แสงอรุณยามเช้ายังคงสาดส่องเข้ามาอย่างไม่ลดละ ทว่าสำหรับธาลาในตอนนี้ มันกลับไม่เพียงสว่างไสว แต่ยังคมกริบราวกับคมมีดที่กรีดแทงเข้าไปในจิตใจของเขา ความอับอายที่เคยปกคลุมดุจม่านหมอกหนาทึบ บัดนี้กลับทิ้งร่องรอยไว้เป็นบาดแผลที่เจ็บปวด เขายังคงนอนขดตัวอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและอำนาจ แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นคุกที่กักขังทุกสิ่งทุกอย่างของเขาเอาไว้
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัว ราวกับภาพยนตร์สยองขวัญที่ไม่มีวันจบสิ้น ร่างกายที่บอบช้ำจากการถูกย่ำยี จิตใจที่แตกสลายจากการสูญเสียทุกอย่างไปในพริบตา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของน่านฟ้า ยังคงประทับฝังแน่นอยู่ในห้วงคำนึง
"ตื่นแล้วหรือ" เสียงทุ้มต่ำของน่านฟ้าดังขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมห้องนอน เขามายืนอยู่ข้างเตียง ใบหน้าคมคายฉายแววพอใจอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคู่สวยทอประกายเย้ยหยันเมื่อเห็นสภาพของธาลา
ธาลาพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย เขาค่อยๆ พยุงตัวเองขึ้นนั่งช้าๆ ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ
"แกต้องการอะไรอีก" เสียงของเขาสั่นเครือ แทบจะเปล่งออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
น่านฟ้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ต้องการอะไรน่ะเหรอ... ข้าก็ต้องการทุกอย่างที่แกเคยมีนั่นแหละ" เขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้น ก้มลงมองธาลาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "และความสุขของข้า ก็คือการได้เห็นแกอยู่ในสภาพนี้"
"แกมันปีศาจร้าย" ธาลาพ่นคำพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด แม้จะรู้ว่าไร้ความหมาย
"ปีศาจที่แกสร้างขึ้นมาเองนั่นแหละ" น่านฟ้ากล่าวอย่างเยือกเย็น "จำได้ไหม... ในวันที่แกเหยียบย่ำข้าทุกวิถีทาง วันที่แกทำให้ข้าไม่มีอะไรเหลือเลย... วันนั้นแกก็เป็นปีศาจในสายตาของข้าเหมือนกัน"
คำพูดของน่านฟ้าเหมือนมีดที่กรีดลงไปในบาดแผลเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ธาลาก้มหน้าหลบสายตาของน่านฟ้า ยอมรับว่าเขาเคยทำเช่นนั้นจริง ๆ เขาเคยคิดว่าตัวเองอยู่เหนือทุกสิ่ง เคยคิดว่าครอบครัวและอำนาจของเขาจะปกป้องเขาได้ตลอดไป แต่ตอนนี้... ทุกอย่างได้พลิกผันไปหมดแล้ว
"แกต้องการแก้แค้น... ก็มาทำเลย" ธาลาตัดสินใจ เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองอ่อนแอไปกว่านี้อีกแล้ว "ฆ่าข้าให้ตายเสียดีกว่าปล่อยให้แกมาทำลายทุกอย่างในชีวิตข้า"
น่านฟ้าส่ายหน้าช้าๆ "ไม่... การฆ่าแกมันง่ายเกินไป ข้าต้องการให้แกทรมาน... ทรมานไปตลอดชีวิต" เขายื่นมือมาลูบไล้ใบหน้าของธาลาอย่างแผ่วเบา แต่การสัมผัสนั้นกลับทำให้ธาลาขนลุกซู่ด้วยความขยะแขยง
"ข้าจะแกะเปลือกแก... ทีละชั้น ทีละชั้น... จนกว่าแกจะเหลือแต่เนื้อหนังที่กลวงเปล่า" น่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ แต่กลับทรงพลังราวกับคำสาป "แกจะไม่มีวันหนีพ้นกรงรักราคะของข้าไปได้อีกแล้ว"
ธาลาสะบัดหน้าหนี สัมผัสของน่านฟ้าทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกพิษร้าย "แกไม่มีวันได้สิ่งที่แกต้องการ... ไม่มีวัน!"
"จริงหรือ" น่านฟ้าเลิกคิ้วสูง "แล้วคนที่นอนอยู่ตรงหน้าข้า... ที่ยอมให้ข้าทำทุกอย่าง... เขามีสิทธิ์จะพูดแบบนั้นจริงๆ หรือ"
คำพูดของน่านฟ้าจี้เข้าที่จุดอ่อนของธาลาอย่างจัง เขาได้แต่กัดฟันแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
"แก... แกทำอะไรกับฉัน" ธาลาถามเสียงสั่น
"สิ่งที่แกสมควรได้รับ" น่านฟ้าตอบเรียบๆ "แกทำให้ข้าตกต่ำ ข้าก็จะทำให้แกจมดิ่งลงไปในเหวลึกกว่าเดิม"
เขาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วหันไปเปิดตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่หยิบชุดคลุมผ้าไหมเนื้อดีออกมา "ลุกขึ้นแต่งตัว... ข้ามีสิ่งที่อยากให้แกเห็น"
ธาลาไม่ขยับ "ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น"
"แน่ใจหรือ" น่านฟ้าเลิกคิ้ว "ถ้าแกไม่ไป... ข้าจะโทรศัพท์ไปบอกข่าวร้ายกับครอบครัวแก... บอกว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพวกเขา... ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นของเล่นของข้า"
คำขู่ของน่านฟ้าเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจธาลา เขารู้ดีว่าน่านฟ้าพูดจริง เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
ด้วยความจำใจ ธาลาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ร่างกายที่อ่อนล้ายังคงสั่นเทา เขาไม่กล้าสบตาน่านฟ้าอีกต่อไป เดินตามไปอย่างเชื่องช้า
น่านฟ้าเดินนำธาลาออกจากห้องนอน มุ่งหน้าไปยังอีกปีกหนึ่งของคฤหาสน์อันโอ่อ่า ธาลาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงรอบตัว น่านฟ้าได้ปรับปรุงที่นี่ใหม่หลายอย่าง มีรูปภาพของเขาที่ถูกแขวนประดับไว้ตามผนัง แต่ไม่ใช่รูปถ่ายทั่วไป เป็นรูปที่ถูกวาดขึ้นใหม่ แสดงภาพของเขากำลังถูกพันธนาการ ถูกกักขังอยู่ในกรงทอง
"สวยงามไหม" น่านฟ้าถามพลางผายมือไปยังรูปภาพเหล่านั้น "นี่คือศิลปะ... ศิลปะแห่งการครอบครอง"
ธาลาเบือนหน้าหนี เขาไม่อยากมอง ไม่อยากรับรู้สิ่งใดๆ ทั้งสิ้น
"แกคงจะคิดว่าข้าบ้าใช่ไหม" น่านฟ้าหัวเราะ "แต่ความบ้าของข้า... มันคือความรักของข้า... ความรักที่แกไม่เคยเข้าใจ"
พวกเขาเดินมาถึงห้องทำงานขนาดใหญ่ที่เคยเป็นที่ทำงานของบิดาธาลา ตอนนี้มันถูกเปลี่ยนสภาพไปอย่างสิ้นเชิง บนผนังเต็มไปด้วยภาพวาดที่แสดงฉากอันเร่าร้อนและมืดมน ซึ่งมีใบหน้าของธาลาเป็นส่วนประกอบหลัก
"ที่นี่... คือสถานที่ที่ข้าจะสร้างสรรค์ผลงานของข้า" น่านฟ้ากล่าว "ผลงานที่แกจะไม่มีวันเข้าใจ... จนกว่าแกจะยอมรับมัน"
เขาเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมา "นี่คือโฉนดที่ดิน... และนี่คือสัญญากิจการ... ทุกอย่างที่เป็นของครอบครัวแก... ตอนนี้เป็นของข้าหมดแล้ว"
ธาลาหน้าซีดเผือด เขารู้ว่านี่เป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของน่านฟ้า เขาก็เริ่มเชื่อบางส่วน
"แก... แกทำได้อย่างไร"
"ข้าใช้ทุกวิถีทาง... ทุกอย่างที่แกเคยทำกับข้า... ข้าก็นำมันกลับมาใช้กับแก... และมันได้ผลดีกว่าที่ข้าคิดเสียอีก" น่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ครอบครัวแก... พวกเขาอ่อนแอเกินไป... พวกเขาถูกหลอกลวงได้ง่าย... เหมือนกับที่แกเคยหลอกลวงข้า"
ธาลาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง เขาไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปอีกแล้ว ความหวังสุดท้ายของเขาได้ดับวูบลงไปแล้ว
"แล้ว... แล้วชีวิตของฉันหลังจากนี้ล่ะ" เขาถามเสียงแหบพร่า
น่านฟ้าเดินเข้ามาใกล้ ย่อตัวลงมาสบตากับธาลา "ชีวิตของแก... จะเป็นของข้า... ตลอดไป"
เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของธาลาอย่างแผ่วเบา "ข้าจะดูแลแก... จะทะนุถนอมแก... จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่แกเคยขาด... แต่แกต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของข้า... เข้าใจไหม"
ธาลาเงยหน้ามองน่านฟ้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย เขาเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย้ยหยันของน่านฟ้า
"แก... แกก็ยังคงเจ็บปวดอยู่ใช่ไหม" ธาลาถามอย่างแผ่วเบา
น่านฟ้าชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที ความเย้ยหยันจางหายไป เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ปรากฏชัดขึ้น
"ข้า... ข้าไม่เคยเจ็บปวด" เขาปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ดวงตาของเขาไม่สามารถหลอกลวงธาลาได้อีกต่อไป
"ถ้าแกไม่เจ็บปวด... แล้วทำไมแกถึงทำแบบนี้" ธาลาถามต่อ "ทำไมแกถึงต้องทำลายทุกอย่าง"
น่านฟ้าหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ "เพราะข้า... ข้ารักแก"
คำสารภาพนั้นทำให้ธาลาตกตะลึง เขาไม่เคยคิดเลยว่าคำพูดนี้จะหลุดออกมาจากปากของน่านฟ้า
"แก... แกพูดอะไร"
"ข้ารักแก... รักจนโงหัวไม่ขึ้น... รักจนยอมทำทุกอย่าง... แม้แต่การทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่แกยึดถือ" น่านฟ้าลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยฉายแววเศร้าหมอง "ความรักของข้า... มันบิดเบี้ยว... มันเป็นพิษ... เหมือนกับที่แกเคยทำให้ข้าเป็น"
เขาก้มลงจุมพิตหน้าผากของธาลาอย่างแผ่วเบา "ข้าจะให้แกมีชีวิตอยู่... เพื่อที่แกจะได้รู้สึกถึงความรักของข้า... ความรักที่แกไม่เคยมีให้ข้า"
ธาลาได้แต่นิ่งเงียบ เขาไม่รู้จะตอบสนองอย่างไรต่อคำสารภาพที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดและอำนาจของน่านฟ้า
"แก... แกจะทำอะไรต่อไป" ธาลาถามในที่สุด
น่านฟ้ายิ้มอย่างอ่อนโยน "ข้าจะพาแกไป... ไปในที่ที่ไม่มีใครสามารถพรากแกไปจากข้าได้"
เขาเอื้อมมือมาจับมือของธาลา บีบเบาๆ "เราจะสร้างโลกใบใหม่... โลกของเราสองคน... โลกที่เต็มไปด้วยความปรารถนา... และความเจ็บปวด... ที่เราจะมอบให้กันและกัน... ตลอดไป"
ธาลาไม่สามารถขัดขืนได้อีกต่อไป เขารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่แล่นผ่านมือของน่านฟ้า มันไม่ใช่ความรู้สึกขยะแขยงเหมือนก่อน แต่มันกลับเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อน ยากจะอธิบาย
เขาถูกดึงไปสู่โชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ กรงทองแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นที่กักขังตลอดชีวิตของเขา และผู้คุมขัง ก็คือคนที่เขาเคยเกลียดชัง แต่ตอนนี้กลับเป็นคนที่เขาต้องยอมจำนน
เบื้องนอกหน้าต่าง แสงอรุณยังคงสาดส่องเข้ามา ทว่าสำหรับธาลาแล้ว มันกลับเป็นแสงแห่งการเริ่มต้นใหม่... การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในกรงรักราคะของน่านฟ้า ที่ซึ่งความสุขและความเจ็บปวดจะถักทอเข้าด้วยกันจนแยกไม่ออก... เหลือเพียงความเวิ้งว้างว่างเปล่า และเงาของความปรารถนาที่ไม่มีวันดับสูญ...

กรงรักราคะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก