แสงอรุณที่สาดส่องเข้ามาเป็นครั้งแรกยามเช้า ดูเหมือนจะสว่างไสวเกินไปสำหรับดวงตาของธาลาที่พร่ามัว ราวกับจะเยาะเย้ยความอับอายที่ยังเกาะกุมอยู่ในใจ ร่างกายของเขายังคงรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทุกอณู ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดระคนปะปนกันไปในความรู้สึก แต่ที่ชัดเจนกว่าสิ่งใด คือภาพของใบหน้าหล่อเหลา ทว่าแฝงแววตาอำมหิตของน่านฟ้าที่ยังคงตามหลอกหลอน ราวกับเงาที่ไม่อาจสลัดหลุด
ธาลาขยับตัวเล็กน้อย ความรู้สึกระบมไปทั่วทั้งกาย แขนข้างหนึ่งที่พาดอยู่บนที่นอนนุ่มนิ่มสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของเนื้อผ้า เขาพยายามรวบรวมสติ พยายามจำแนกแยกแยะความจริงจากความฝันร้ายที่เพิ่งผ่านพ้นไป กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมราคาแพงที่ยังคงติดตรึงอยู่ในอากาศ ยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกเหมือนถูกจองจำอยู่ในกรงทองอันหรูหราแห่งนี้
เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏคือเพดานห้องนอนสีขาวสะอาดตา ก่อนจะไล่สายตาลงมายังเฟอร์นิเจอร์ที่ล้วนแต่บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและรสนิยมอันสูงส่ง เตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่บัดนี้กลายเป็นสนามรบแห่งอารมณ์ของเขา ผ้าม่านกำมะหยี่สีเลือดหมูที่เคยดูสวยงาม บัดนี้กลับให้ความรู้สึกอึดอัดราวกับกำลังบีบรัดหัวใจ
“ตื่นแล้วหรือ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของเตียง ธาลาสะดุ้งเฮือก หันขวับไปยังต้นเสียง ภาพของน่านฟ้าที่นั่งพิงหัวเตียงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมสองเม็ด เผยให้เห็นผิวขาวเนียน และกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรง ชายหนุ่มกำลังยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบ ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่กระพริบ
“คุณ…คุณทำอะไร” เสียงของธาลาแหบพร่า เขายังคงพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงเพื่อขยับตัวเข้าไปซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา พยายามปกปิดเรือนร่างที่บอบช้ำ
น่านฟ้าหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นฟังดูเย้ยหยัน “ถามเหมือนไม่รู้ใจตัวเองนะธาลา” เขาละสายตาจากแก้วไวน์ มองไปยังร่างบอบบางที่สั่นเทาอยู่บนเตียง “เมื่อคืน…เรามีความสุขกันไม่ใช่หรือ”
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ ธาลาเม้มปากแน่น พยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหล “ผม…ผมไม่เคยมีความสุขกับเรื่องแบบนี้”
“ไม่เคย?” น่านฟ้ายกคิ้วสูง “แต่ร่างกายของเธอก็บอกเป็นอย่างอื่นนะ” เขาจิบไวน์อีกครั้ง ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างเตียง “อย่าปฏิเสธความจริงเลยธาลา เมื่อคืนเธอเองก็…ปรารถนาฉันเช่นกัน”
“ไม่จริง! คุณกำลังบีบบังคับผม!” ธาลาตะโกนสุดเสียง ความโกรธและความอับอายระเบิดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ผมเกลียดคุณ!”
น่านฟ้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทรุดตัวลงนั่งข้างธาลาบนเตียง เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนธาลาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินลงมาบนใบหน้า “เกลียดเหรอ?” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยประกายอันตราย “แต่ฉันไม่เคยเห็นใครที่ถูกเกลียดแล้วจะ…ตอบสนองได้ดีขนาดนี้”
มือของน่านฟ้าค่อยๆ เลื่อนเข้ามา สัมผัสแผ่วเบาที่ต้นแขนของธาลา แต่สำหรับธาลา มันกลับเหมือนถูกไฟเผา เขาผงะถอยไปเล็กน้อย พยายามหลบเลี่ยงสัมผัสนั้น
“ปล่อยผมนะ!”
“ทำไมต้องปล่อย” น่านฟ้าเลื่อนมือลงมา ลูบไล้ไปตามแนวลำคอระหงของธาลาอย่างแผ่วเบา “เมื่อคืนเธอก็ยอมให้ฉันสัมผัสไปทั่วไม่ใช่หรือ”
“นั่นไม่ใช่ความยินยอม! นั่นคือการถูกบังคับ!” ธาลาพยายามผลักมือน่านฟ้าออก แต่เรี่ยวแรงที่อ่อนล้ากลับทำให้การต่อสู้ของเขาดูไร้ความหมาย
น่านฟ้าจับมือของธาลาไว้แน่น ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าซีดเผือดของอีกฝ่าย “ฉันรู้ว่าเธอสับสน ธาลา แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะลบความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไปได้หรอกนะ”
“ความรู้สึก…ที่คุณมอบให้มันไม่ใช่ความรู้สึก! มันคือความเจ็บปวด ความอัปยศ!” ธาลาสะบัดมืออย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุม “ผมอยากออกไปจากที่นี่!”
“ออกไป?” น่านฟ้ายิ้มมุมปาก “เธอคิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรือ” เขาปล่อยให้ธาลาได้ถอยห่างออกไปเล็กน้อย ก่อนจะลุกยืนขึ้นอีกครั้ง “ฉันยังไม่ได้บอกลาเธอเลยนะธาลา”
ธาลาชะงัก เขารู้สึกได้ถึงลางร้ายบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา “คุณจะทำอะไรอีก”
น่านฟ้าเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหม่มาสวมทับ “เธอต้องอยู่ตรงนี้กับฉัน” เขาพูดพลางหันกลับมามองธาลา “อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะเบื่อ”
“คุณมันบ้า!” ธาลาตะโกนลั่น
“อาจจะใช่” น่านฟ้าหันกลับไปจัดเนกไทของตัวเองอย่างใจเย็น “แต่ฉันก็เป็นบ้าเพราะเธอคนเดียว” เขาหันมามองธาลาอีกครั้ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้า “และเธอก็จะไม่มีวันหนีไปไหนพ้นจากกรงรักของฉันได้”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของธาลารู้สึกเย็นเยียบ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่และหรูหราที่เคยทำให้เขารู้สึกทึ่ง บัดนี้กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของพันธนาการอันโหดร้าย
“คุณทำแบบนี้กับผมทำไม” เสียงของธาลาแผ่วเบาลง เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
น่านฟ้าเดินกลับมาหาธาลาอีกครั้ง เขาเอื้อมมือไปประคองใบหน้าของธาลาไว้ ดวงตาของเขาฉายแววบางอย่างที่ธาลาไม่สามารถตีความได้ “บางที…ฉันอาจจะแค่ต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง”
“พิสูจน์อะไร?”
“พิสูจน์ว่า…ความต้องการของฉัน มันสำคัญกว่าทุกสิ่ง” น่านฟ้านิ้วโป้งของเขาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามริมฝีปากที่ยังคงบอบช้ำของธาลา “รวมถึงความรู้สึกของเธอด้วย”
ธาลาหลับตาลง พยายามข่มกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ น้ำหนักของมือที่ประคองใบหน้าเขาอยู่ ทำให้เขารู้สึกถึงความไร้เรี่ยวแรง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านไปทั่วร่างกาย ราวกับร่างกายของเขากำลังต่อต้านคำพูดของจิตใจ
“ปล่อยผมเถอะครับ…ได้โปรด” เสียงของธาลาอ้อนวอน
น่านฟ้าหัวเราะในลำคอ “อ้อนวอนแบบนี้…มันยิ่งทำให้ฉันอยากจะ…เก็บเธอไว้ใกล้ๆ” เขาโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง จนหน้าผากของทั้งสองคนจรดกัน “และฉันก็จะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนเข้ามาพรากเธอไปจากฉันเด็ดขาด”
ธาลาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขารู้สึกได้ถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ในแววตาของน่านฟ้า มันไม่ใช่แค่ความใคร่ชั่วครู่ แต่มันคือการครอบครองที่สมบูรณ์
“ผม…ผมขอร้อง”
“ไม่” น่านฟ้าตอบสั้นๆ “ฉันไม่อยากได้ยินคำขอร้องอีกแล้ว” เขาผละออกไปเล็กน้อย ปล่อยให้ธาลาได้หายใจหายคอ “อาหารเช้าพร้อมแล้ว” เขาเดินไปทางประตู “ลงไปทานด้วยกัน”
ธาลาเพียงแต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายยังคงสั่นเทา ความรู้สึกราวกับถูกฉีกกระชากระหว่างความกลัว ความขยะแขยง และ…ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้
เขาเหลือบมองไปที่น่านฟ้าที่กำลังรออยู่ที่ประตู ราวกับจะให้สัญญาณให้เขาเดินตาม
ธาลารู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดจบ แต่มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบางสิ่งบางอย่างที่น่าหวาดหวั่นกว่าเดิม เขาจะหนีไปได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้เขากลายเป็นสมบัติของน่านฟ้าไปเสียแล้ว
แม้แต่ความหวังเล็กๆ ที่เคยมี ก็ดูเหมือนจะถูกบดขยี้ไปพร้อมกับราตรีอันยาวนานที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ร่างที่บอบช้ำค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน เขายังคงรู้สึกถึงความปวดร้าวที่สะท้อนไปทั่วร่างกาย แต่ความกลัวที่เกาะกุมจิตใจนั้นกลับมีมากกว่า
เขาเดินตามน่านฟ้าออกไปจากห้องนอนหรูหราแห่งนั้น ราวกับเป็นนักโทษที่กำลังถูกนำตัวไปยังแดนประหาร
ในหัวของเขามีเพียงคำถามเดียววนเวียนอยู่ซ้ำๆ
ฉันจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรต่อไป…ในกรงรักแห่งนี้…

กรงรักราคะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก