เสียงเบสหนักหน่วงยังคงสะท้อนก้องอยู่ในอกของคม แม้เขาจะก้าวเท้าออกจาก “รัตติกาล” มาแล้วก็ตาม แสงนีออนหลากสีที่เคยบิดเบือนภาพผู้คนให้ดูราวกับอยู่ในภาพลวงตากลับเลือนหายไปตามถนนที่มืดมิดของกรุงเทพฯ ยามดึก แต่ภาพเหล่านั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว กลิ่นน้ำหอมฉุนเฉียว เสียงหัวเราะคิกคัก และสายตาที่ทอดมองอย่างไม่ปิดบัง ภาพเหล่านั้นคือส่วนผสมที่คุ้นเคย เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เขาเลือกดำเนิน
คมขับรถสปอร์ตคันหรูของเขาไปตามถนนที่เปลี่ยวร้าง ทิ้งความสับสนวุ่นวายของรัตติกาลไว้เบื้องหลัง จุดหมายของเขาคือสำนักงานส่วนตัวที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นสูงของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ซึ่งเป็นเสมือนป้อมปราการลับของเขา ที่นั่นมีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเท่านั้นที่จะขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืน
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานอันหรูหรา แต่แฝงไว้ด้วยอันตราย คมก็ถอนหายใจยาว เขาเดินตรงไปยังมินิบาร์ หยิบขวดวิสกี้ชั้นดีมาเทใส่แก้วใส ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หนังบุหนานุ่ม แสงไฟสีอำพันจากโคมไฟสาดส่องลงมาบนใบหน้าคมคายของเขา สะท้อนให้เห็นแววตาที่ฉายประกายครุ่นคิด
“ป่านนี้คงจะกำลังสลบไสลอยู่กับความสุขของตัวเองสินะ” เขาพึมพำกับตัวเอง ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ รสชาติเข้มข้นของวิสกี้ไหลซึมไปทั่วลำคอ กระตุ้นความรู้สึกให้ตื่นตัว
ตอนที่แล้ว เขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งในรัตติกาล เธอมีดวงตาที่ลึกลับราวกับจะเก็บงำความลับนับพันไว้ภายใต้ดวงหน้านั้น รอยยิ้มที่มุมปากของเธอทำให้เขาหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เขารู้ดีว่าในโลกที่เขาอยู่ ความรู้สึกอ่อนไหวเป็นสิ่งอันตราย
เขาจำได้ถึงคำพูดของเธอ “คุณคมคะ... ฉันไม่เคยเห็นใครมองฉันแบบนี้มาก่อนเลย”
คำพูดนั้นยังคงก้องอยู่ในหูของคม มันเป็นคำพูดที่แสดงถึงความแปลกประหลาดใจ ผสมผสานกับความสงสัยใคร่รู้ และอาจจะ... ความต้องการบางอย่างที่เธอซ่อนไว้
คมยกแก้ววิสกี้ขึ้นมองลำแสงที่ส่องผ่านของเหลวสีอำพันในแก้ว เขาเคยคิดว่าตัวเองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างมาหมดแล้ว ผ่านการเจรจาธุรกิจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม การต่อรองที่ต้องใช้ไหวพริบ และการเผชิญหน้ากับผู้คนหลากหลายรูปแบบ แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนเส้นขอบของสิ่งที่ไม่รู้จัก
เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตของเขา แล้วหายไปราวกับธุลี แต่ผู้หญิงคนนี้... มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป
คมวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะ เขาเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังเมืองหลวงที่สว่างไสวราวกับดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นดิน แต่เบื้องล่างนั้นเต็มไปด้วยเงาที่เคลื่อนไหว การต่อสู้ที่มองไม่เห็น และความต้องการที่ไม่สิ้นสุด
“เธอเป็นใครกันแน่?” เขาถามตัวเองอีกครั้ง
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดเบอร์โทรศัพท์ของลูกน้องคนสนิท “กวิน... จัดการเรื่องผู้หญิงคนนั้นให้หน่อย หาข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ ชื่อจริง นามสกุล ประวัติความเป็นมา ที่อยู่ อาชีพ หรืออะไรก็ตามที่แกหาได้ภายใน 24 ชั่วโมง”
เขากดวางสาย ก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ และเริ่มเข้าสู่ระบบของเครือข่ายข้อมูลลับของเขา
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏภาพแผนผังที่ซับซ้อน สัมพันธ์กับธุรกิจสีเทาที่เขากำลังดำเนินอยู่ การลงทุน การฟอกเงิน การลักลอบขนส่ง และการเจรจาที่ต้องใช้ความเด็ดขาด
เขาพิมพ์คำสั่งบางอย่างลงไปบนคีย์บอร์ด ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ในใจของคมกลับมีแต่ภาพของผู้หญิงคนนั้น แววตาของเธอที่มองเขา ราวกับจะทะลวงเข้าไปถึงแก่นแท้ของตัวตน
เขาจำได้ว่าเธอสวมชุดสีดำเรียบๆ แต่กลับขับเน้นเรือนร่างที่เย้ายวน เสียงหัวเราะของเธอแผ่วเบา แต่กลับดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา
“ทำไมฉันถึงยังคิดถึงเธอ?” เขาถามตัวเองอีกครั้ง
มันเป็นความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย ความรู้สึกที่เขาเคยพยายามจะกลบฝังไว้ด้วยอำนาจ เงินทอง และผู้หญิงคนอื่นๆ แต่กลับไม่เคยสำเร็จ
คมลุกขึ้นยืน เดินไปรอบๆ ห้องทำงานของเขา แสงไฟสลัวๆ ที่ส่องสว่างเป็นครั้งคราวจากภายนอก สะท้อนให้เห็นเงาของเฟอร์นิเจอร์หรูหรา และชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าแก่
เขาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ มองดูเงาสะท้อนของตัวเอง ใบหน้าคมคาย ดวงตาที่มักจะเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเด็ดขาด บัดนี้กลับฉายแววของความสับสน
“คม... แกกำลังจะเสียการควบคุม” เขาพึมพำกับตัวเอง
เขานึกถึงเป้าหมายหลักของเขาในตอนนี้ การขยายอาณาเขตธุรกิจ การกำจัดคู่แข่ง และการรักษาอำนาจที่เขาสร้างมาด้วยเลือดและน้ำตา
แต่ผู้หญิงคนนั้น... เธอเข้ามาแทรกแซงแผนการทุกอย่างของเขา ราวกับเป็นตัวแปรที่ไม่คาดฝัน
คมเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา เป็นรูปของเขาในวัยหนุ่ม ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และความมืดที่เริ่มก่อตัว
“ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายสิ่งที่ฉันสร้างมา” เขาพูดเสียงแข็ง
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของเมือง โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเตียงอย่างเลื่อนลอย เธอยังคงนึกถึงคม ใบหน้าของเขา สายตาของเขาที่มองมาที่เธอ
“ทำไมฉันถึง... รู้สึกแบบนี้?” เธอถามตัวเอง
เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เจอใครสักคนที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขนาดนี้ คม... ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยอำนาจ ความอันตราย และความเย้ายวนที่ยากจะต้านทาน
เธอรู้ดีว่าคมเป็นใคร เขาคือคม... ผู้มีอิทธิพลที่ใครๆ ก็หวาดกลัว และเธอ... เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่หลงเข้าไปในโลกของเขา
“แต่ฉันก็อยากรู้นะ... ว่าถ้าฉันลองก้าวเข้าไปในโลกนั้นจริงๆ จะเป็นอย่างไร” เธอยิ้มมุมปาก
ในห้องทำงานของคม มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากคอมพิวเตอร์
“ข้อมูลของผู้หญิงคนนั้น... น่าสนใจ” คมพึมพำ
เขาจ้องมองข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ ชื่อจริง... นามสกุล... ที่อยู่... อาชีพ...
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น คือข้อมูลบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง
คมยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอีกครั้ง รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา
“ดูเหมือนว่า... คืนนี้จะยังอีกยาวไกล”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์โทรศัพท์ของกวินอีกครั้ง
“กวิน... ฉันต้องการข้อมูลเพิ่มเติม... เกี่ยวกับประวัติของครอบครัวเธอ... และทุกอย่างที่เกี่ยวกับสิ่งที่เธอเคยทำ...”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“และเตรียมห้องส่วนตัวที่รัตติกาลเอาไว้... คืนนี้... ฉันมีเรื่องที่ต้องสะสาง”
แสงไฟจากโคมไฟสลัวๆ สาดส่องลงมาบนใบหน้าคมคายของคม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และอันตรายที่กำลังจะปะทุขึ้น
อะไรคือความลับที่คมจะค้นพบเกี่ยวกับหญิงสาวคนนั้น? และการเผชิญหน้าครั้งต่อไปในห้องส่วนตัวของเขา จะนำพาไปสู่จุดไหน?

เถ้าธุลีกลางใจราตรี
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก