เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 1 — สายลมกรุงเทพฯ และเงาที่ซ่อนเร้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,026 คำ

มหานครยามราตรี คือผืนผ้าใบสีดำสนิทที่ถูกแต้มด้วยแสงนีออนหลากเฉดสี ลมกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนพัดวูบไหว พาเอากลิ่นอายของความวุ่นวายและความสงบปะปนกันมาอย่างประหลาด บนยอดตึกระฟ้าที่สูงเสียดฟ้า กรณ์ ชาญณรงค์ ‌ยืนตระหง่านราวกับรูปสลักจากหินผา ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวสอดส่องไปทั่วผืนเมืองเบื้องล่าง ลมเย็นปะทะใบหน้ากร้านของเขา เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวตามแรงลม เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำสนิทปกคลุมร่างกายกำยำที่ซ่อนเร้นทักษะการต่อสู้อันไร้เทียมทาน

"เงียบไปถนัดตา" เสียงทุ้มต่ำของเขากระซิบออกมาเบาๆ ราวกับจะพูดกับสายลม สายตาของเขามุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ช่วงตึก ​ตึกสูงระฟ้าแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนอาคารสำนักงานทั่วไป แต่สำหรับกรณ์แล้ว มันคือรังของสิ่งมีชีวิตที่อันตรายยิ่งกว่าอสรพิษใดๆ

คืนนี้คือค่ำคืนแห่งการปฏิบัติภารกิจ ครั้งนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับองค์กรลับที่เรียกตัวเองว่า "เงารัตติกาล" องค์กรที่คอยกุมอำนาจมืดอยู่เบื้องหลังความเจริญรุ่งเรืองของมหานครแห่งนี้ มีข่าวลือหนาหูว่าพวกมันกำลังวางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีบางอย่างที่ทรงพลังเกินกว่าจะจินตนาการได้ เพื่อครอบครองอำนาจเบ็ดเสร็จ ‍การสืบสวนของกรณ์ได้นำมาซึ่งข้อมูลสำคัญว่าศูนย์กลางการทำงานหลักของพวกมันซ่อนตัวอยู่ภายใต้อาคารแห่งนี้

"ถึงเวลาแล้วสินะ" กรณ์รำพึงพลางก้าวเท้าไปบนขอบระเบียงแคบๆ ความสูงนับร้อยเมตรไม่สามารถสั่นคลอนความมั่นคงของเขาได้เลยแม้แต่น้อย เขากระชับปืนพกที่คาดอยู่ข้างเอว ก่อนจะกระโดดลอยละลิ่วออกไปในอากาศ ร่างของเขากลายเป็นเงาดำวูบหายไปในความมืดมิดของค่ำคืน

การลงสู่ยอดตึกเป้าหมายนั้น ต้องอาศัยความแม่นยำและความเร็วที่สูง เขาใช้เชือกสลิงที่เหนียวแน่นโรยตัวลงอย่างรวดเร็วราวกับสายพิรุณที่สาดลงมาจากฟ้า ‌เสียงลมที่หวีดหวิวกลืนกินเสียงอื่นๆ ไปจนหมดสิ้น เมื่อเท้าสัมผัสกับพื้นผิวของหลังคา เสียงฝีเท้าของเขาแทบจะไม่ได้ยิน

"มีใครอยู่ตรงนี้ไหม" เสียงตะโกนดังมาจากด้านล่าง กรณ์รีบหมอบลงซ่อนตัวหลังเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ เขาสังเกตเห็นแสงไฟฉายสองสามอันกำลังส่องไปมาอยู่บนพื้นผิวของหลังคา

"อาจจะเป็นยามลาดตระเวน" เขาคิดในใจ ‍"แต่ก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาด"

เขาค่อยๆ คลานไปตามหลังคา พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง หากไม่จำเป็นจริงๆ การต่อสู้บนหลังคาโล่งๆ แบบนี้ย่อมเสียเปรียบอย่างมาก เขามุ่งหน้าไปยังทางเข้าอาคารที่ดูจะปลอดภัยที่สุด

เมื่อใกล้ถึงประตูทางเข้า กรณ์ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ​ดังมาจากด้านหลัง เขาหันไปอย่างรวดเร็ว พบกับร่างของชายฉกรรจ์สองคน สวมชุดสีดำสนิท มีอาวุธปืนอยู่ในมือ

"ใครน่ะ! หยุดอยู่ตรงนั้น!" ชายคนหนึ่งตะโกนสั่ง

กรณ์ไม่รอให้เสียเวลา เขาพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง ​เตะก้านคอของชายคนแรกอย่างแม่นยำจนร่างของเขาเซถลาไปชนกับชายคนที่สอง ชายคนที่สองพยายามเงื้อปืนขึ้นมายิง แต่กรณ์ใช้มือข้างหนึ่งปัดปืนออกไป พร้อมกับใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ท้องของอีกฝ่ายอย่างแรง

"อั่ก!" ชายคนที่สองร้องครวญครางก่อนจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้น

กรณ์ไม่รีรอ เขาใช้เทคนิคการต่อสู้ที่ได้ร่ำเรียนมา ปิดเกมอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ปราศจากเสียงปืนที่ดังขึ้นแม้แต่นัดเดียว

"นี่แค่ด่านแรกสินะ" ​เขากล่าวกับตัวเองพลางเปิดประตูทางเข้าอาคารเข้าไป

ภายในอาคารมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากทางเดินที่ส่องลอดเข้ามา กรณ์ก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ เขาเดินลึกเข้าไปในอาคารอย่างเงียบเชียบราวกับเงา

"เจอแล้ว..." เสียงกระซิบดังขึ้นมาจากด้านหลังเขา กรณ์รีบหันกลับไปพบกับร่างของใครบางคน ยืนอยู่ตรงมุมมืด

"ใคร!?" กรณ์ถามเสียงแข็ง

ร่างนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวนางหนึ่ง เธอสวมชุดรัดรูปสีเข้ม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ แต่ดวงตาของเธอนั้นฉายแววอันตราย

"ไม่ต้องตกใจ กรณ์ ชาญณรงค์" เสียงของเธอเย็นชาแต่หนักแน่น "ฉันชื่อ ลิลลี่ ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยคุณ"

กรณ์เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ "ช่วย? คุณเป็นใคร แล้วคุณรู้ชื่อผมได้ยังไง?"

"ฉันจับตาดูองค์กรนี้มานานแล้ว" ลิลลี่ตอบ "และฉันก็รู้ว่าคุณกำลังตามหาอะไรอยู่ พวกมันกำลังจะทำอะไรบางอย่างที่อันตรายเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้"

"แล้วเราจะทำยังไงต่อ?" กรณ์ถาม สายตาของเขาสบกับดวงตาของลิลลี่ ราวกับกำลังประเมินความน่าเชื่อถือ

"แผนของพวกมันซับซ้อนกว่าที่คิด" ลิลลี่กล่าว "มีฐานลับซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในป่า นอกเมืองหลวง ที่นั่นคือศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอันตรายของพวกมัน"

"ฐานลับ? ในป่า?" กรณ์ทวนคำ "มันฟังดูไม่น่าเชื่อ"

"แต่เป็นความจริง" ลิลลี่เน้น "และคืนนี้ เราต้องเข้าไปที่นั่น เพื่อหยุดยั้งพวกมันให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"

กรณ์พยักหน้า เขาเชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง และท่าทีของลิลลี่ก็บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง

"ตกลง" กรณ์กล่าว "บอกเส้นทางมา"

ลิลลี่พยักหน้า เธอชี้ไปยังทางเดินที่มืดมิดกว่าเดิม "ทางนี้ เราต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของพวกมันไปให้ได้ก่อน"

ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในอาคาร การเผชิญหน้ากับยามรักษาความปลอดภัยและระบบกล้องวงจรปิดเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยทักษะอันเหนือชั้นของกรณ์ และความรู้เกี่ยวกับระบบของลิลลี่ ทำให้พวกเขาสามารถผ่านอุปสรรคไปได้อย่างราบรื่น

"ตรงนี้คือทางลงไปยังฐานลับ" ลิลลี่กล่าว เมื่อทั้งสองมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีลิฟต์เหล็กขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่

"ลิฟต์นี้น่าจะพาเราลงไปได้ลึกถึงใต้ดิน" กรณ์กล่าว

"ใช่ แต่การทำงานของมันถูกควบคุมด้วยระบบพิเศษ" ลิลลี่อธิบาย "เราต้องใช้รหัสผ่านที่ถูกต้อง"

กรณ์มองไปที่แผงควบคุมของลิฟต์ที่เต็มไปด้วยปุ่มและหน้าจอที่ซับซ้อน "คุณมีรหัสผ่านไหม?"

ลิลลี่ยิ้มมุมปาก "ฉันได้มาแล้ว"

เธอพิมพ์รหัสผ่านอย่างรวดเร็ว หน้าจอแสดงผลขึ้นเป็นสีเขียว ประตูลิฟต์เปิดออก เสียงกลไกภายในดังขึ้น

"เตรียมตัวให้พร้อม กรณ์" ลิลลี่เตือน "ข้างล่างนั้น อันตรายกว่าที่เราคาดคิดไว้มาก"

กรณ์พยักหน้า เขาเดินเข้าไปในลิฟต์ ลิลลี่เดินตามเข้าไป ปิดประตูลง

ลิฟต์เริ่มเคลื่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเหมือนกำลังดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมิด แสงไฟภายในลิฟต์กะพริบเป็นบางครั้ง สร้างบรรยากาศที่น่าขนลุก

"คุณแน่ใจนะว่านี่คือทางที่ถูกต้อง?" กรณ์ถาม

"ฉันแน่ใจ" ลิลลี่ตอบ "แผนการขององค์กรนี้ มันไม่ใช่แค่การควบคุมอำนาจในเมืองหลวงอีกต่อไป พวกมันกำลังจะปลดปล่อยบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวออกมา"

"สิ่งที่น่าสะพรึงกลัว?"

"เทคโนโลยีที่สามารถควบคุมสภาพอากาศได้" ลิลลี่กล่าว เสียงของเธอจริงจัง "ถ้าพวกมันทำสำเร็จ มหานครแห่งนี้ และอาจจะรวมถึงทั้งโลก จะตกอยู่ภายใต้อำนาจของพวกมันอย่างแท้จริง"

กรณ์ขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน

"เราต้องหยุดพวกมัน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

ไม่นานนัก ลิฟต์ก็หยุดนิ่ง ประตูเปิดออก เผยให้เห็นอุโมงค์ใต้ดินที่กว้างขวางและเต็มไปด้วยแสงไฟนีออนสีแดงสลัว

"นี่คือส่วนหนึ่งของฐานลับ" ลิลลี่กระซิบบอก "เราต้องระวังตัวให้มาก"

ทั้งสองก้าวออกจากลิฟต์ เสียงฝีเท้าของพวกเขาก้องสะท้อนไปในอุโมงค์ กลิ่นอายของโลหะและสารเคมีลอยมาแตะจมูก

"มีใครบางคนกำลังเดินมา" ลิลลี่กระซิบ

กรณ์รีบดึงลิลลี่หลบเข้าไปในเงามืดของเสาขนาดใหญ่ ไม่นานนัก ก็มีทหารขององค์กรเงารัตติกาลจำนวนหนึ่ง เดินสวนไป พวกเขาสวมชุดสีดำ มีอาวุธครบมือ

"พวกมันมีกำลังพลมากพอสมควร" กรณ์กล่าว "เราคงต้องใช้วิธีอื่นในการเข้าไปให้ลึกกว่านี้"

"ไม่ต้องห่วง" ลิลลี่กล่าวพลางชี้ไปยังช่องลมขนาดเล็กที่อยู่บนเพดาน "ฉันรู้ทางลัด"

กรณ์มองตามที่ลิลลี่ชี้ ช่องลมนั้นดูเล็กมากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะลอดผ่าน แต่เมื่อพิจารณาจากฝีมือของลิลลี่ เขาก็เชื่อว่าเธอมีแผน

"คุณจะให้ผมลอดผ่านช่องลมนั้นไปคนเดียวเหรอ?" กรณ์ถาม

"แน่นอน" ลิลลี่ตอบ "คุณต้องเข้าไปสำรวจภายในก่อน และเตรียมการสำหรับผม"

เธอหยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า "นี่คืออุปกรณ์สื่อสารแบบพิเศษ มันสามารถส่งสัญญาณไปยังที่ที่ห่างไกลได้ และยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการปลดล็อกระบบบางอย่างได้ด้วย"

กรณ์รับอุปกรณ์นั้นมา "แล้วคุณล่ะ?"

"ฉันจะรออยู่ตรงนี้ คอยระวังหลังให้คุณ" ลิลลี่กล่าว "เมื่อคุณพร้อม ให้ส่งสัญญาณมา"

กรณ์พยักหน้า เขามองไปที่ช่องลมนั้นอีกครั้ง "ผมจะทำ"

เขาปีนป่ายขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ชายตามองไปที่ลิลลี่ที่ยืนรออยู่เบื้องล่างอย่างมั่นคง

"ขอให้โชคดี" ลิลลี่กล่าว

กรณ์พยักหน้ารับ ก่อนจะมุดตัวเข้าไปในช่องลมนั้น ความมืดมิดและความแคบของช่องลมนั้นแทบจะบีบรัดเขา แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย

"การเดินทางสู่ใจกลางอันตราย เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" กรณ์คิดในใจ ขณะที่ร่างของเขาลอยละลิ่วไปตามช่องลมอันมืดมิด.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!