แสงอรุณที่สาดส่องเข้ามาเป็นครั้งแรกยามเช้า ดูเหมือนจะสว่างไสวเกินไปสำหรับดวงตาของธาลาที่พร่ามัว ราวกับจะเยาะเย้ยความอับอายที่ยังเกาะกุมอยู่ในใจ ร่างกายของเขายังคงรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทุกอณู ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาจากราตรีอันยาวนาน ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าทางกายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่า
เขายังคงนอนซมอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานอันเย้ายวนของน้ำหอมราคาแพง กลิ่นที่ผสมปนเปกับกลิ่นกายอันเร่าร้อนของเขาเองและของอีกคน กลิ่นที่ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ราวกับเป็นตราประทับแห่งราตรีที่ไม่อาจลบเลือน
ธาลาพยายามขยับตัวอย่างแผ่วเบา หวังจะปลีกตัวออกไปจากอ้อมแขนที่ยังคงโอบกอดเขาไว้แน่น แต่ก็ทำได้เพียงปวดร้าวไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่เคยถูกสัมผัส ลูบไล้ และครอบครองอย่างดุดัน
เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอของตนเอง ยามที่คนข้างกายขยับตัวเล็กน้อย ราวกับจะล่วงรู้ถึงความพยายามหลบหนีของเขา น่านฟ้า… ชื่อนั้นวนเวียนอยู่ในความคิดของธาลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับเป็นมนต์สะกดที่ตรึงเขาไว้กับที่
"จะไปไหนแต่เช้า" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากลำคอของน่านฟ้า แม้จะยังคงง่วงงุน แต่ประกายตาคมกริบที่มองมานั้นก็เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ และแววตาที่บ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของ
ธาลาสะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามบังคับตัวเองให้หันไปมองอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยของน่านฟ้ายังคงปรือปรอยจากการหลับใหล แต่กลับมีรอยยิ้มมุมปากบางๆ ที่ทำให้หัวใจของธาลาเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุม
"ผม... รู้สึกไม่ค่อยสบาย" ธาลาโกหกเสียงแผ่ว เขาไม่อาจสบตาน่านฟ้าได้นานเกินไป ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงฉายชัดอยู่ในม่านตา ภาพที่เขาถูกครอบงำ ถูกปลุกเร้า และถูกฉีกกระชากออกจนหมดสิ้น
"ไม่สบายตรงไหน" น่านฟ้าเอ่ยถาม พลางยกมือที่ยังคงอบอุ่นขึ้นมาแตะที่หน้าผากของธาลา นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังสัมผัสกับสิ่งล้ำค่าที่แตกสลายได้ "ไข้ขึ้นหรือเปล่า"
การสัมผัสที่อ่อนโยนเกินคาดทำให้ธารารู้สึกสับสน เขาคาดหวังความกดดัน ความเป็นเจ้าของที่รุนแรงกว่านี้ แต่กลับได้รับเพียงความห่วงใยที่แฝงไปด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ธาลาไม่อาจตีความได้
"เปล่าครับ" ธาลาตอบเสียงเบา พยายามผละใบหน้าออกจากการสัมผัส "ผมแค่อยากอาบน้ำ"
น่านฟ้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่กังวานและน่าฟัง "อาบน้ำก็ได้ แต่ก่อนอื่น..."
เขากระชับอ้อมแขนที่โอบรอบเอวของธาลาให้แน่นขึ้น ดึงร่างบางให้เข้ามาแนบชิดอีกครั้ง ธาลาสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของน่านฟ้าที่โอบกอดเขาไว้ราวกับจะผนึกเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
"ก่อนอื่น... เรามาเติมพลังกันก่อนดีกว่า" น่านฟ้าเอ่ยพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ริมฝีปากหยักที่เคยทำร้ายเขาเมื่อคืน บัดนี้กำลังจะประทับลงบนแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา
ธาลาหลับตาปี๋ พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจาย น่านฟ้าไม่ได้ทำร้ายเขา... อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในยามเช้าแบบนี้ แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในใจของเขานั้นซับซ้อนยิ่งกว่าสิ่งใด
ความขัดแย้งระหว่างความรู้สึกที่ถูกบังคับให้ยอมรับ กับความปรารถนาที่แอบซ่อนอยู่ลึกๆ มันกำลังกัดกินเขา
"คุณ... ทำแบบนี้ไม่ได้" ธาลาเอ่ยเสียงสั่นเครือ พยายามผลักแผงอกของน่านฟ้าออกอย่างแผ่วเบา "เรา... เราตกลงกันแล้ว"
"ตกลงอะไร" น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองธาลา แววตาของเขาฉายประกายแห่งความใคร่ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความอ่อนโยน "เมื่อคืน... เราตกลงกันว่าอะไร"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของธาลา เขานึกถึงคำพูดของตนเองในคืนนั้น คำพูดที่ถูกบีบบังคับจากสถานการณ์ คำพูดที่บ่งบอกถึงการยอมจำนนอย่างไม่มีทางเลือก
"คุณ... อย่าทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น" ธาลาเอ่ยเสียงแข็งขึ้นมาเล็กน้อย "คุณรู้ดีว่าผมไม่ได้เต็มใจ"
น่านฟ้ายกคิ้วขึ้น ท่าทีเปลี่ยนไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยมีหายไป แต่แววตาคมกริบกลับจับจ้องมาที่ธาลาอย่างไม่วางตา "ไม่เต็มใจอย่างนั้นหรือ... เมื่อคืน... ใบหน้าที่แดงก่ำ และเสียงครางกระเส่าของเธอมันบอกแบบนั้นหรือ"
คำพูดของน่านฟ้าเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของธาลา เขายอมรับว่าร่างกายของเขาตอบสนองต่อสัมผัสของอีกฝ่าย แต่จิตใจของเขายังคงต่อต้านอยู่เสมอ
"นั่น... นั่นมันก็แค่..." ธาลาพยายามหาคำอธิบาย แต่ก็ไม่สามารถหาคำที่เหมาะสมได้
"แค่... อะไร" น่านฟ้าเอ่ยถาม เสียงของเขาแฝงไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "แค่สัญชาตญาณดิบที่ควบคุมไม่ได้อย่างนั้นหรือ"
ร่างบางของธาลาสั่นเทา เขาไม่สามารถหาคำตอบให้แก่น่านฟ้าได้ น่านฟ้ามีเหตุผล... เหตุผลที่ทำให้ธาลารู้สึกผิดและอับอายยิ่งกว่าเดิม
"ผม... ผมเหนื่อย" ธาลาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาคมกริบของอีกฝ่าย "ผมแค่อยากอยู่คนเดียวสักพัก"
น่านฟ้าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "ก็ได้" เขากล่าว "ถ้าเธออยากอยู่คนเดียว"
เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำที่ปราศจากอาภรณ์ ธาลาต้องพยายามหันหน้าหนี ไม่อยากมองเห็นภาพที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนเกินไป
"แต่จำไว้นะธาลา" น่านฟ้าเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากเตียง "เธอเป็นของฉัน... ตั้งแต่วันที่เราเจอกัน"
คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดลงไปในใจของธาลา เขากระชับผ้าห่มไว้แน่น รู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แม้ว่าอากาศในห้องจะอบอุ่นก็ตาม
น่านฟ้าเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อคลุมผ้าไหมสีดำมาสวมอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นเขาก็เดินตรงมาที่ริมเตียงอีกครั้ง
"ฉันจะให้เวลาเธอ" เขากล่าว พลางโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง คราวนี้เขาจุมพิตลงบนหน้าผากของธาลาอย่างแผ่วเบา "แต่เมื่อไหร่ที่เธอพร้อม... ฉันจะรออยู่ตรงนี้"
เขาผละออกไปช้าๆ และเดินตรงไปยังประตูห้องนอน ทิ้งให้ธาลานอนอยู่เพียงลำพังกับความรู้สึกที่ตีวนอยู่ในอก
เมื่อเสียงปิดประตูห้องดังขึ้น ธาลาจึงค่อยๆ ถอนหายใจยาว เขาปล่อยให้หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินออกมาอย่างเงียบเชียบ
เขาเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดที่ตัวเองอ่อนแอ เกลียดที่ตัวเองไม่สามารถต่อต้านได้ เกลียดที่ตัวเองยังคงรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้ ต่อความรู้สึกของน่านฟ้า
เขายังคงนอนซมอยู่บนเตียง ราวกับจะจมดิ่งลงไปในความปรารถนาที่น่านฟ้าได้จุดประกายขึ้นมา ความปรารถนาที่เขาพยายามจะปฏิเสธ แต่กลับยิ่งโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นทุกที
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอนหรูหราแห่งนี้ กลับยิ่งขับเน้นให้เห็นความโดดเดี่ยวและความสับสนที่ธาลาต้องเผชิญ เขาติดอยู่ในกรงแห่งความปรารถนาของน่านฟ้า กรงที่เต็มไปด้วยราคะและความหวังอันบิดเบี้ยว
ธาลาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามจะลบภาพใบหน้าอันเย้ายวนของน่านฟ้าออกจากความคิด แต่ก็ทำได้เพียงเห็นเงาของเขาเลือนรางอยู่ภายในม่านตา เงาที่ติดตามเขาไปทุกที่...
เสียงนาฬิกาข้อมือปลุกดังขึ้นในเวลาเที่ยงตรง ธาลาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่ในห้องนอนแห่งนี้ ผ้าห่มยังคงถูกกอดไว้แน่น ร่างกายยังคงรู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วทุกส่วน
เขาพยายามขยับตัวอย่างระมัดระวัง หวังว่าจะไม่มีเสียงร้องออกมา แต่ก็ทำได้เพียงส่งเสียงครางเบาๆ ด้วยความเจ็บปวด
"อ๊ะ..."
เสียงเล็กๆ นั้นดังพอที่จะปลุกน่านฟ้าที่กำลังนั่งทำงานอยู่บนโซฟาอีกฝั่งของห้อง ธาลาสะดุ้งอีกครั้ง เขาหันไปมองน่านฟ้าด้วยความตกใจ
น่านฟ้าละสายตาจากเอกสารในมือ หันมามองธาลาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของเขากลับฉายประกายบางอย่างที่ธาลาไม่อาจอ่านออก
"ตื่นแล้วหรือ" น่านฟ้าเอ่ยถาม เสียงของเขาฟังดูเป็นปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ธาลาพยักหน้าอย่างเชื่องช้า เขาพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ทำได้เพียงยกตัวขึ้นมาเล็กน้อยก็ต้องทรุดลงไปอีกครั้ง
"ไม่เป็นไรนะ" น่านฟ้ากล่าว เขาลุกขึ้นจากโซฟา เดินตรงเข้ามาหาธาลาอย่างรวดเร็ว
ธาลาหลับตาปี๋อีกครั้ง เมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสของน่านฟ้าที่กำลังประคองร่างของเขา "ผม... ผมไม่เป็นไร"
"อย่าฝืน" น่านฟ้าเอ่ยเสียงอ่อนโยน "ถ้าไม่ไหว ก็บอก"
เขานั่งลงข้างๆ ธาลา ยกมือขึ้นมาสัมผัสที่แผ่นหลังของธาลาอย่างแผ่วเบา "เมื่อคืน... เธอดูเหมือนจะเจ็บปวดมาก"
คำพูดนั้นทำให้ธาลาหน้าแดงก่ำ เขาพยายามหลบสายตาอีกฝ่าย
"ผม... ผมไม่รู้" ธาลาตอบเสียงตะกุกตะกัก "ผมแค่มึนๆ ไปหมด"
"มึนๆ" น่านฟ้าทวนคำ "หรือว่า... มีความสุขจนมึน"
ธาลาเงยหน้าขึ้นมองน่านฟ้าอย่างตกใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคำพูดของน่านฟ้าถึงได้ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขนาดนี้
"คุณ... คุณพูดอะไร" ธาลาถามเสียงสั่น
น่านฟ้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ก็... เธอไม่ได้ดูเหมือนจะต่อต้านเลยนะ เมื่อคืน"
"ผม... ผมโดนบังคับ" ธาลาเอ่ยเสียงแข็ง
"บังคับอย่างนั้นหรือ" น่านฟ้าเอ่ยถาม พลางยกมือขึ้นมาลูบแก้มนุ่มของธาลาอย่างอ่อนโยน "แต่ร่างกายของเธอมันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะ"
ธาลาสะดุ้งเมื่อรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าร่างกายของเขามันตอบสนองต่อสัมผัสของน่านฟ้า แต่จิตใจของเขายังคงต่อต้านอยู่เสมอ
"คุณ... อย่าพูดแบบนี้" ธาลาเอ่ยเสียงอ้อนวอน "ผม... ผมไม่ต้องการให้คุณเข้าใจผิด"
"เข้าใจผิดอะไร" น่านฟ้าเอ่ยถาม พลางโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง ริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากริมฝีปากของธาลาเพียงไม่กี่เซนติเมตร "ฉันเห็นสิ่งที่เธอต้องการ... ฉันเห็นมันในดวงตาของเธอ"
ธาลาอ้าปากค้าง เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ความสับสน ความปรารถนา และความกลัว กำลังตีวนอยู่ในอก
"คุณ... ไม่เข้าใจ" ธาลาเอ่ยเสียงแผ่ว "คุณไม่เข้าใจผมเลย"
"ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ" น่านฟ้าเอ่ยถาม พลางใช้นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอวบอิ่มของธาลาอย่างแผ่วเบา "บางที... ฉันอาจจะเข้าใจดีกว่าตัวเธอเองด้วยซ้ำ"
ก่อนที่ธาลาจะได้เอ่ยอะไรออกไป น่านฟ้าก็โน้มใบหน้าลงมาประกบริมฝีปากของเขาอีกครั้ง การจูบในครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อคืน แต่มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความปรารถนาที่ซ่อนเร้น
ธาลาหลับตาลงอีกครั้ง เขาพยายามจะต้านทาน แต่ก็ทำได้เพียงปล่อยให้ร่างกายของตัวเองตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ
เขาจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งราคะอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของน่านฟ้าอย่างภาคภูมิใจ ขณะที่เขายังคงประทับจูบอยู่บนริมฝีปากของธาลา
กรงรักราคะ... กำลังจะถูกถักทอให้แน่นหนายิ่งขึ้นไปอีก...

กรงรักราคะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก