หยาดฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ก่อตัวเป็นม่านสีเทาขมุกขมัวบดบังทัศนียภาพอันเวิ้งว้างของมหานครยามค่ำคืน เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องราวกับจะประกาศก้องถึงการมาถึงของหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา เพลิงยืนนิ่ง
แต่คราวนี้ ความนิ่งของเขาไม่ใช่ความลังเล มันคือความสงบนิ่งของพายุที่กำลังก่อตัว สายตาคมกริบสีดำสนิทฉายแววแข็งกร้าวสะท้อนแสงนีออนที่สาดส่องมาจากเบื้องล่าง เขาไม่สนใจหยาดฝนที่เย็นเยียบชะล้างใบหน้า หรือสายลมที่พัดกระโชกแรงจนแทบจะพาลร่างสูงโย่งของเขาปลิวไปตามแรง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้จากเงามืดด้านหลัง
“คิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ เลยหรือไง เพลิง” เสียงทุ้มแหบพร่าดังลอดออกมาจากความมืด ยิ่งเพิ่มความกดดันให้บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น
เงาของชายร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้นช้าๆ เขาเคลื่อนไหวราวกับพญานาคในยามราตรี แม้ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ เสื้อคลุมสีดำสนิทของเขาก็ยังคงดูเงางาม ไร้ซึ่งความเปียกชื้น ดวงตาคู่หนึ่งที่โผล่พ้นจากหมวกฮู้ดฉายแววอำมหิต ราวกับมีเปลวไฟสีดำที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
“เลโอ” เพลิงเอ่ยชื่อนั้นออกมาเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะสะท้อนก้องในโสตประสาทของอีกฝ่าย “ข้าไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจอเจ้าที่นี่”
“โลกใบนี้มันแคบเกินกว่าจะให้คนอย่างเจ้าซ่อนตัวได้นานหรอก เพลิง” เลโอหัวเราะเสียงแหบพร่า “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเจ้าได้ทำลายสิ่งที่สำคัญที่สุดของข้าไป”
“สิ่งที่สำคัญที่สุด?” เพลิงยิ้มเยาะ “เจ้าหมายถึง ‘แผนการ’ ที่กำลังจะทำให้ผู้บริสุทธิ์นับล้านต้องตายงั้นหรือ?”
“ความสูญเสียเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เพลิง” เลโอกล่าว น้ำเสียงไร้ซึ่งความรู้สึก “บางครั้ง การทำลายล้างก็คือการสร้างสรรค์รูปแบบใหม่”
“รูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและน้ำตาอย่างนั้นหรือ?” เพลิงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนประจันหน้ากับเลโออย่างเต็มตัว “ข้าไม่อาจยอมรับได้”
“เจ้าไม่ยอมรับ แต่เจ้าก็หนีมันไม่พ้น” เลโอชักดาบยาวเล่มหนึ่งออกมาจากฝักอย่างรวดเร็ว ดาบเล่มนั้นเปล่งประกายสีเงินวาววับราวกับมีประกายไฟคอยชโลมอยู่ ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความแค้นอันลึกล้ำ “เจ้าทำให้ข้าต้องสูญเสียทุกสิ่ง เพลิง ข้าจะเอาคืนทุกอย่าง และจะบดขยี้เจ้าให้แหลกคามือ!”
“หากเจ้าคิดว่าการสังหารข้าจะช่วยให้ทุกอย่างกลับคืนมาได้ เจ้าก็คิดผิด” เพลิงพูดพลางยืดตัวตรง เขาไม่ได้ชักอาวุธออกมา แต่ร่างกายกลับเตรียมพร้อมเต็มที่ กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งราวกับจะระเบิดพลังออกมา
“เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งในกระดานของข้า เพลิง” เลโอเหวี่ยงดาบเข้ามาอย่างรวดเร็ว เป็นการโจมตีที่แม่นยำและรุนแรงราวกับสายฟ้าฟาด
เพลิงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด ปลายดาบเฉียดผ่านอากาศที่เต็มไปด้วยละอองฝนไปอย่างหวุดหวิด ความเร็วของเขาไม่เป็นรองใคร แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุด
“หมากที่กำลังจะพลิกกระดานต่างหาก” เพลิงสวนกลับ เขาใช้จังหวะที่เลโอเสียหลักจากการโจมตีเมื่อครู่ พุ่งเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว เขาใช้ปลายเท้ากระทุ้งเข้าที่ท้องแขนของเลโอ หวังจะทำลายจังหวะการโจมตี
แต่เลโอแข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกรบกวนได้ง่ายๆ เขาพลิกข้อมือ ดาบเล่มนั้นเหวี่ยงเข้าใส่เพลิงอีกครั้ง คราวนี้เป็นการฟันในแนวนอนที่อันตราย เพลิงต้องใช้แขนทั้งสองข้างปัดป้องไว้
“ปัง!” เสียงเหล็กกระทบกันดังก้องไปทั่วลานกว้างบนดาดฟ้า ถึงแม้จะถูกปัดป้องไว้ได้ แต่แรงปะทะก็ส่งผลสะเทือนไปทั่วร่างของเพลิง
“เจ้าแข็งแกร่งขึ้น” เลโอพึมพำพลางยิ้มมุมปาก “แต่มันก็ยังไม่พอ”
“เจ้าก็เหมือนกัน” เพลิงกัดฟันตอบ เขารับรู้ได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเลโอ มันไม่ใช่พลังธรรมดา แต่เป็นพลังที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงและเฉียบคม
การต่อสู้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น สายฝนที่โปรยปรายยิ่งทำให้การเคลื่อนไหวของทั้งคู่ดูคล่องแคล่วและดุเดือดราวกับนักเต้นรำแห่งความตาย ดาบของเลโอพุ่งเข้าใส่เพลิงอย่างไม่หยุดยั้ง ท่าโจมตีของเขาหลากหลายและอันตราย ทุกการเคลื่อนไหวล้วนหมายถึงการเอาชีวิต
เพลิงเองก็ไม่ยอมแพ้ เขาอาศัยความเร็วและความคล่องแคล่วในการหลบหลีก ขณะเดียวกันก็หาจังหวะโต้กลับอย่างชาญฉลาด เขาใช้ทุกสิ่งที่มีเพื่อโจมตี เล็บที่คมกริบ แขนที่แข็งแกร่ง และความรู้เรื่องการต่อสู้ที่สั่งสมมา
“ครืด!” เสียงดาบขูดกับโครงสร้างเหล็กของดาดฟ้าดังขึ้น เมื่อเลโอพยายามจะต้อนเพลิงให้จนมุม
“ไม่คิดเลยว่าไอ้สารเลวอย่างเจ้าจะมีความอดทนขนาดนี้” เลโอตะโกนพลางหัวเราะ “คิดจะยื้อเวลาให้ใครมารับหรือไง?”
“ข้าแค่ต้องการให้เจ้าเห็นความจริง” เพลิงตอบกลับ ขณะที่เขาหลบการฟันดาบที่เฉียดหน้าไปอย่างหวุดหวิด “แผนการของเจ้ามันไม่ได้นำมาซึ่งความก้าวหน้า แต่มันนำมาซึ่งความพินาศ!”
“ความพินาศคือจุดเริ่มต้นของระเบียบใหม่!” เลโอกล่าวอย่างบ้าคลั่ง “เจ้าไม่เข้าใจ!”
“ข้าเข้าใจดี” เพลิงยกมือขึ้นรับการโจมตีของเลโอ ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดผลักเขาออกไป “ความเข้าใจของข้าคือการเห็นแก่ชีวิตของผู้บริสุทธิ์”
“ไร้สาระ!” เลโอตะโกน เขาพุ่งเข้าใส่เพลิงอีกครั้ง คราวนี้เป็นการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม ราวกับจะใช้กำลังทั้งหมดที่มี
การต่อสู้บนหลังคาตึกสูงกลางมหานครยามค่ำคืนภายใต้สายฝนที่โปรยปราย ดูราวกับฉากในภาพยนตร์แอ็กชันที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่สำหรับเพลิงและเลโอ นี่คือการต่อสู้เพื่อชี้ขาดชะตากรรม
เพลิงรู้ดีว่าเลโอมีพลังที่เหนือกว่าเขาในเรื่องของพละกำลัง แต่เขาก็มีความได้เปรียบในเรื่องของความเร็วและการพลิกแพลง เขาไม่สามารถปะทะตรงๆ กับเลโอได้นานเกินไป เขาต้องหาจังหวะที่จะโจมตีจุดอ่อนของคู่ต่อสู้
“ครืนนน!” เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะสะท้อนถึงความโกรธเกรี้ยวของธรรมชาติ
เลโอฉวยโอกาสที่เพลิงชะงักไปเล็กน้อยจากการที่ฟ้าผ่าใกล้ๆ พุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว เขาฟันดาบเข้าใส่เพลิงในแนวทแยงมุม
เพลิงไถลตัวไปด้านข้างอย่างฉับพลัน ทำให้ปลายดาบเฉียดผ่านร่างเขาไป แต่ก็สร้างรอยแผลเล็กๆ ที่แขนซ้ายของเขา
“เลือด!” เลโอเห็นเลือดของเพลิง ก็ยิ่งได้ใจ “ถึงเวลาจบเรื่องแล้ว!”
เขาเร่งความเร็วในการโจมตีมากยิ่งขึ้น ดาบของเขากลายเป็นเพียงเส้นแสงสีเงินที่วาดลวดลายไปมาในอากาศ เพลิงต้องใช้สมาธิทั้งหมดที่มีในการเอาชีวิตรอด การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มช้าลงเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเลือดที่ไหลออกจากบาดแผล หรืออาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมา
“ข้าจะทำให้เจ้าทรมาน” เลโอกล่าว พลางกวาดดาบเข้าใส่เพลิงอย่างต่อเนื่อง “ทรมานเหมือนที่ข้าเคยเป็น!”
เพลิงกัดฟัน เขาเห็นโอกาสเล็กๆ น้อยๆ ในท่าโจมตีของเลโอ ที่มักจะทิ้งช่องว่างไว้เล็กน้อยหลังจากที่ฟันดาบอันทรงพลัง
“นี่แหละที่เจ้าพลาด” เพลิงพึมพำ เขาแกล้งทำเป็นเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทำให้เลโอคิดว่าเขาจะหนี
เมื่อเลโอพุ่งเข้าประชิดตัว เพลิงกลับใช้จังหวะที่ดาบของเลโอเหวี่ยงเข้าใส่เขา หักข้อมือของตนเองให้แขนซ้ายที่บาดเจ็บยื่นออกไปรับแรงปะทะของดาบ
“เพล้ง!” เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง แต่คราวนี้แตกต่างออกไป
เพลิงใช้แรงปะทะนั้น พลิกตัวหมุนรอบตัวเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้ขาหลังเตะเข้าที่ข้อพับของเข่าเลโออย่างรุนแรง
“อั่ก!” เลโอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาเสียหลัก ทรุดลงไปเล็กน้อย
เพลิงไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาหมุนตัวกลับมา ใช้หมัดที่เต็มไปด้วยแรงทั้งหมดต่อยเข้าที่กลางหน้าอกของเลโอ
“ปึก!” แรงปะทะทำให้เลโอเซถอยหลังไปหลายก้าว เขาอ้าปากหอบหายใจอย่างยากลำบาก
“เจ้า…” เลโอพยายามจะพูด แต่กลับมีเสียงไอเล็ดลอดออกมา
“เจ้าบอกว่าข้าเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง” เพลิงพูดพลางเดินเข้าไปหาเลโออย่างช้าๆ “แต่หมากบางตัว…ก็สามารถพลิกเกมได้”
เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเลโอที่ฉายแววตกตะลึง “ข้าจะหยุดเจ้า เลโอ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
เลโอพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายของเขากลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขารู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่ส่งผลไปทั่วร่าง
“เจ้า…จะเสียใจ…” เลโอกระซิบเสียงแผ่วเบา
“ข้าเสียใจมามากพอแล้ว” เพลิงกล่าว “ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องชดใช้”
ขณะที่เพลิงกำลังจะลงมือจัดการกับเลโออย่างเด็ดขาด เสียงวิทยุสื่อสารจากที่ไหนสักแห่งก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน “หน่วยที่ 7 สกัดกั้นสำเร็จ! เป้าหมายอยู่ที่ชั้นบนสุด!”
“หน่วยที่ 7…?” เพลิงขมวดคิ้ว หันมองไปรอบๆ อย่างระแวง
เลโอใช้โอกาสที่เพลิงเสียสมาธิ หายใจลึกๆ รวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ดาบในมือของเขายังคงเปล่งประกายสีเงินวาววับ
“เจ้ายังไม่ชนะ เพลิง!” เลโอตะโกน เสียงของเขาทุ้มแหบพร่า แต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มต้น!”
ว่าแล้ว เขาก็ใช้แรงเฮือกสุดท้าย ฟันดาบเข้าใส่เพลิงอย่างบ้าคลั่ง หวังจะสร้างความเสียหายให้มากที่สุดก่อนที่เพลิงจะจัดการเขาได้
เพลิงต้องรีบกลับมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ที่เหมือนจะจบลง กลับต้องยืดเยื้อออกไปอีกครั้งภายใต้สายฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย
แต่ในระหว่างที่เพลิงกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับเลโอ เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังขึ้นมาจากทางเดินที่ทอดไปยังห้องควบคุมหลัก เสียงเหล่านั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า…ศัตรูจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!
เพลิงรู้ดีว่าหากศัตรูมาถึงที่นี่พร้อมกันทั้งหมด เขาจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน เขาจะต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด การต่อสู้กับเลโอจะต้องยุติลงโดยเร็วที่สุด แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ มันเป็นไปได้หรือ?
เขาจะสามารถจัดการกับเลโอและฝ่าวงล้อมของศัตรูไปได้หรือไม่? ชะตากรรมของเขาและความหวังของมหานครนี้ จะแขวนอยู่บนเส้นด้ายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้…
รัตติกาลเพลิง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก