กรงรักราคะ

ตอนที่ 6 — พายุสวาทในกรงทอง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,067 คำ

รอยจุมพิษที่ฝากไว้บนต้นคอระหงของธาลา ยังคงทิ้งความร้อนผ่าวระอุไว้ราวกับเพิ่งถูกประทับสดๆ แม้แสงสลัวยามเช้าที่พยายามแทรกตัวผ่านผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมูจะเริ่มคลายบรรยากาศร้อนแรงที่อบอวลอยู่ในห้องนอนหรูหราของน่านฟ้าลงไปบ้าง แต่ทว่าความรู้สึกภายในใจของธาลากลับยังคงปั่นป่วนราวกับคลื่นทะเลที่ซัดสาดไม่หยุดหย่อน

เขาขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงสัมผัสของผ้าปูเตียงเนื้อนุ่มที่โอบล้อมร่างกาย ใบหน้ายังคงซบอยู่บนอกอุ่นของน่านฟ้า สูดกลิ่นกายหอมสะอาดที่ปะปนกับกลิ่นอายของความปรารถนาที่เพิ่งผ่านพ้นไปอย่างแผ่วเบา น่านฟ้ายังคงหลับใหลอย่างสงบ ‌ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาวางทาบทับอยู่บนแผ่นหลังของธาลา เป็นการสัมผัสที่มั่นคงแต่ก็อ่อนโยนอย่างน่าประหลาด

ความคิดของธาลาตีรวนไปมา ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงฉายวนซ้ำในหัว ดวงตาของน่านฟ้าที่มองมาด้วยความโหยหา รอยยิ้มที่เจือไปด้วยความขมขื่น การปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปราวกับกำลังถวายเครื่องบูชา และสัมผัสที่น่านฟ้ามอบให้… มันช่างแตกต่างจากที่เขาเคยคิดไว้

น่านฟ้าไม่ใช่คนที่อ่อนหวาน ​ไม่ใช่คนที่อ่อนโยน แต่ทุกการกระทำของเขาเมื่อคืนนี้ เต็มไปด้วยความคำนึงถึงความรู้สึกของธาลา ราวกับจะเยียวยาบาดแผลที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างเบามือที่สุด แม้จะเต็มไปด้วยความเร่าร้อน แต่ก็ปราศจากความหยาบกระด้างอย่างที่ธาลาเคยหวาดกลัว

“อืม…” เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นจากริมฝีปากของน่านฟ้า ‍ธาลาสะดุ้งเล็กน้อย รีบเงยหน้าขึ้นมอง

น่านฟ้าลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววแข็งกร้าว บัดนี้อ่อนลงจนเห็นได้ชัด เขามองธาลาด้วยแววตาที่ยากจะตีความ มีทั้งความอ่อนโยน ความห่วงใย และประกายบางอย่างที่ทำให้ธาลารู้สึกใจสั่น

“ตื่นแล้วเหรอ” ‌เสียงแหบพร่าของน่านฟ้าเอ่ยถาม

ธาลาพยักหน้าเบาๆ รู้สึกเหมือนก้อนเนื้อที่จุกอยู่ที่คอ

“เมื่อคืน… ขอโทษนะ” ธาลาพูดออกไปอย่างอ้อมแอ้ม

น่านฟ้ายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของธาลาบิดเบี้ยว “ขอโทษเรื่องอะไร”

“ก็… เรื่องเมื่อคืน” ธาลาอธิบาย ‍“ฉัน… ไม่แน่ใจว่าฉัน…”

“ไม่ต้องขอโทษ” น่านฟ้าพูดแทรก “ฉันเข้าใจ”

“เข้าใจ?” ธาลาเงยหน้ามองอีกครั้ง “คุณเข้าใจอะไร”

น่านฟ้าขยับตัวเล็กน้อย เปลี่ยนท่าทางมานั่งพิงหัวเตียง มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าของธาลาไว้ ​“ฉันเข้าใจว่าเธออาจจะยังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เข้าใจว่ามันอาจจะเร็วไป”

ความรู้สึกของธาลาตีกันยุ่ง เขาอยากจะปฏิเสธ อยากจะบอกว่าเขาไม่ได้สับสน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากำลังสับสนอยู่จริงๆ

“แต่… ฉันก็…” ธาลาพยายามจะอธิบาย

“ไม่เป็นไร” น่านฟ้าพูดเสียงนุ่ม ​“ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง”

เขาโน้มตัวลงมาจุมพิตที่หน้าผากของธาลาอย่างแผ่วเบา จุมพิษนั้นบริสุทธิ์ แต่ทว่ากลับทำให้หัวใจของธาลาเต้นแรงกว่าจุมพิษที่เร่าร้อนเมื่อคืนเสียอีก

“ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ” น่านฟ้าบอก “เดี๋ยวฉันจะให้คนเตรียมอาหารเช้าไว้ให้”

ธาลาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เขาลุกขึ้นยืน รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอบอุ่นของร่างกายน่านฟ้า ​ผ้าปูเตียงที่ทิ้งร่องรอยของการร่วมรักเมื่อคืน ยังคงเด่นชัดราวกับจะย้ำเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่อธาลาเดินออกจากห้องนอนไป น่านฟ้าก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องไปยังร่างของธาลาที่ค่อยๆ ห่างออกไป มุมปากของเขากระตุกเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ

“กรงทอง… ที่สร้างขึ้นมาเพื่อกักขังหัวใจ” เขาพึมพำกับตัวเอง

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ธาลาลงมายังห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า ตรงกลางห้องมีโต๊ะยาวปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด มีอาหารเช้าหลากหลายชนิดจัดวางไว้อย่างสวยงาม

น่านฟ้ากำลังนั่งรออยู่แล้ว เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบๆ แต่ดูดี เสริมบุคลิกที่สง่างามของเขาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

“ทานอะไรเพิ่มไหม” น่านฟ้าถาม ขณะที่ธาลาทรุดตัวลงนั่ง

“ไม่ค่ะ พอแล้วค่ะ” ธาลาตอบ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

ตลอดมื้ออาหาร มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบกับจาน และบทสนทนาสั้นๆ ที่ดูเป็นทางการ

“วันนี้มีนัดอะไรหรือเปล่า” น่านฟ้าถาม

“ไม่มีค่ะ”

“ดี” น่านฟ้าตอบ “ถ้าอย่างนั้น… เย็นนี้เราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะกัน”

ธาลาเงยหน้าขึ้นมอง “สวนสาธารณะ?”

“ใช่” น่านฟ้าพยักหน้า “อากาศดี คงจะสบายดี”

ธาลาลังเลเล็กน้อย การได้ออกไปข้างนอกดูเหมือนจะเป็นโอกาสที่ดีในการหลีกหนีจากบรรยากาศที่อึดอัดภายในคฤหาสน์แห่งนี้

“ก็ได้ค่ะ” ธาลาตอบ

หลังจากนั้น ธาลาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสำรวจคฤหาสน์แห่งนี้ การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยศิลปะและของสะสมราคาแพง สะท้อนถึงรสนิยมและความร่ำรวยของน่านฟ้า แต่ทว่าทุกครั้งที่เขาเดินผ่านภาพวาด หรือรูปปั้นใดๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงสายตาของน่านฟ้า สายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความปรารถนา

ยิ่งเขาใช้เวลามากเท่าไรในคฤหาสน์แห่งนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงทองที่สวยงาม แต่ก็ไร้ซึ่งอิสรภาพ

ในช่วงบ่าย ธาลาพบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าห้องสมุดขนาดใหญ่ ประตูไม้โอ๊คสีเข้มบานใหญ่ดูน่าเกรงขาม เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป

ภายในห้องสมุด กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหนังลอยอบอวล บรรยากาศเงียบสงัด ราวกับจะกลืนกินทุกเสียงที่ดังเข้ามา ชั้นหนังสือสูงจรดเพดานเต็มไปด้วยหนังสือหลากหลายประเภท ธาลาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ มือลูบไล้สันหนังสืออย่างแผ่วเบา

สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่งที่ตั้งอยู่บนชั้นวางด้านในสุด มันเป็นหนังสือปกหนังสีน้ำตาลเข้ม สลักอักษรสีทองซีดจางดูเก่าแก่

ด้วยความสงสัย ธาลาหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาเปิดออก

หน้ากระดาษเหลืองกรอบราวกับถูกเก็บไว้นานหลายปี ภายในเล่มเป็นบันทึกส่วนตัวที่เขียนด้วยลายมืออันอ่อนช้อย แต่แฝงด้วยความเศร้าหมอง

“บันทึกของ… รัตนา” ธาลาอ่านชื่อที่อยู่หัวกระดาษ

เขาค่อยๆ ไล่อ่านข้อความเหล่านั้น ภาพเรื่องราวของหญิงสาวที่ชื่อรัตนาค่อยๆ ปรากฏขึ้น เธอเป็นสาวน้อยผู้บริสุทธิ์ ที่ต้องแต่งงานกับชายที่เธอไม่ได้รัก ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความเหงา ความโดดเดี่ยว และความทุกข์ทรมาน

ยิ่งอ่าน ธาลา ก็ยิ่งรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับเรื่องราวในบันทึกเล่มนี้ ความรู้สึกของความถูกบังคับ ความรู้สึกของความไร้ตัวตน มันช่างคล้ายคลึงกับสิ่งที่เขาเผชิญอยู่

ขณะที่ธาลาจมดิ่งอยู่กับเรื่องราวในอดีต เสียงประตูห้องสมุดก็เปิดออก

“กำลังอ่านอะไรอยู่” เสียงทุ้มนุ่มของน่านฟ้าดังขึ้น

ธาลาสะดุ้งโหยง รีบปิดหนังสือลงอย่างรวดเร็ว

น่านฟ้าเดินเข้ามาใกล้ ยืนอยู่ข้างๆ ธาลา สายตาจับจ้องไปที่หนังสือในมือของเขา

“บันทึกของใคร” น่านฟ้าถาม เสียงของเขาแฝงความสงสัย

ธาลาลังเล “ผม… ผมไม่แน่ใจครับ”

น่านฟ้าเลื่อนสายตามามองธาลา แววตาคมกริบคู่นั้นกลับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ “ถ้าเธออยากอ่าน ฉันก็ไม่ว่าอะไร”

“ผม… แค่สงสัยน่ะครับ” ธาลาพยายามจะเลี่ยง

น่านฟ้าก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด จนธาลาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา “ถ้าเธออยากรู้เรื่องราวของฉัน หรือเรื่องราวของคนในบ้านนี้ ฉันยินดีที่จะเล่าให้ฟัง”

คำพูดของน่านฟ้าทำให้ธาลาใจเต้นแรง เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากตัวน่านฟ้า

“คุณ… เคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงชื่อรัตนาหรือเปล่าครับ” ธาลาถามออกไปอย่างไม่ทันคิด

น่านฟ้ายิ้มมุมปาก “ทำไมถึงถามแบบนั้น”

“ผม… เจอชื่อเธอในบันทึก” ธาลาตอบ

น่านฟ้าเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาของเขามองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังนึกถึงอดีต

“รัตนา… เป็นอดีตคนรักของฉัน” น่านฟ้าเอ่ยเสียงเบา “เธอจากไปนานแล้ว”

คำตอบของน่านฟ้าทำให้ธาลาใจหายวาบ มีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ก่อตัวขึ้นภายในใจ

“เธอ… รักเขามากหรือเปล่าครับ” ธาลาถามต่อ

น่านฟ้าหันกลับมามองธาลา ดวงตาของเขามีแววเศร้าสร้อย “ความรัก… เป็นสิ่งซับซ้อนนะธาลา”

เขายื่นมือออกมาสัมผัสแก้มของธาลาอย่างอ่อนโยน “บางครั้ง… สิ่งที่เราคิดว่ารัก อาจจะไม่ใช่สิ่งที่หัวใจต้องการจริงๆ”

สัมผัสของน่านฟ้าทำให้ธาลาใจสั่น เขาก้มหน้าลงมองพื้น ไม่กล้าสบตากับน่านฟ้า

“เหมือนกับที่เธอ… อาจจะกำลังรู้สึกตอนนี้” น่านฟ้าพูดต่อ “เธออาจจะสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง”

ธาลาเงยหน้าขึ้นมองน่านฟ้าอีกครั้ง แววตาของน่านฟ้าเต็มไปด้วยความเข้าใจ ราวกับจะสื่อว่าเขารับรู้ถึงความสับสนและต่อสู้ภายในใจของธาลาทั้งหมด

“ผม… ไม่รู้ครับ” ธาลาตอบเสียงแผ่ว

น่านฟ้ายิ้มบางๆ “ไม่เป็นไร… เรายังมีเวลาอีกเยอะ”

เขากระชับมือที่ประคองแก้มของธาลาไว้ “แต่… ไม่ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม”

น่านฟ้าโน้มตัวลงมา จุมพิตที่ริมฝีปากของธาลาอย่างแผ่วเบา แต่ทว่าลึกซึ้ง

“ขอให้เธอรู้ไว้เสมอ… ว่าเธออยู่กับฉัน”

จุมพิษนั้นแผ่วเบา แต่ทิ้งร่องรอยความร้อนแรงเอาไว้ในใจของธาลา มันเป็นคำสัญญา เป็นการครอบครอง และเป็นคำประกาศอิสระที่ถูกขังไว้ในกรงทองเดียวกัน

ลมหายใจของธาลาติดขัด เขารู้สึกถึงกระแสน้ำวนแห่งอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามา เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับสัมผัสนี้ ควรจะรู้สึกขอบคุณ หรือควรจะรู้สึกหวาดกลัว

แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ คือ การเดินทางในกรงรักราคะแห่งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น… และเขาก็ไม่รู้เลยว่าปลายทางจะเป็นเช่นไร.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
กรงรักราคะ

กรงรักราคะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!