ามกลางสายฝนที่สาดกระหน่ำอย่างไม่หยุดหย่อน แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจนภายใต้หมวกคลุม แต่เพลิงสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น

“พยัคฆ์เงา”

เพลิงยกปืนพกขึ้นเล็งไปที่ร่างนั้น แต่ก่อนที่เขาจะได้เหนี่ยวไก เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา

“เพลิง!” เสียงอรุณร้องตะโกนดังขึ้น

เพลิงหันกลับไปอย่างรวดเร็ว เขาเห็นอรุณถูกตรึงติดกับผนังตึกด้วยโซ่เหล็กขนาดใหญ่ ใบหน้าของอรุณซีดเผือด แต่แววตายังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่น เขาพยายามที่จะปลดปล่อยตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สำเร็จ

“อรุณ!” เพลิงตะโกนตอบกลับไป สัญชาตญาณนักสู้ของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาต้องช่วยอรุณ

“แกคิดว่าจะได้ช่วยเพื่อนแกอย่างนั้นรึ เพลิง!” เสียงของพยัคฆ์เงาดังขึ้นอีกครั้ง “มันสายไปแล้ว”

ทันใดนั้น พยัคฆ์เงาก็เคลื่อนไหว เขาพุ่งตัวกระโดดข้ามจากตึกหนึ่งไปยังอีกตึกหนึ่งอย่างน่าอัศจรรย์ราวกับนกอินทรี ร่างของเขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและคล่องแคล่ว จนแทบไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสามารถทำได้ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักเช่นนี้

เพลิงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้อรุณเผชิญหน้ากับพยัคฆ์เงาเพียงลำพังได้ เขาต้องรีบจัดการกับลูกน้องที่เหลือให้เร็วที่สุด

“แกกับฉันต้องเจอกันสักวัน พยัคฆ์เงา!” เพลิงตะโกนกลับไป ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหน่วยสังหารที่ยังคงถาโถมเข้ามา

เขาใช้ความได้เปรียบของพื้นที่ เขาหมุนตัวหลบหลังเสาคอนกรีต ก่อนจะโผล่ออกมายิงสกัดศัตรูที่พยายามจะลอบเข้ามาจากด้านข้าง เขากระโดดข้ามราวเหล็ก พลิกตัวกลางอากาศเพื่อหลบคมดาบที่ฟันเข้าใส่ ก่อนจะใช้ปืนยิงสกัดคนที่ตามมา

“พวกแกยังอีกเยอะสินะ” เพลิงกัดฟันพูด เขาเหลือบมองไปยังทิศทางของอรุณที่ยังคงถูกตรึงอยู่ อรุณกำลังส่งสัญญาณบางอย่างให้เขา

“ระวัง! เพลิง!” เสียงอรุณตะโกนดังขึ้น

เพลิงหันไปมอง เห็นหน่วยสังหารอีกกลุ่มกำลังจะโจมตีเขาจากด้านหลัง แต่เขาก็ไวกว่า เขาหมุนตัวใช้ปลายปืนยิงสกัดไปที่หัวเข่าของศัตรูคนแรก ทำให้มันล้มลงไป จากนั้นก็หันไปใช้หมัดหนักๆ ฟาดใส่หน้าของอีกสองคนที่ตามมา

เสียงปืน เสียงตะโกน เสียงต่อสู้ ยังคงดังระงมไปทั่วดาดฟ้าท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เพลิงกำลังต่อสู้กับฝูงหมาป่าที่ถูกส่งมาเพื่อจะสังหารเขา แต่จิตใจของเขายังคงจดจ่ออยู่กับอรุณและเป้าหมายที่แท้จริง

“แกมันก็แค่พวกขี้ขลาดที่อาศัยอยู่แต่ในเงามืด” เพลิงพูดพลางเหวี่ยงขาเตะศัตรูให้กระเด็นไป “ออกมาเผชิญหน้ากันแบบลูกผู้ชายหน่อยสิ!”

ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเย้ยหยันก็ดังขึ้นจากด้านบน เพลิงเงยหน้าขึ้นไปมอง เขาเห็นพยัคฆ์เงากำลังยืนอยู่บนยอดเสาธงของตึกสูงกว่า เสื้อคลุมสีดำของเขากระพือไหวไปตามแรงลม

“แกไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรจากฉัน เพลิง” เสียงของพยัคฆ์เงาเย็นชา “นี่คือสนามของฉัน และฉันคือกฎ”

ก่อนที่เพลิงจะได้ตอบโต้ พยัคฆ์เงาก็โยนบางสิ่งบางอย่างลงมา มันเป็นระเบิดควันสีม่วงเข้ม ลูกหนึ่ง

“ขอต้อนรับสู่เกมของฉัน เพลิง!”

ระเบิดควันตกลงมาบนดาดฟ้า ก่อให้เกิดกลุ่มควันสีม่วงหนาทึบที่ลอยฟุ้งไปทั่วอย่างรวดเร็ว บดบังทัศนวิสัยจนแทบมองไม่เห็นอะไร เพลิงไอโขลกๆ พยายามสูดอากาศ แต่ควันที่มีกลิ่นฉุนก็ทำให้แสบจมูก

“อรุณ!” เพลิงพยายามตะโกนเรียก แต่เสียงของเขาก็ถูกกลืนหายไปในม่านควัน

ในพริบตาเดียว ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป การต่อสู้ที่เคยดุเดือดก็กลายเป็นความโกลาหลภายใต้เงาควันสีม่วง เพลิงสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา เขารู้ว่านี่คือโอกาสของพยัคฆ์เงา และเขาจะต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด และกลับไปช่วยอรุณให้ได้

ทันใดนั้น เพลิงก็รู้สึกถึงแรงกระแทกอย่างรุนแรงที่สีข้างของเขา เขาเซถลาไปข้างหน้า ล้มลงไปบนพื้นเปียกชุ่ม

“แกหนีไปไหนไม่พ้นหรอก เพลิง” เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูของเขา

เพลิงพยายามจะลุกขึ้น แต่เขาก็ถูกแรงถีบเข้าที่ลำตัวอีกครั้ง ทำให้เขากระเด็นไปติดกับผนังตึก

“ยินดีต้อนรับสู่กับดักของฉัน” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง

นี่คือการเผชิญหน้าครั้งแรกของเขากับพยัคฆ์เงา และมันกำลังจะจบลงอย่างไม่สวยงามนัก… หรือไม่?


ปลายปืนพกของเพลิงยังคงถูกยกขึ้นเล็งไปข้างหน้า แต่ภายใต้กลุ่มควันสีม่วงที่หนาทึบ เขาแทบมองไม่เห็นอะไรเลย เสียงหัวใจของเขาเต้นระรัว ราวกับจะทะลุออกมาจากอก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

“ฉันบอกแล้วไง เพลิง… ว่าแกไม่มีทางหนีไปไหนพ้น” เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นข้างหูของเขา

เพลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามจะรวบรวมสติ ท่ามกลางความรู้สึกแสบร้อนที่ลอยขึ้นมาจากลำคอ เขาเห็นร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าเขา ร่างนั้นเคลื่อนไหวอย่างสง่างามราวกับนักล่าที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ

“แกทำอะไรกับอรุณ” เพลิงกัดฟันถาม เสียงแหบแห้ง

“เพื่อนแกน่ะเหรอ? เขาปลอดภัยดี… อย่างน้อยก็ตอนนี้” เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ “แต่ถ้าแกขัดขืน… เขาอาจจะไปก่อนแกก็เป็นได้”

เพลิงกำปืนในมือแน่น เขารู้ว่านี่คือการต่อสู้ที่อันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้

“ฉันไม่ยอมให้แกทำอะไรอรุณแน่” เพลิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว

“แน่ใจรึ?” เสียงเย้ยหยันดังขึ้น “แกจะทำอะไรได้ ในเมื่อแกมองไม่เห็นแม้แต่เงาของฉัน”

ทันใดนั้น เพลิงก็รู้สึกถึงลมเย็นเฉียบที่พัดผ่านแผ่นหลังของเขา เขาหันขวับกลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็สายเกินไป

เขาเห็นคมมีดสีเงินวาววับกำลังพุ่งเข้ามาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
รัตติกาลเพลิง

รัตติกาลเพลิง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!